“แคนาดา” อ่วมหนัก ราคาน้ำมันสังเคราะห์พุ่ง 200% ในเวลาเพียง 4 วัน
"แคนาดา" อ่วมหนัก ราคาน้ำมันสังเคราะห์ ซึ่งให้ผลผลิตดีเซลสูง พุ่งขึ้นเกือบ 200% ภายในเวลาเพียง 4 วัน ขณะที่โรงกลั่นในเอเชียและตะวันออกกลางเผชิญปัญหาขาดวัตถุดิบ
วันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 04.41 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าน้ำมันสังเคราะห์ของแคนาดา ซึ่งเป็นที่ต้องการของโรงกลั่นเนื่องจากสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ในปริมาณสูง มีราคาพุ่งขึ้นเกือบ 3 เท่าภายในไม่กี่วัน ท่ามกลางความต้องการเชื้อเพลิงดีเซลทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
น้ำมันชนิดนี้ผลิตจากการแปรรูปบิทูเมนจากแหล่งน้ำมันทรายในรัฐอัลเบอร์ตาของแคนาดา โดยขณะนี้มีราคาสูงกว่าราคาเฉลี่ยรายเดือนของน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ถึง 19.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นเกือบ 200% นับตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม ตามข้อมูลของ Modern Commodities
การปรับตัวขึ้นดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เพราะก่อนสงครามอิหร่านเริ่มต้นเพียงหนึ่งวัน น้ำมันสังเคราะห์ยังซื้อขายในราคาต่ำกว่า WTI อยู่ 0.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ตลาดน้ำมันดีเซลทั่วโลกกำลังเผชิญความปั่นป่วน หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัย และเกิดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้การขนส่งพลังงานทั่วโลกหยุดชะงัก
*ราคาสัญญาน้ำมันดีเซลในยุโรปพุ่งขึ้นเหนือระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565 หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐจะโจมตีอิหร่านอย่างหนักในอีก 2-3 สัปดาห์ และช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดตามธรรมชาติ หลังสงครามสิ้นสุด*
โรงกลั่นน้ำมันในตะวันออกกลางและเอเชียจำนวนมากประสบปัญหาการผลิตดีเซลลดลง เนื่องจากการขนส่งน้ำมันดิบหยุดชะงัก ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงน้ำมันดิบจากแหล่งเดิมได้
น้ำมันสังเคราะห์ของแคนาดามีองค์ประกอบทางเคมีและปริมาณกำมะถันต่ำ ทำให้โรงกลั่นสามารถผลิตน้ำมันดีเซลและเชื้อเพลิงเครื่องบินได้มากกว่าน้ำมันดิบชนิดอื่น นอกจากนี้ การซ่อมบำรุงโรงงานอัปเกรดน้ำมันทรายในแคนาดาที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตลดลง ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันสังเคราะห์ปรับตัวสูงขึ้น
อ้างอิง : www.bloomberg.com