โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชายวัย 55 ปวดท้องบ่อย-แสบร้อนกลางอก สุดท้ายป่วย "มะเร็งกระเพาะอาหาร"

Khaosod

อัพเดต 16 เม.ย. เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. เวลา 10.01 น.

ชายวัย 55 ปี ปวดท้องบ่อย-แสบร้อนกลางอก สุดท้ายป่วย "มะเร็งกระเพาะอาหาร" แพทย์ชี้ 4 อาการ สัญญาณเตือนระยะแรกที่คนมักมองข้าม

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ ชายวัย 55 ปีรายหนึ่งมีอาการปวดท้องเป็นครั้งคราว และมักรู้สึกแสบร้อนกลางอก จึงรับประทานยาสามัญเพื่อบรรเทาอาการด้วยตนเอง แต่กลับไม่ดีขึ้น ภายหลังเข้ารับการตรวจพบเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobacter pylori) จากการตรวจแอนติเจนในอุจจาระ และเมื่อส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารร่วมกับการตัดชิ้นเนื้อ พบว่ามีแผลในกระเพาะและความผิดปกติของเซลล์ที่เข้าสู่ระยะก่อนมะเร็งแล้ว

แพทย์เตือนว่าอาการระยะแรกของมะเร็งกระเพาะอาหารมักแสดงออกเพียงอาการแน่นท้องบริเวณลิ้นปี่ อาหารไม่ย่อย ปวดท้องเล็กน้อย หรือเบื่ออาหาร ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นปัญหาระบบทางเดินอาหารทั่วไป ส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนมากได้รับการวินิจฉัยเมื่อโรคอยู่ในระยะกลางหรือระยะลุกลาม

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมทั่วไปและระบบทางเดินอาหารระบุว่า โรคนี้พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุระหว่าง 50–70 ปี โดยเพศชายมีความเสี่ยงสูงกว่าเพศหญิงเล็กน้อย กลุ่มเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ผู้ติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร ผู้ที่บริโภคอาหารรสจัดเป็นประจำ ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร รวมถึงผู้ที่มีประวัติกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรังหรือแผลในกระเพาะอาหาร

ทั้งนี้ เชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร ถือเป็นปัจจัยก่อโรคสำคัญที่มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับมะเร็งกระเพาะอาหาร โดยพบว่าร้อยละ 80–90 ของผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อดังกล่าว ผู้ติดเชื้อมีความเสี่ยงในการเกิดโรคมากกว่าผู้ที่ไม่ติดเชื้อถึง 6–10 เท่า และมักติดเชื้อตั้งแต่วัยเด็ก เชื้อสามารถอาศัยอยู่ในเยื่อบุกระเพาะอาหารเป็นเวลานาน ก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเมื่อสะสมเป็นเวลานานอาจทำให้เยื่อบุกระเพาะฝ่อ เกิดภาวะเมตาพลาสเซียของลำไส้ และพัฒนาไปสู่ระยะก่อนมะเร็งในที่สุด

เนื่องจากอาการในระยะแรกของโรคไม่จำเพาะเจาะจง เช่น แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย ปวดท้องเล็กน้อย หรือเบื่ออาหาร ทำให้ผู้ป่วยมักละเลยและไม่ได้เข้ารับการตรวจรักษาอย่างทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของชายรายดังกล่าวถือว่าได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จึงสามารถรักษาด้วยการส่องกล้องเพื่อตัดรอยโรคออกได้ และปัจจุบันเพียงติดตามอาการเป็นระยะ

แพทย์ยังระบุเพิ่มเติมว่า นอกจากการส่องกล้องตรวจแล้ว ปัจจุบันมีวิธีตรวจหาเชื้อหลายวิธี เช่น การตรวจแอนติเจนในอุจจาระ ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและมีความแม่นยำสูง สามารถใช้ประเมินการติดเชื้อในปัจจุบันได้ หากผลตรวจเป็นบวก จะมีการพิจารณารักษาด้วยการกำจัดเชื้อหรือส่งตรวจส่องกล้องเพิ่มเติม

ทั้งนี้ แพทย์แนะนำให้ประชาชนดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารอย่างเหมาะสมหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงใส่ใจสุขอนามัยด้านอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องเรื้อรัง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอุจจาระสีดำ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองและรักษาอย่างทันท่วงที

ที่มา ETtoday

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชายวัย 55 ปวดท้องบ่อย-แสบร้อนกลางอก สุดท้ายป่วย "มะเร็งกระเพาะอาหาร"

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...