สยามซีเพลน ไม่หวั่นวิกฤตเศรษฐกิจ ดัน ‘เครื่องบินน้ำ’ รับกลุ่มลักเซอรี่
คอลัมน์ : สัมภาษณ์
เป็นปรากฏการณ์ทางการตลาดที่ถูกจับตามองอย่างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สำหรับ “สยาม ซีเพลน” สายการบินที่สร้างปรากฏการณ์ “เครื่องบินน้ำ” ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างมากในการบุกเบิกบริการเครื่องบินที่สามารถขึ้น-ลงจากผิวน้ำได้
“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “คุณหยก-วรกัญญา สิริพิเดช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยาม ซีเพลน จำกัด ผู้ให้บริการสายการบินเล็กแบบลักเซอรี่ (Premium for Luxury) ถึงผลตอบรับของตลาดเครื่องบินขนาดเล็กและเครื่องบินน้ำ รวมถึงแผนการตลาดและโอกาสการเติบโตในอนาคต
โฟกัส Land to Land
“วรกัญญา” บอกว่า ปัจจุบันสยาม ซีเพลนมีเครื่องบินให้บริการในเมืองไทย 1 ลำ และมีโควตาที่จะนำเข้าอีก 6 ลำ โดยลำที่ 2-3 จะเข้ามาประมาณไตรมาส 2 และ 3 นี้ และจะทยอยเข้ามาเสริมอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทก็มีบริษัทในเครือที่ Acquire เครื่องบินไว้อยู่หลายลำ หากมีดีมานด์ก็สามารถนำเครื่องเข้ามาเสริมได้ทันที ซึ่งเครื่องบินที่จะนำมาให้บริการจะเป็นฟลีตเดิม เพื่อง่ายกับการบริหารจัดการด้านโอเปอเรชั่น ด้านการขาย ด้านนักบิน และด้านการซ่อมบำรุง
โดยที่ผ่านมาเน้นให้บริการแบบเช่าเหมาลำระหว่างสนามบินต่อสนามบิน หรือ Land to Land เป็นหลัก แต่ระหว่างนี้ก็ดำเนินการด้านการขออนุญาตที่จะขึ้นลงในน้ำ (Sea Operation) ซึ่งการขึ้นลงในน้ำนั้นเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ทั้งสำนักงานการบินพลเรือน มีทั้งกรมเจ้าท่า ฯลฯ แต่ละหน่วยงานก็มีการกำกับดูแลเฉพาะของเขา ตอนนี้ใกล้เรียบร้อยแล้ว เหลือการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของกระทรวงทรัพย์
“วันนี้เราให้บริการแบบ Land to Land ไปทั่วประเทศ ลูกค้าสามารถที่จะบินไปได้ทุกที่ที่ลูกค้าอยากจะไปและมีสนามบิน ซึ่งบริษัทก็ต้องนำเสนอโปรดักต์ให้กับลูกค้าเหมือนกัน เพราะว่าบางทีลูกค้าก็ไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง เช่น การนำเสนอหัวหิน อู่ตะเภา เพื่อให้ลูกค้าได้เที่ยวทั้งพัทยาและหัวหิน ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าก็ให้การตอบรับที่ดี เพราะว่ามัน Exclusive ไปแล้ว คนต้องถามว่าคุณทำสิ่งนี้ได้อย่างไร”
“ภูเก็ต-สมุย” สุดฮอต
“วรกัญญา” บอกด้วยว่า ปัจจุบันสยามซีเพลนใช้ฮับการบินที่สนามบินดอนเมือง จอดเครื่องบินที่สนามบินดอนเมือง และมี Operation Office อยู่ที่ดอนเมือง เครื่องบินรุ่นที่เราให้บริการอยู่รองรับผู้โดยสารได้ 6-8 คน ทำการบินได้ทั่วประเทศ ระยะการบินอยู่ที่ประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง บินไกล ๆ ก็จะประมาณเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุบลราชธานี
ส่วนใหญ่ลูกค้าของเราจะนิยมบินข้ามภูมิภาค เช่น ขอนแก่น-สมุย, เชียงใหม่-ขอนแก่น, อู่ตะเภา-หัวหิน-ภูเก็ต ฯลฯ ส่วนค่าบริการขึ้นอยู่กับระยะทาง
สำหรับเส้นทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดมี 3 เส้นทางหลัก คือ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต, กรุงเทพฯ-สมุย และสมุย-ภูเก็ต เป็น 3 เส้นทางที่ลูกค้าที่มีกำลังจ่ายนิยมไปเที่ยว ซึ่งเส้นทางที่ขายดีที่สุดคือ สมุย-ภูเก็ต ทำให้เห็นไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเลยว่ามาสมุยแล้วก็ต้องไปภูเก็ต หรือมาเที่ยวภูเก็ตแล้วก็ต้องไปสมุย แต่ระยะหลังก็เริ่มมีเดสติเนชั่นใหม่อย่างกระบี่ที่เริ่มมาแรงเช่นกัน
ขณะที่บริษัทก็พยายามที่จะโปรโมตหัวหิน ก็จะมีเส้นทางใหม่เกิดขึ้นเพิ่มเติม คือ หัวหิน-กระบี่, หัวหิน-ภูเก็ต, หัวหิน-กรุงเทพฯ และหัวหิน-สมุย
เจาะกลุ่ม Premium Mass
ส่วนกลุ่มลูกค้านั้น “วรกัญญา” บอกว่า ลูกค้าจะแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ๆ คือ ต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทย (Expat) ต่างชาติกลุ่มเกษียณ และคนไทย โดยกลุ่มชาวต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยวนั้นบริษัทจะมีเอเย่นต์ในการจัดการดูแลให้ ส่วนชาวต่างชาติที่อยู่เมืองไทยเป็น Expat จะนิยมจองเอง
อย่างไรก็ตามหากเทียบกับผู้ให้บริการรายอื่นที่ให้บริการในรูปแบบเดียวกัน จะพบว่าในตลาดมีเซ็กเมนต์ที่ชัดเจน กล่าวคือ กลุ่มที่ให้บริการโดยเครื่องบินเจ็ต เช่น เอ็มเจ็ท, สยามแลนด์ เขาให้บริการโดยเครื่องบินเจ็ต (ไพรเวตเจ็ต) กลุ่มนี้เป็นเซ็กเมนต์ตลาดบน ราคาจะสูง หรือราว 600,000-1,000,000 บาท
สยาม ซีเพลนจึงมองหาเซ็กเมนต์ระดับกลาง หรือกลุ่ม Premium Mass ขึ้นไป ที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายตั้งแต่ 100,000-300,000 บาท ไม่ถึงระดับ 700,000 บาท ซึ่งในตลาดระดับดังกล่าวนี้ก็มีดีมานด์ในการเดินทางแบบพรีเมี่ยมเช่นกัน ยกตัวอย่าง กรุงเทพฯ-หัวหิน ราคาอยู่ในระดับประมาณ 115,000 บาท (ราคาน้ำมันเก่า) แต่หลังจากน้ำมันขึ้นก็มีการปรับราคาขึ้นประมาณเที่ยวละ 5,000-10,000 บาท
ถ้าไกลกว่านั้น เช่น กรุงเทพฯ-กระบี่, กรุงเทพฯ-ภูเก็ต ราคาอยู่ที่ประมาณ 300,000 บาท กรุงเทพฯ-สมุย ประมาณ 370,000-380,000 บาท (ค่าสนามบินสูง) ส่วนกรุงเทพฯ-เชียงราย เชียงใหม่ ก็ประมาณ 280,000-300,000 บาท
“กลุ่มเป้าหมายเราเป็นตลาดนักท่องเที่ยวพรีเมี่ยมขึ้นไป เป็นกลุ่มคนมีกำลังซื้อ วันนี้การเดินทางโดยเครื่องบินส่วนตัวเป็นทั้งเทรนด์และวิธีการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าปัจจัยด้านเศรษฐกิจจะส่งกระทบแต่ก็กระทบน้อยกว่าตลาดแมสทั่วไป”
ราคาน้ำมันโลกกระทบต้นทุน
เมื่อถามถึงประเด็นเรื่องสงครามตะวันออกกลางและราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงจะส่งผลให้ราคาขายแพ็กเกจเดินทางปรับขึ้นมากน้อยแค่ไหน “วรกัญญา” ตอบว่า เดือนมีนาคมที่ผ่านมายังไม่กระทบ ทำให้ราคาเดือนเมษายนยังอยู่ในระดับเดิม เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการขายล่วงหน้า
แต่คาดว่าจะส่งผลกระทบชัดเจนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งหากสถานการณ์ลากยาวก็น่าจะกระทบต่อต้นทุนการให้บริการโดยตรงเช่นกัน อย่างไรก็ตามบริษัทยังเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเป็นเดสติเนชั่นที่ชาวต่างชาตินิยมและอยากเข้ามาท่องเที่ยวในอันดับต้น ๆ
ขณะเดียวกันบริษัทก็พยายามเดินแผนการตลาดเชิงรุกมากขึ้น เพื่อหาโอกาสใหม่ทางการตลาด เช่น การเจรจาเพื่อเป็นพันธมิตรกับโรงพยาบาล เพื่อขนส่งผู้ป่วยไม่หนัก เช่น แขนหัก ขาหัก หรือเป็นพาร์ตเนอร์กับสโมสรกีฬาต่าง ๆ เป็นต้น
ตลาดนี้ดีมานด์สูงกว่าซัพพลาย
ส่วนเส้นทางบินระหว่างประเทศนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการขออนุญาต คาดว่าน่าจะสามารถให้บริการได้ในปีหน้า ขณะที่แผนการให้บริการบินลงผิวน้ำ หรือ Sea Operation คาดว่าน่าจะสามารถดำเนินการได้ในช่วงประมาณไตรมาส 3/2569 นี้
ในส่วนของบริการ Sea Operation นั้นบริษัทมีแผนที่จะเริ่มที่ภูเก็ต และกระบี่ เช่น เกาะพีพี ทับแขก เป็นการให้บริการบินข้ามเกาะ โดยใช้ภูเก็ตเป็นฐานการบินให้บริการเส้นทางภูเก็ต-เกาะพีพี, ภูเก็ต-ทับแขก, ภูเก็ต-พังงา และภูเก็ต-สมุย จากนั้นจะทยอยเพิ่มตามดีมานด์ของตลาด
พร้อมทิ้งท้ายว่า แม้ว่าจะมีวิกฤตตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อการชะลอแผนเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่เชื่อว่าด้วยดีมานด์ที่มีอยู่ในปัจจุบันจะยังทำให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามแผนที่วางไว้
เพราะสถานการณ์ตลาดเซ็กเมนต์นี้ปัจจุบันยังถือว่ามี “ดีมานด์” สูงกว่า “ซัพพลาย” อยู่หลายเท่าตัว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สยามซีเพลน ไม่หวั่นวิกฤตเศรษฐกิจ ดัน ‘เครื่องบินน้ำ’ รับกลุ่มลักเซอรี่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net