เช็กหุ้นรพ. หลังรัฐคลอด! “พรีเมียมคลินิกในเวลา”
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 05 พ.ค. เวลา 06.00 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บล.เอเชียพลัส ระบุว่า ก.สาธารณสุขเปิดบริการ “พรีเมียมคลินิกในเวลา” แล้ว 33 แห่ง และคลินิกพิเศษเฉพาะทางนอกเวลา 205 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว และลดความแออัดใน รพ.รัฐ มุ่งตอบโจทย์3 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้มีกำลังจ่าย, ผู้มีประกันสุขภาพ และชาวต่างชาติ โดยตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 10%YoY พร้อมขยายบริการครอบคลุม รพ.ศูนย์ทุกแห่ง โดยไม่กระทบบริการปกติ
* Impact Insight
• นโยบายดังกล่าวสร้าง Sentiment ลบต่อกลุ่ม รพ.เอกชน และเพิ่มการแข่งขันให้รุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะ รพ.เอกชนระดับกลางถึงล่างซึ่งมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบสูงสุด ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางและค่าครองชีพที่สูงขึ้นส่งผลให้กำลังซื้อของผู้ป่วยลดลง จากเดิมผู้ป่วยเลือกใช้ รพ.เอกชน เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดของ รพ.รัฐ อย่างไรก็ดีเมื่อภาครัฐมีทางเลือกใหม่ที่ค่ารักษาต่ำกว่าเอกชน และคุณภาพอยู่ในระดับยอมรับได้ผู้ป่วยจึงมีแนวโน้มหันกลับไปใช้รพ.รัฐมากขึ้น โดยเฉพาะโรคทั่วไป และไม่ซับซ้อน
ขณะเดียวกันแรงกดดันจากบริษัทประกันฯ ผ่านแนวคิด Co-payment ที่ช่วยขยายฐานผู้เอาประกันในระยะยาว แต่ระยะสั้นผู้ป่วยต้องร่วมจ่ายค่ารักษา ส่งผลให้มีความอ่อนไหวต่อราคามากยิ่งขึ้น ฝ่ายวิจัยประเมิน BDMS ได้รับผลกระทบมากที่สุดในกลุ่มฯ จากเครือข่าย รพ. 60 แห่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะ รพ.พญาไทเปาโล ซึ่งเจาะตลาดผู้ป่วยระดับกลาง และต้องแข่งขันโดยตรงกับ รพ.ประจำจังหวัดในหลายพื้นที่ รองลงมาคือ BCH แต่คาดกระทบจำกัด จากฐานผู้ป่วย35% เป็นประกันสังคม รวมถึงทำเลอยู่ใกล้นิคมอุตฯ และพื้นที่ชายแดน
ขณะที่BH และ PR9 ได้รับผลกระทบน้อย เนื่องจากเป็น รพ. Stand Alone และมีฐานลูกค้าแตกต่างชัดเจน โดยเฉพาะ BH ซึ่งเป็น รพ.พรีเมียม เน้นผู้ป่วยต่างชาติและการรักษาโรคซับซ้อน จึงไม่แข่งขันกับภาครัฐโดยตรง
Execution
• กลุ่ม รพ.เอกชนได้ปรับตัวล่วงหน้าแล้วระดับหนึ่ง ทั้งการพัฒนา ExcellenceCenter, การนำ AI มาช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย ตลอดจนการออกแพ็กเกจค่ารักษาที่มีความชัดเจน ช่วยยกระดับการตัดสินใจของผู้ป่วยประกอบกับความได้เปรียบด้าน Facility และประสบการณ์การใช้บริการที่สะดวกกว่า รพ.รัฐ
คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่ม รพ. “เท่าตลาด” โดยยังคงเลือกBCH เป็น Top Pick ราคาพื้นฐานอิง DCF ที่ 11.00 บาทต่อหุ้น