โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สธ. เร่งรับมือโครงสร้างประชากร หลังยอดเด็กเกิดใหม่ร่วงเหลือ 4.5 แสนคน ดันนโยบายดูแลทารกครบวงจร

THE STANDARD

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
สธ. เร่งรับมือโครงสร้างประชากร หลังยอดเด็กเกิดใหม่ร่วงเหลือ 4.5 แสนคน ดันนโยบายดูแลทารกครบวงจร

วันนี้ (5 เมษายน) พัฒนา พร้อมพัฒนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพเชิงรุกของประเทศ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านโครงสร้างประชากรที่กำลังเผชิญกับสภาวะสังคมเกิดน้อยควบคู่ไปกับวิกฤตกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ที่น่ากังวล โดยประเทศไทยมีจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือเพียงประมาณ 454,006 คน ซึ่งถือเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ส่งผลให้อัตราการเจริญพันธุ์รวม (TFR) ลดลงมาอยู่ที่ 0.93 ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทนประชากร ในขณะเดียวกัน สถิติด้านสาธารณสุขกลับพบว่าคนไทยกำลังเผชิญภาระจากโรค NCDs อย่างหนัก โดยมีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 14 ล้านคน และมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงกว่า 400,000 รายต่อปี

ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในการประชุมขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกรมอนามัยว่า จากสถานการณ์เด็กเกิดน้อย ส่งผลให้คุณภาพประชากร กลายเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ กระทรวงสาธารณสุขจึงมุ่งเน้นแนวคิดสร้างเด็กไทยให้มีคุณภาพ ควบคู่กับการสร้างเสริมสุขภาพในทุกช่วงวัย เพื่อลดความเสี่ยงจากโรค NCDs ในระยะยาว

ทั้งนี้ ข้อมูลเชิงลึกระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงหลักของโรค NCDs ล้วนมาจากพฤติกรรมสุขภาพที่สะสมมาตั้งแต่วัยเยาว์ ได้แก่:

  • พฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior): กลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่นมีพฤติกรรมเนือยนิ่งสูงถึง 14.3 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่วัยทำงานและผู้สูงอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 13.6 ชั่วโมงต่อวัน
  • โภชนาการที่ไม่เหมาะสม: การบริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ปัจจุบันมีคนไทยที่มีภาวะน้ำหนักเกิน (BMI เกินเกณฑ์) มากกว่า 9.2 ล้านคน

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และสร้างภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพระดับชาติที่สูงถึง 1.6 ล้านล้านบาท

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย ระบุว่า กรมอนามัยได้เน้นย้ำแนวคิดการเกิดอย่างมีคุณภาพ โดยมุ่งดูแลสุขภาพอย่างครบวงจรตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ระหว่างตั้งครรภ์ การคลอด ไปจนถึงเด็กปฐมวัย (อายุ 0–5 ปี) เพื่อเร่งแก้ไข 3 ความท้าทายหลัก ได้แก่ การคลอดก่อนกำหนด ภาวะโลหิตจาง และพัฒนาการล่าช้า ซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการทางสมองและศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ในระยะยาว

พร้อมกันนี้ กรมอนามัยยังเดินหน้าบูรณาการนโยบายด้านสุขภาพภายใต้แนวคิด Active Living in Healthy Cities เพื่อสร้างระบบนิเวศสุขภาพ (NCDs Ecosystem) ที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน ผ่านมาตรการสำคัญ อาทิ: ส่งเสริมแนวคิดขยับมาก กินดี ในชีวิตประจำวัน,พัฒนาโครงการโรงอาหารสุขภาพ (Healthy Canteen) และการจัดอาหารกลางวันในโรงเรียน (Thai School Lunch), รณรงค์ลดการบริโภคน้ำตาล, ยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพผ่านเครือข่ายระดับพื้นที่ ทั้งโรงพยาบาลชุมชน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)

อธิบดีกรมอนามัย กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงสาธารณสุขยังได้พัฒนาระบบป้องกันและควบคุมโรคผ่านศูนย์ NCDs Prevention Center ซึ่งจะเน้นการคัดกรองความเสี่ยงเชิงรุก และการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายที่จะลดกลุ่มเสี่ยงโรค NCDs ลงให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดีในทุกช่วงวัย และพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยได้อย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...