พ่อช็อก! ลูก 1 เดือนเกือบดับ หมอฉีดยาผิด “ยาผู้ใหญ่” เสี่ยงหัวใจหยุดเต้น
พ่อช็อก! ลูก 1 เดือนเกือบดับ หมอฉีดยาผิด “ยาผู้ใหญ่” เสี่ยงหัวใจหยุดเต้น
กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เมื่อพ่อรายหนึ่งออกมาโพสต์เล่าเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ หลังพาลูกวัยเพียง 1 เดือนไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่กลับเกิดความผิดพลาดร้ายแรง เมื่อแพทย์แจ้งภายหลังว่าได้ “ฉีดยาผิด” โดยเป็นยาสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งไม่สามารถใช้กับเด็กทารกได้
โดยระบุว่า "ถ้าสมุติว่าลูกเราไม่สบาย แล้วเราพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาล แล้วอยู่ดีๆมีหมอมาบอกกับเราว่า ขอโทษนะคะ พอดีฉีดยาผิดไห้ลูกคุณไป ซึ่งยาที่ฉีดไห้ลูกเรานั้นคือ ยาสำหรับผู้ใหญ่ ไม่สามารถฉีดให้เด็กได้ ไม่ว่าจะเด็กเล็กหรือเด็กโต แต่ลูกผมอายุเดือนเดียว ซึ่งมันเกินขนาดที่เด็กจะรับได้ อาจะทำไห้เด็กมีอาาการหายใจช้าลง หรือ หลับจนเรียกไม่รู้สึก แรงสุดคือ ถึงขั้นหัวใจหยุดเต้นเฉียบพันได้ คือ แรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ หมอพูดกับคุณแบบนี้ ถ้าเป็นลูกคุณ คุณจะทำยังไง ลองแสดงความคิดเห็นหน่อย"
โดยพ่อของน้องได้ออกมาอัปเดตเพิ่มเติมอีกว่า "อัพเดตอาการน้องล่าสุดนะครับ นับตั้งแต่ตอนฉีดยาเมื่อวาน ผ่านมา 16 ชั่วโมง หมอก็ยังให้คำตอบไม่ได้ว่าปลอดภัย 100% ยังต้องอยู่ในช่วงดูแลไกล้ชิด ในห้องงปอดเชื้อ จนครบ24ชั่วโมง หมอถึงจะสรุปไห้ได้ นะตอนนี้โดยรวม อาการน้องดีขึ้นกว่าเมื่อวาน หายใจดีขึ้น เรียกแล้วรุ้สึกตอบสนองดีขึ้น คือเมื่อวานตอนน้องได้รับยา น้องตอบสนองช้า หายใจช้ามากๆ นะตอนนี้แค่เริ่มดีขึ้นจากเมื่อวาน คือหมอก็ยังสรุปอะไรไม่ได้ ไห้รอจนกว่าจะครบ 24 ชั่วโมง"
พ่อของเด็กเผยว่า จากการสอบถามพบว่าสาเหตุเกิดจาก “การสื่อสารผิดพลาด” ระหว่างแพทย์และพยาบาล โดยแพทย์สั่งยาฆ่าเชื้อให้ผู้ป่วย แต่ในขั้นตอนการจ่ายยา พยาบาลไม่ได้ตรวจสอบชื่อผู้ป่วยหรือยืนยันตัวตนก่อนฉีด ทำให้เกิดความผิดพลาดร้ายแรง
ทั้งนี้ ทางพยาบาลยอมรับว่าไม่ได้มีการสอบถามชื่อผู้ป่วยจริง ขณะที่แพทย์ก็ยอมรับว่ามีการสื่อสารคลาดเคลื่อน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความไม่พอใจให้กับครอบครัวคือ หลังเกิดเหตุยังไม่มีการชี้แจงอย่างเป็นทางการ หรือมีผู้รับผิดชอบชัดเจน อีกทั้งครอบครัวยังไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่คนใดเป็นผู้ฉีดยาให้เด็ก
พ่อของน้องตั้งคำถามกลับไปยังโรงพยาบาลว่า หากเหตุการณ์เลวร้ายกว่านี้ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบกับชีวิตของลูกที่เกือบต้องสูญเสียจากความสะเพร่า พร้อมสะท้อนความรู้สึกว่า “ถ้าเป็นลูกคุณ คุณจะรู้สึกอย่างไร”