สถาปนิก’69 เปิดเวทีโชว์พลังสถาปัตย์รุ่นใหม่ ตั้ง ‘สติ’ เตรียม ‘พร้อม(ท์)’ รับมือ AI ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี
โต๊ะเขียนแบบขนาดใหญ่ กระดาษพิมพ์เขียว และดินสอไม้ จุดเริ่มต้นจาก ‘มือ’ ผสาน ‘ความคิด’ อย่างแม่นยำผนึกความเข้าใจในวัสดุและบริบท ก่อกำเนิดงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่เบ็ดเสร็จจากปัญญามนุษย์ล้วนๆ
ทว่าเมื่อคอมพิวเตอร์เข้ามาพร้อมซอฟต์แวร์อันซับซ้อน ขอบเขตของจินตนาการถูกขยับขยายเกินกว่ารูปทรงเรขาคณิตพื้นฐานแต่ถึงอย่างนั้น ‘ผู้ควบคุม’ ก็ยังคงเป็นมนุษย์เฉกเช่นเดิมจวบจนวันนี้เราก้าวมาถึงยุค AI (Artificial Intelligence) นักสถาปัตย์บอกว่ามันก็ไม่ได้เป็นแค่ ‘เครื่องมือ’ หรือ ‘แขนขา’ แต่มันกำลังกลายร่างเป็น ‘ผู้ช่วย’ ที่ไม่เคยมีมาก่อน สามารถคิด อ่าน และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
เรารู้ว่าผู้ช่วยคนนี้ฉลาด ว่องไว ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่คำถามสำคัญคือ “เราจะสื่อสารทำงานร่วม และกำกับเขาอย่างไร” ภายใต้เส้นแบ่งบางๆ ระหว่างผู้ควบคุมกับผู้ถูกควบคุม
สถาปนิก’69 สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์)
งานสถาปนิกถือเป็นมหกรรมแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดและแสดงนิทรรศการงานสถาปัตยกรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอาเซียน จัดต่อเนื่องมาถึงครั้งที่ 38 โดยปีนี้ สถาปนิก’69 กลับมาภายใต้แนวคิด สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์ ) | SATI : WISDOM : PROMPT
บอกเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในยุค AI ที่กลายร่างมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยตั้งคำถามว่า “เราจะมีส่วนร่วมกับพลังเหล่านี้อย่างมีวิจารณญาณ มีจริยธรรม และสร้างสรรค์ได้อย่างไร” เพื่อให้เราไม่เพียง ‘เข้าใจ’ แต่ ‘ปรับตัว’ และ ‘พร้อม’ สำหรับอนาคตที่กำลังมาถึง
นอกจากสถาปนิก นักออกแบบ ผู้ประกอบการในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มนักศึกษาสถาปัตย์เป็นอีกหนึ่งในหัวใจสำคัญของการจัดงานในครั้งนี้เพราะพวกเขาคือคนรุ่นใหม่ที่จะรับไม้ต่อบทบาทของสถาปนิกไทยให้ยังคงความรุ่งโรจน์เรืองรองไว้ไม่ดับสูญท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การรักษาสมดุลระหว่าง ‘ความก้าวหน้า’ และ ‘รากเหง้า’ จึงไม่ใช่เพียงทางเลือกแต่คือโจทย์สำคัญของอนาคตภายใต้บริบทพื้นฐานของความเป็นไทย
Student Workshop เชื่อม WISDOM – AI สู่ Digital Craft
“เราอยากเปิดโอกาสให้กับสถาปนิก นักออกแบบ รวมทั้งนิสิตสถาปัตย์ทั่วประเทศได้มาเข้าร่วมประชันไอเดียกัน”
ความตั้งใจของ ‘ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐพงษ์ อังกสิทธิ์’ หัวหน้าโครงการ ASA Architectural Design Student Workshop 2026 คือการเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาสถาปัตย์รุ่นใหม่ได้ลองคิด ทำ และทดลองออกแบบอย่างจริงจัง เพื่อนำไปสู่กระบวนการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม จึงได้นำพื้นที่จากโครงการ CEA x ASA : Prompt-Place Design Competition ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA และ ASA ในการสรรหาพื้นที่สาธารณะยุคใหม่ครอบคลุม 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ มาใช้เป็นโจทย์ตั้งต้นสำหรับนักศึกษา
ภายใต้โจทย์ ‘Digital Intelligence and Human Craft: Digital Craft’ นักศึกษาจะนำพื้นที่เหล่านั้นมาพัฒนาผสานต่อเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom) บวกเข้ากับ AI สู่ ‘หัตถกรรมดิจิทัล’ ซึ่งล้อไปกับแนวคิดหลักในการจัดงานสถาปนิก’69
ต่อยอด 8 Public Space สะท้อนอัตลักษณ์ชุมชน
จากการคัดเลือกโดย ASA มีตัวแทนนักศึกษาคณะสถาปัตกรรมศาสตร์ ระดับชั้นปีที่ 3 – 4 จาก 37 สถาบันทั่วประเทศเข้าร่วมเวิร์กช็อป จำนวน 64 คน พร้อมด้วยอาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมจากสถาบันการศึกษาต่างๆ รับบทพี่เลี้ยงอีก 20 คน นักศึกษาทั้งหมดจะถูกแบ่งเป็น 8 กลุ่ม 8 ไซด์งาน 8 จังหวัด ใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยแต่ละกลุ่มจะมีนักศึกษาที่ผูกพันอยู่ในพื้นที่หรือภูมิภาคนั้นๆ ด้วย
เป้าหมายคือการขยายภาพท้องถิ่นสู่ระดับสากลด้วยการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการทำงานสร้าง Public Space เช่น ศาลา พื้นที่พักคอย หรือท่ารถ ฯลฯ บนพื้นที่ไม่เกิน 150 ตารางเมตร ต่อยอดอัตลักษณ์ชุมชน ภูมิปัญญาหัตถกรรมแบบดั้งเดิม
ขั้นตอนการดำเนินงานแรกเริ่มต้นตั้งแต่ ประชุมเตรียมความพร้อมลงพื้นที่เก็บข้อมูลในชุมชนเรียนรู้เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและภูมิปัญญาต่างๆ รวมทั้งทำความเข้าใจพื้นฐานด้าน AI ของนักศึกษาแต่ละคน เฟส 2 เวิร์กช็อปการออกแบบพื้นที่สาธารณะที่สามารถนำไปก่อสร้างได้จริง ซึ่งปลายทางขึ้นอยู่กับความพร้อมและงบประมาณของหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นๆ สำหรับขั้นตอนการออกแบบจนเสร็จสิ้นมีระยะเวลาต่อเนื่อง 4 วัน โดยนักศึกษาทั้งหมดและอาจารย์ที่ปรึกษาจะใช้เวลา 24 ชั่วโมงร่วมกัน ณ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) บางนา จากนั้นเฟส 3 ผลงานของทั้ง 8 กลุ่ม จะนำไปจัดแสดงเป็นหนึ่งในนิทรรศการ โซน Education ภายในงานสถาปนิก’69 โดยจะมีการพรีเซนต์ของทั้ง 8 ทีมในช่วงบ่ายของวันที่ 28 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันแรกของการจัดงานด้วย
AI ไม่ใช่แค่แขน ขา วงการสถาปัตย์ไทยไม่เคยหยุดนิ่ง
กระบวนการทำงานด้วยเทคโนโลยี AI จะเข้ามามีส่วนช่วยอะไรได้บ้างแล้วจะสามารถเชื่อมโยงไปยังชุมชนได้อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์ไซด์ วิเคราะห์ข้อมูล การ Generate ภาพขึ้นมาให้เห็นแบบจริงในบรรยากาศเสมือนจริง นั่นคือสิ่งที่นักศึกษาจะได้เรียนรู้กลับไปในครั้งนี้
“ก่อนหน้านี้เราอาจจะคิดว่า AI คือแขนขา แต่ตอนนี้คิดว่ามันเหมือนเป็นอีกคนที่ช่วยทำให้การทำงานดีและเร็วขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการออกแบบสถาปัตยกรรมในชุมชนยังต้องคงกลิ่นอายของความเป็นท้องถิ่น หากเปรียบให้เห็นภาพคงเหมือนเชฟที่ทำแกงส้มแบบฟิวชัน ยังไงแล้วมันก็ต้องเป็นแกงส้มแต่อาจเป็นแกงส้มในรูปแบบก้อน เจล หรือโฟม มันคือการนำเรื่องเดิมมาเล่าในรูปแบบที่ใช้เครื่องมือใหม่”
นักศึกษาที่เข้าร่วมเวิร์กช็อปจะได้ทำความรู้จักเครื่องมือ AI เพิ่มขึ้นอย่างรอบคอบ และมีสติ จากที่รู้และใช้กันแบบแพร่หลายอยู่แล้ว ส่วนผู้ชมงานจะได้เห็นว่าเทคโนโลยี AI มันดียังไงกับสังคม
“ในมุมมองของโรงเรียนสถาปัตย์เรามองจุดสำคัญคือการสะท้อนให้สังคมเห็นว่าอุตสาหกรรมเราไม่ได้หยุดนิ่ง และสามารถปรับตัวตามเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี”
ยืนหยัด “ตัวตน” สติต้องมา ปัญญาต้องพร้อม(ท์)
สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์ ) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐพงษ์ ช่วยคลายความสงสัยอธิบายเพิ่มเติมว่า Promt หรือชุดคำสั่ง เป็นหัวใจของ Work Flow ในการใช้ AI ต้องเรียนรู้การใช้งานอย่างถูกต้องและตรงประเด็นเพื่อไม่ให้เครื่องมือกลับมาครอบงำ มนุษย์จึงต้องฉลาดในการควบคุมสามารถเดินไปพร้อมๆ กับเทคโนโลยีได้อย่างเท่าทัน
“การก้าวไปยืนในยุคดิจิทัลหากไร้สติก็อาจจะสูญเสียความเป็นตัวตนไปได้จึงต้องเรียนรู้ที่จะใช้เครื่องมืออย่างรู้เขารู้เรา เพราะบางครั้งมันมีโอกาสผิดพลาด เหมือนเวลาเราถาม ChatGPT มันก็มีข้อมูลมั่วๆ ปะปนออกมา หากไม่รู้ว่าจุดไหนมันคือความผิดพลาดโอกาสพลาดก็จะตกมาอยู่ที่เราเอง”
สำหรับงานชั่ง ตวง วัด อาจจะไม่มีปัญหาเพราะมันมีพื้นฐานจาก Fact แต่ถ้าเป็นเรื่องของความเป็นมนุษย์ก็ยังรู้สึกและถ่ายทอดด้วยความเข้าใจมนุษย์ด้วยกันได้ดีกว่าจึงถือว่ายังเป็นยุคที่ยังต้องทำงานประสานกันอยู่ระหว่างคนกับ AI
“เชื่อว่าในอนาคตที่ก้าวหน้าขึ้น เราอาจจะแค่นึกแล้ว AI สามารถถ่ายทอดออกมาให้เราได้ดั่งใจก็เป็นได้”
โครงการ ASA Architectural Design Student Workshop 2026 เป็นเวทีที่เปิดประสบการณ์การทำงานในรูปแบบเสมือนจริง นอกจากการเพิ่มทักษะความรู้แล้วยังมุ่งหวังให้นักศึกษาได้รู้จักการทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้คนใหม่ๆ ตลอดจนพัฒนาความสามารถในการสื่อสารกับชุมชน หรือช่างฝีมือในท้องถิ่น รวมทั้งการสร้างเครือข่ายคนในวงการสถาปนิกตั้งแต่ในรั้วการศึกษาไปจนถึงเส้นทางอาชีพ
เสียงจากนิสิตสถาปัตย์ผู้ร่วมโครงการและพร้อมต่อยอด
‘กัลยาณี สุใจ’ นักศึกษาคณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เล่าถึงโจทย์ที่ได้รับในครั้งนี้คือการออกแบบ Pavillion สำหรับชุมชน ในกลุ่มจึงต้องศึกษาสภาพพื้นที่ และเรื่องราวของท้องถิ่น จากความเป็นดินแดนพหุวัฒนธรรมของเมืองนครศรีฯ เพื่อนำมาสู่การออกแบบที่สะท้อนอัตลักษณ์โดยได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายของเครื่องจักสานย่านลิเภา และผ้ายกเมืองนคร
“การเข้าร่วมเวิร์กช็อปในครั้งนี้ได้รับทั้งประสบการณ์จากเพื่อนต่างสถาบันซึ่งมี Skill ที่แตกต่าง รวมทั้งอาจารย์ที่ให้คำแนะนำดีๆ ทั้งด้านการออกแบบและใช้ AI ที่หลากหลายมากกว่าที่เคยรู้ ประทับใจมากเพราะครั้งนี้เปรียบเสมือนเวทีการทำงานจริง และอาจจะได้นำไปก่อสร้างจริงๆ ด้วย”
‘ธนพพัฒน์ แก้วพฤกษ์’ นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เล่าถึงโจทย์ที่เขาและกลุ่มได้รับคือ Public Space ริมแม่น้ำกวง จ.ลำพูน ซึ่งทีมได้ออกแบบเป็น Pavillion ที่สะท้อนแรงบันดาลใจจากประเพณีสลากย้อมที่มีเพียง 1 เดียวในเมืองไทย โดยมุ่งหวังให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่ที่ดึงคนและกิจกรรมเข้ามาใช้พื้นที่
“ผมได้เรียนรู้ Work Tools ใหม่ๆ ในการคิด วิเคราะห์ไซด์ และเข้าถึงบริบทของคนในพื้นที่ ได้เจอเพื่อนใหม่ที่มีความสามารถโดดเด่นต่างกันออกไป บรรยากาศเหล่านี้แตกต่างจากการเรียนในมหาวิทยาลัยถือเป็นการเปิดประสบการณ์ให้เราพร้อมที่จะเติบโตขึ้น”
‘สรัลพร ริมราง’ นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้อธิบายว่ากลุ่มของเธอได้รับโจทย์โครงการ Center Tower อ.บางเลน จ.นครปฐม ซึ่งเปรียบเสมือนพื้นที่รวมใจของชุมชน ด้วยลักษณะของเกาะกลางน้ำจึงได้เชื่อมโยงไอเดียของเรือเข้ามาในการออกแบบ สื่อสารด้วยการ ‘มองเห็น’ จากตัวโครงสร้าง ‘ฟัง’ รับรู้ผ่านเสียงคลื่นของน้ำ ‘สัมผัส’ ประสบการณ์เรียนรู้จากภูมิปัญญาการต่อเรือ และการแสดงดนตรีในพื้นบ้าน โดยหวังให้เป็น Learning Space ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในท้องถิ่น
“ถือเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ใหม่ระหว่างเพื่อนต่างสถาบันกัน ขณะที่ AI อาจจะเคยถูกมองว่าน่ากลัว หรือมีดราม่าว่าถ้าเราเป็นนักออกแบบแล้วจะใช้ AI ทำไม แต่มันคือเครื่องมือที่เข้ามาช่วยเรา ถ้าบอกว่ามันคือแขนขา ตรงหน้าตอนนี้ก็มีอยู่ถึง 5 – 6 แขนที่ช่วยอยู่”
‘ชวิศา แก้วพรหมราช’ นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือขอกล่าวเสริมว่า
“บางคนอาจใช้ให้ AI ทำงานแต่กลับโดน AI ป้อนงานให้ จุดประสงค์ที่สำคัญที่ได้เรียนรู้ในการเวิร์กช็อปในครั้งนี้ คือการควบคุม AI ให้เขามาเป็นผู้ช่วยของเราเพื่อสร้างงานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการคัดกรองการใช้อย่างมีสติ ให้เราเป็นคนควบคุมไม่ใช่ปล่อยให้ AI มาคุมงานของเรา”
ทางสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 สามารถเยี่ยมชมผลงานออกแบบจาก ASA Architectural Design Student Workshop 2026 ภายในงานสถาปนิก’69 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี
พร้อมติดตามรายละเอียดกิจกรรมและลงทะเบียนการเข้าชมงานล่วงหน้าได้ฟรีผ่านเว็บไซต์ https://www.asaexpo.org/th