โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

STELLA เร่งเครื่อง Turnaround เต็มรูปแบบจาก 3 แกนธุรกิจ ปลดล็อกมูลค่าทรัพย์สิน–ลดภาระหนี้ มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

Share2Trade

อัพเดต 05 พ.ค. เวลา 03.58 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. เวลา 03.58 น. • Share2Trade
DF844C2B-FB55-4411-A913-427CCAA4993A.jpg

STELLA เดินหน้าเร่งเครื่องพลิกฟื้นธุรกิจ โดยเน้นการปรับโครงสร้างองค์กร การบริหารสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ และการกำหนดทิศทางธุรกิจใหม่อย่างชัดเจน เพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพในระยะยาว ภายใต้กรอบ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์และโรงแรม ธุรกิจสุขภาพและการแพทย์ และธุรกิจพลังงาน

นายณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ STELLA เปิดเผยว่าบริษัทอยู่ในช่วงของการปรับสมดุลพอร์ตธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับ 2 แกนหลัก ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม รวมถึงธุรกิจสุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสด (Cash Flow) และมูลค่าเพิ่มในระยะยาว

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การผลักดันธุรกิจโรงแรมให้ขึ้นเป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างรายได้ประจำ แทนการพึ่งพารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะสินทรัพย์ในพื้นที่เขาใหญ่ซึ่งยังมีที่ดินรองรับการพัฒนาอีกจำนวนมาก และปัจจุบันโรงแรมในพอร์ตยังสามารถสร้างกำไรได้แม้ภาวะการท่องเที่ยวชะลอตัว

บริษัทมีแผนเร่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงแรมในช่วง 1–2 ปีจากนี้ เพื่อเพิ่มอัตราการเข้าพักและรายได้ต่อห้อง ก่อนต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการใหม่และการร่วมมือกับเชนโรงแรมระดับสากล ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว

ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัทปรับกลยุทธ์สู่การพัฒนาโครงการขนาดเหมาะสม เน้นขายเร็ว หมุนเงินไว เพื่อลดภาระต้นทุนทางการเงิน โดยเตรียมเปิดโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดย่านเวสต์เกต มูลค่าโครงการประมาณ 600 ล้านบาท ภายในไตรมาส 2/2569 ซึ่งมีจุดแข็งจากต้นทุนที่ดินต่ำ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นด้านราคาและอัตรากำไร

ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ดินและโครงการขนาดใหญ่ในหลายทำเล เพื่อนำเงินสดมาลดภาระหนี้และเสริมสภาพคล่อง

ด้านธุรกิจสุขภาพ บริษัทอยู่ระหว่างการเร่งฟื้นฟูโรงพยาบาลพระราม 2 โดยปรับตำแหน่งทางการตลาดสู่การเป็นผู้ให้บริการด้าน Wellness และ Longevity ที่ผสานการรักษาและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเข้าด้วยกัน พร้อมเชื่อมโยงกับธุรกิจอื่นในเครือ เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพแบบครบวงจร รองรับทั้งลูกค้าไทยและต่างประเทศ

สำหรับความคืบหน้าด้านการเงิน บริษัทสามารถลดภาระหนี้ที่เป็นปัญหาในอดีตได้แล้วกว่าครึ่ง และอยู่ระหว่างทยอยปิดดีลส่วนที่เหลืออย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังมีการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดต้นทุนดอกเบี้ยและยืดระยะเวลาชำระหนี้

แม้ว่าในปัจจุบันบริษัทมีภาระหนี้รวมประมาณ 4,500 ล้านบาท แต่มีสินทรัพย์คุณภาพสูงจำนวนมากที่สามารถจำหน่ายเพื่อปลดล็อกมูลค่าได้ในระยะถัดไป ซึ่งจะช่วยลดระดับหนี้ลงสู่ระดับที่เหมาะสม และเพิ่มความแข็งแกร่งให้ฐานะการเงิน

ผู้บริหารระบุอีกว่า บริษัทได้ผ่านช่วงที่ท้าทายที่สุดมาแล้ว และกำลังก้าวเข้าสู่ระยะของการ “เร่งสร้างมูลค่า” โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากทั้งการเติบโตของธุรกิจโรงแรม การฟื้นตัวของธุรกิจสุขภาพ และการลดภาระหนี้อย่างมีนัยสำคัญ

ด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว บริษัทเชื่อมั่นว่าจะสามารถปลดล็อกศักยภาพของสินทรัพย์ สร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง และยกระดับองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

“เรามองว่าบริษัทได้ผ่านจุดที่ท้าทายที่สุดมาแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วงของการฟื้นตัวอย่างมีคุณภาพ โดยมีรากฐานที่แข็งแรงและทิศทางที่ชัดเจน” นายณัฐพศิน กล่าวในที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...