“การบินไทย” ปรับแผนลดเที่ยวบิน เหตุสงคราม-ราคาน้ำมันพุ่ง
วันที่ 25 เมษายน 2569 นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับแผนบริหารจัดการเที่ยวบินให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดที่มีความผันผวน โดยเฉพาะปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้โดยสาร ทำให้พฤติกรรมการจองตั๋วมีความไม่แน่นอนมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทต้องบริหารเที่ยวบินอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อลดความสูญเสียในเส้นทางที่มีความต้องการเดินทางลดลง
ทั้งนี้ แนวทางการปรับแผนจะดำเนินเป็นลำดับขั้น เริ่มจากการปรับขนาดเครื่องบินให้เหมาะสมกับจำนวนผู้โดยสาร ก่อนพิจารณาปรับลดความถี่เที่ยวบินจากเดิมที่ให้บริการทุกวัน เหลือบางวันต่อสัปดาห์ โดยยืนยันว่าการยกเลิกเที่ยวบินจะเป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น
สำหรับภาพรวมในเดือนพฤษภาคม บริษัทปรับลดเที่ยวบินเพียงประมาณ 4–5% โดยเส้นทางระหว่างประเทศสำคัญ เช่น กรุงเทพฯ–อัมสเตอร์ดัม ยังคงให้บริการตามปกติ ขณะที่เส้นทางภายในประเทศบาง
ส่วน โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาจมีการปรับลดความถี่หรือสลับวันบิน แต่ไม่ถึงขั้นยกเลิกถาวร
ด้านต้นทุนการดำเนินงานยังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันอากาศยานที่ผันผวน จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยราคาน้ำมันในตลาดโลกเคยพุ่งจากระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ไปแตะ 240 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แม้ล่าสุดจะเริ่มอ่อนตัวลง แต่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าปกติราว 2 เท่า ส่งผลให้ราคาบัตรโดยสารต้องปรับตามต้นทุน ภายใต้การพิจารณาความสามารถในการจ่ายของผู้โดยสารควบคู่กัน
นอกจากนี้ บริษัทได้ตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์แบบวันต่อวัน พร้อมบูรณาการทุกฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายพาณิชย์ เพื่อประเมินดีมานด์และปรับแผนอย่างยืดหยุ่น ขณะเดียวกัน ธุรกิจขนส่งสินค้าหรือคาร์โก้ยังเป็นอีกแรงขับสำคัญในการสร้างรายได้ โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าสูงและเวชภัณฑ์ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
สำหรับผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 บริษัทระบุว่าทำได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ และเป็นไปตามแผนโดยไม่มีปัจจัยลบที่น่ากังวล ขณะที่แผนจัดหาเครื่องบินใหม่และการลงทุนยังคงเดินหน้าตามเป้าหมาย เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม บริษัทประเมินว่า หากสถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงานยืดเยื้อเกิน 1 ปี อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินโดยรวม แต่เชื่อมั่นว่าด้วยการบริหารจัดการอย่างมีวินัย จะช่วยให้การบินไทยสามารถผ่านความท้าทายดังกล่าวไปได้