โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ยกเลิกบำนาญ?

ไทยโพสต์

อัพเดต 6 เมษายน 2569 เวลา 4.31 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“อู๊ยยย ขนลุกซู่วว

แอ็กติ้งของทีมนักแสดง “หงสาวดี” บวกกับมุมกล้อง แสง องค์ประกอบต่างๆ โคตรจะเพอร์เฟกต์

โดยเฉพาะทีมปู่ พ่อ หลาน หงสาแฟมิลี่ พระเจ้าบุเรงนอง (พี่นก ฉัตรชัย) มังชัยสิงห์ (พี่ชายชาติ) และมังจีชวา (นาย นภัทร) คือท็อปฟอร์มสุดๆ กระชากวิญญาณคนดู ให้ตื่นๆๆ

นี่คือเรื่อง “หงสาวดี” ไม่ใช่ตำนานสมเด็จพระนเรศวร เพราะเราได้ดำดิ่งไปกับเรื่องราวของบ้านนี้จริงๆ เจ็บปวด เสียใจ เศร้าไปกับเรื่องราวในครอบครัวและบัลลังก์นี้

ตอนแรกก็แอบคิดว่า ทำไม นาย นภัทร ข้ามช่องมาเล่นเป็นรอง อ่อ ไม่ใช่ค่ะ มังจีชวา คือพระเอกเรื่องนี้เลยค่ะ เป็นพระเอกผู้อาภัพมากๆ ฉากตะโกน ยอมเจ้าพ่อแล้ว คือใจจะขาดจริง

แต่ใดๆ คือ พระนเรศ (ตรี ภรภัทร) โคตรจะสมบทบาท อินเนอร์แมนๆ กระแทกใจมากกกก กรี๊ดดด ทีมนักแสดงคือ โคตรๆๆๆๆ เริดของเริด”

เนี่ย..อาการ-ความรู้สึกของผมก็ดูจะไม่ต่างไปจาก “คุณบุญรอด” ที่โพสต์ข้อความข้างต้นนี้หรอก และขอสารภาพตามตรงเสียเลยว่า..

ตั้งแต่ดูละครอิงประวัตศาสตร์มา เรื่อง “หงสาวดี” นี้แหละที่ทำได้สุดเนี้ยบด้านโปรดักชัน และประทับใจมากกับบท-การเล่าเรื่องตลอดจนตัวละคร-นักแสดง!

แม้จะเพิ่งได้ดู (ย้อนหลัง) เพียงไม่กี่ตอน แต่ใจก็อิ่มเอิบจนอดไม่ได้ที่จะกล่าวชื่นชมทั้งกับตัวผู้กำกับ “คุณผอูน จันทรศิริ” ทั้งผู้เขียนบทโทรทัศน์ “คุณศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์”..

ที่ได้ช่วยกันทำให้ “กรุงหงสาวดี” มีมิติที่ชวนให้ติดตามกับบางเรื่องราว-บางมุมที่ยังไม่เคยปรากฏบนจอเงิน-จอทีวี

และที่ต้องชมจากใจจริง ก็ช่อง one31 ที่พิสูจน์ให้ได้เห็นแล้วว่า ไม่ได้เก่งหรือถนัดแต่กับละครวัยรุ่น-ซีรีส์วาย ละครแนวประวัติศาสตร์ก็สามารถทำได้อย่างเยี่ยมยอดอีกด้วย!

ก็..อยากเชิญชวน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ๆ ดูไป-ศึกษาไปก็ได้แต่ประโยชน์ ทั้งด้านอารมณ์ ความบันเทิง ทั้งด้านความรู้-ประวัติศาสตร์..

อย่างน้อยก็ได้รู้ว่า “พระสุพรรณกัลยา” ชีวิต-บทบาทหนักหนาสาหัสแค่ไหนกับการเป็น “ตัวประกัน”!

เอ้า..แล้วนั่นน้องๆ ก็น่าจะได้รู้-ได้เห็น “บทบาท” การทำหน้าที่ในสภาของ สส.รุ่นพี่ที่ถ่ายทอดให้ดูเป็นแบบอย่าง (ที่ดี) ไปแล้วในการประชุมสภาเมื่อวันก่อนนู้น

ไม่ต้องกระโชกโฮกฮาก แหกปาก ตะคอก คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ก็สามารถพูดอย่างสุภาพให้ประชาชนฟังกันทั้งประเทศได้ด้วยใจจดจ่อ ก่อนจะทิ้งท้าย..

“ภายใต้สภาวะอย่างนี้ เรา สส. สว. เป็นนักการเมืองที่อาสาเข้ามา วันที่ไม่มีตำแหน่ง ประชาชนต้องเลี้ยงดูพวกเราจนตลอดชีพเชียวหรือ

ผมว่าประชาชนรับไม่ได้ เพื่อนข้าราชการ และที่รับประกันสังคม รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมจึงอยากจะเรียกร้องว่า ให้พวกเราในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย ลองช่วยกันเสียสละสักครั้งนึง

ยกเลิกบำนาญ สิทธิประโยชน์อื่นผมยังพอรับได้ แต่บำนาญที่มันเป็นภาระที่ประชาชนต้องเอาภาษีมาเลี้ยงดูเนี่ย ผมเชื่อว่าประชาชนรับไม่ได้ เสนอให้ยกเลิกบำนาญครับ ขอบคุณครับ”

ครับ..ผมก็ขอบคุณคุณหมอวรงค์เช่นกันคร้าบบที่ได้หยิบยกเรื่องที่คับอก-ขัดใจชาวบ้านอย่างเรื่อง “บำนาญ” ของ สส.-สว.ขึ้นมาพูดกลางสภาด้วยเหตุด้วยผล

ไม่ได้แสดงท่าทีก้าวร้าว มุทะลุ ดุดัน แต่พูดอยู่บนฐานข้อมูลที่ศึกษา ค้นหามา อย่างเช่นที่บอกว่า..

“ตัวเลขขณะนี้เนี่ย สมาชิกที่เป็นอดีต สส. สว. 3,832 คน ท่านประธานเห็นไหมครับว่า มีคนยื่นแล้วประมาณ 1,291 คน

ขณะที่ตัวเลขคนยื่นรับบำนาญ 1,291 คน วันนี้งบยังโป่งไป 400 ถึงเกือบ 500 ล้านบาทแล้ว และถ้า 3,832 คนรับรู้หมด มายื่นขอรับบำนาญหมด

กองทุนนี้มันจะโป่งไปขนาดไหน เผลอๆ ปีหนึ่งเกือบพันล้านบาท”

โห..กราบยกเลิกบำนาญตัวเองเถอะพ่อคู้น และหากเห็นว่าการเป็น สส.-สว. ทำให้ชีวิตอัตคัดขัดสนในบั้นปลาย ก็ขอแนะนำว่าไม่ต้อง “อาสา” เป็นผู้แทนเสียก็ได้..

ชาวบ้านคงไม่ใจไม้ไส้ระกำ ให้ท่านต้องทุกข์ยาก-ลำบากกันหรอกนะ!.

สันต์ สะตอแมน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...