หนังประโมทัย หนังตะลุงภาคอีสาน การละเล่นพื้นบ้านก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2
หนังประโมทัย หนังตะลุงภาคอีสาน การละเล่นพื้นบ้านก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2
“หนังปราโมทัย” หรือ “หนังปะโมทัย” มีที่มาจากคำว่า “ปราโมทย์” หมายถึง ความบันเทิงใจ หรือความปลื้มใจ ดังนั้น หนังประโมทัยจึงหมายถึงหนังที่ให้ความสนุกสนาน
หนังปราโมทัยมีอีกหนึ่งชื่อที่คนท้องถิ่นหรือคนอีสานนิยมเรียกกันคือคำว่า “หนังบักตื้อ” มีที่มาจากคำว่า “ปลักตื้อ” ที่เป็นตัวตลกเอกของเรื่องนั่นเอง
หนังปราโมทัยใช้เทคนิคการเล่นหุ่นเงา ซึ่งเป็นของวัฒนธรรมอินเดียที่แพร่สู่ดินแดนต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงเวลาเดียวกันกับวัฒนธรรมอื่น เช่น ศาสนาพราหมณ์ ศาสนาพุทธ และภาษาสันสกฤต
หนังประโมทัย หนังตะลุงภาคอีสานได้รับอิทธิพลมาจากหนังตะลุงภาคใต้และการเล่นหนังใหญ่ของภาคกลาง สันนิษฐานว่า จุดเริ่มต้นมาจากคนอีสานที่ไปทำงานในภาคอื่นแล้วได้รับอิทธิพลการแสดงและการละเล่นพื้นบ้านจากต่างถิ่น จากนั้นหนังประโมทัยจึงเข้ามาสู่สังคมอีสาน เป็นที่นิยมแพร่หลายในพื้นที่ จนมีการก่อตั้งคณะหนังประโมทัยจำนวนมาก ทั้งในจังหวัดอุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และยโสธร เป็นต้น
หนังประโมทัยนี้มีความคล้ายคลึงกับหนังตะลุงของภาคใต้ แต่มีสิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคือ ขนาดและลักษณะของตัวหนัง การแสดง ดนตรี และภาษาในการร้องเล่นประกอบ โดยส่วนที่คล้ายกับหนังตะลุงภาคใต้คือการใช้หนังวัวเล่นแสงเงาเหมือนกัน
สันนิษฐานว่า จังหวัดแรกในพื้นที่ภาคอีสานที่ริเริ่มเล่นหนังประโมทัย คือ อุบลราชธานี ซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งแรกของหนังประโมทัย โดยคณะเก่าแก่ที่สุดที่พอจะสืบหาได้คือ “คณะฟ้าบ้านทุ่ง” ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2469 โดยได้แบบอย่างมาจากหนังตะลุงจากจังหวัดอยุธยา ที่รับอิทธิพลมาจากภาคใต้อีกทีหนึ่ง
หนังประโมทัยได้รับความนิยมเรื่อยมา จนกระทั่งในช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ที่เริ่มเลือนหายและเสื่อมความนิยมลงไป เนื่องจากวัฒนธรรมท้องถิ่นอีสานถูกจำกัดบทบาทลงไป ผนวกกับกระแสวัฒนธรรมจากตะวันตก และสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน ส่งผลให้หนังประโมทัยต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน
กระทั่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หนังประโมทัยกลับมานิยมอีกครั้งเพราะช่วงสงครามทำให้ประเทศวุ่นวาย สังคมและชาวบ้านเกิดความเครียดและความกดดัน ทำให้ชาวบ้านต้องหามหรสพมาช่วยจรรโลงจิตใจ หนังประโมทัยเป็นการแสดงพื้นบ้าน หาดูง่ายที่สุด ราคาไม่แพง เข้าถึงง่ายโดยใช้เพลงหมอลำที่คนในท้องถิ่นเข้าใจและชื่นชอบ นั่นจึงทำให้หนังประโมทัยเป็นอีกสิ่งที่ช่วยจรรโลงใจชาวบ้านในยามสงคราม จึงทำให้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งนั่นเอง
แม้หนังประโมทัยจะฟื้นคืนความนิยมในหมู่ชาวบ้านอีสานอีกครั้ง จนมีคณะก่อตั้งขึ้นมากมาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับไม่มีผู้สืบสานต่อทำให้คณะหนังประโมทัยยุบตัวลงไปอีกจำนวนมาก
จากบทสัมภาษณ์ของคณะ ส.คำใฮ จังหวัดร้อยเอ็ด พบว่า ในอดีตเมื่อ 20 ปีก่อนในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดมีหลายคณะก่อตั้งจำนวนมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับค่อย ๆ ปิดตัวจนเหลือเพียงไม่กี่คณะ เพราะเริ่มมีสื่อบันเทิงประเภทต่าง ๆ เป็นทางเลือกให้ชาวบ้านได้รับชมมากขึ้น ทำให้การแสดงพื้นบ้านนี้เริ่มเลือนหายไป หากไม่ใช่คนในพื้นที่หรือคนที่เกี่ยวข้องกับหนังประโมทัยก็จะไม่รู้จักการแสดงประเภทนี้เลย
หนังประโมทัยเป็นศิลปพื้นบ้านที่งดงามแต่กำลังเลือนหายไปจากสังคมอีสาน ที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สังคมเมืองขยายตัว และอิทธิพลจากวัฒนธรรมตะวันตก-ตะวันออกไหลบ่าเข้าสู่ท้องถิ่นอย่างไม่หยุดยั้ง จนในที่สุดหนังประโมทัยอาจเหลือเพียงแค่คำว่า “อดีต” หนังตะลุงแห่งภาคอีสาน
อ่านเพิ่มเติม :
- โนราภาคใต้ ไปจากภาคกลาง สมัยอยุธยา
- “มอญซ่อนผ้า” ไม่ใช่การละเล่นของมอญ?
- ทำไมเรียก หนังตะลุง ? การละเล่นท้องถิ่นภาคใต้ที่เป็นอมตะข้ามกาลเวลา
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
อัครเดช แก้วสีไว.รุ่นที่2 ของหนังประโมทัย คณะ ส.คำใฮ จ.ร้อยเอ็ด (บทสัมภาษณ์) 17 เมษายน 2569
นัฐพงษ์ กุมผัน, พุฒธิพงษ์ พาหา,หนึ่งฤทัย วงษาหาราช. (2565). ประวัติและรูปแบบการแสดงหนังประโมทัยคณะเพชรบ้านราช จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ. 16(3).
นัทธ์หทัย วนาเฉลิม. (2568). หนังประโมทัย…เงาฝันวันเยาว์ของชาวบ้านอีสาน.นิตยสารอนุรักษ์.[ออนไลน์] จาก https://anurakmag.com/art-and-culture/pra-mo-thai-isaan-shadow-play/
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 เมษายน 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนังประโมทัย หนังตะลุงภาคอีสาน การละเล่นพื้นบ้านก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com