เศรษฐกิจ “รังสิต” เปลี่ยนทิศ! เมกะทรานส์ฟอร์เมชั่นดึงเม็ดเงินไหลเข้า หนุนพฤกษาชิงเค้กอสังหาฯ ตอนเหนือ
เจาะยุทธศาสตร์ Northern Gateway มิกซ์ยูสยักษ์ 761 ไร่ และโครงข่าย Connectivity ระบบราง-อากาศ ดันรังสิตผงาดศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ หนุนพฤกษาสยายปีกรวบพอร์ต 15 โครงการ เจาะดีมานด์จริงครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่ระดับแมสจนถึงพรีเมียม ชูจุดแข็งทำเลแหล่งงานอุตสาหกรรมและฮับการศึกษา ตอกย้ำศักยภาพการเติบโตและมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว
17 เมษายน 2569 การขยายตัวของกรุงเทพมหานครฝั่งตอนเหนือ โดยเฉพาะทำเล "รังสิต" กำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ (Mega Transformation) จากการเป็นเพียงย่านพักอาศัยชานเมืองสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ (Economic Hub) ที่สำคัญของภูมิภาค ภายหลังการประกาศพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 761 ไร่ ซึ่งจะเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและการจ้างงานในอนาคต ส่งผลให้เกิดการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและผลักดันให้มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันพฤติกรรมการเลือกที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้พิจารณาเพียงระยะทางจากใจกลางเมือง แต่ให้ความสำคัญกับศักยภาพการเติบโตของทำเลในระยะยาวและโอกาสในการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน ซึ่งรังสิตมีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์จากการเชื่อมต่อที่ครบวงจร ทั้งรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ–รังสิต) ทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ ทางพิเศษอุดรรัถยา และความคล่องตัวในการเดินทางสู่ท่าอากาศยานดอนเมือง
โมเมนตัมอสังหาฯ ตอนเหนือ เมื่อ "แหล่งงาน-ไลฟ์สไตล์-การเดินทาง" หลอมรวมเป็นหนึ่ง
ทำเลรังสิตมีความแข็งแกร่งในฐานะศูนย์รวมแหล่งงานและสถาบันการศึกษาชั้นนำของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ โดยเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมสำคัญอย่างนวนครและบางกะดี รวมถึงมหาวิทยาลัยระดับประเทศ อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และมหาวิทยาลัยรังสิต ปัจจัยเหล่านี้ก่อให้เกิดอุปสงค์ที่อยู่อาศัยที่แข็งแกร่งและต่อเนื่องจากทั้งกลุ่มครอบครัว บุคลากรทางการแพทย์ และนักลงทุนที่มองเห็นโอกาสจากการปล่อยเช่า
นอกจากนี้ การเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และโลจิสติกส์ที่มีทั้งห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และตลาดค้าส่งระดับประเทศอย่างตลาดไทและตลาดสี่มุมเมือง ทำให้พื้นที่นี้มีระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่สมบูรณ์ รองรับการใช้ชีวิตได้ครบวงจรในพื้นที่เดียวโดยไม่ต้องพึ่งพาพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ
“ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับทำเลที่มีอนาคต มากกว่าทำเลที่ตอบโจทย์เพียงแค่วันนี้ ควบคู่กับศักยภาพการเติบโตของทำเลในระยะยาวและคุณภาพชีวิต”
พฤกษาลุยเปิดหน้าดินรังสิต รับ Urbanization และกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังแรก
พฤกษา เรียลเอสเตท ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เดินหน้าตอกย้ำความเป็นเจ้าตลาดในย่านรังสิตด้วยการบริหารพอร์ตโฟลิโอกว่า 15 โครงการ ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม เพื่อตอบโจทย์ Urbanization หรือการขยายตัวของความเป็นเมืองที่กระจายสู่ตอนเหนือของกรุงเทพฯ อย่างรวดเร็ว
ในกลุ่มเซกเมนต์ระดับกลาง-บน พฤกษาได้ส่งแบรนด์ ภัสสร (Passorn) รุกทำเลรังสิต อเวนิว และดอนเมือง-รังสิต ด้วยราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 4.69 ถึง 5.19 ล้านบาท ขณะที่แบรนด์ เดอะ แพลนท์ (The Plant) เข้ามาอุดช่องว่างในกลุ่มราคา 2.69 ถึง 3.89 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่รังสิต-คลอง 5 ไปจนถึงย่านวงแหวน สำหรับกลุ่มพรีเมียมทาวน์โฮมได้ส่งแบรนด์ พาทิโอ (Patio) ในทำเลพหลโยธิน-วิภาวดี ด้วยราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท
สำหรับกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังแรก (First Jobber) พฤกษาให้ความสำคัญกับการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงการมีที่อยู่อาศัยผ่านโครงการทาวน์โฮม 2 ชั้น แบรนด์ บ้านพฤกษา และ พฤกษาวิลล์ ในระดับราคาเริ่มต้นที่ 1.29 ถึง 1.89 ล้านบาท ครอบคลุมหลายทำเลศักยภาพ อาทิ รังสิต-คลองต่างๆ, นวนคร-พหลโยธิน และติวานนท์-รังสิต โดยทุกโครงการมุ่งเน้นการออกแบบพื้นที่ยืดหยุ่นและการใช้นวัตกรรมบ้านเย็นสบายเพื่อประหยัดพลังงาน
การรุกตลาดอย่างหนักของพฤกษาในครั้งนี้ สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมรับความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่รังสิตที่จะทวีความเข้มข้นขึ้น เมื่อโครงการมิกซ์ยูสและเมกะโปรเจกต์ต่างๆ เริ่มเปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้รังสิตกลายเป็น "Northern Gateway" หรือประตูเศรษฐกิจสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สมบูรณ์แบบที่สุดของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้