โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สร้างการเรียนรู้เด็กผ่าน “Sensory Stimulation Room” ยกระดับพัฒนาการเด็กพิเศษอย่างยั่งยืน

Wealthy Thai

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

การพัฒนาเด็กในช่วงปฐมวัยถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็น “จุดเริ่มต้นที่สำคัญของชีวิต” หากเด็กได้รับการส่งเสริมอย่างเหมาะสม ย่อมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ทั้งด้านความรู้ ความคิด และการใช้ชีวิตในสังคม เด็กๆเรียนรู้โลกผ่านประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส หรือการเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตามยังมีเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความต้องการด้านการเรียนรู้เป็นพิเศษ เช่นเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา และกลุ่มออทิสติก ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลและพัฒนาอย่างเหมาะสม โดยพบว่าในอดีตเด็กออทิสติกอาจพบได้น้อย แต่ปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลการศึกษาทางระบาดวิทยาในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา พบว่าความชุกเฉลี่ยประมาณ 4.8 คนต่อประชากร 2,000 คน
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกลุ่มงานฟื้นฟูสมรรถภาพ สถาบันราชานูกุล ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้บริการทางด้านกิจกรรมบำบัดในเด็กที่มีปัญหาด้านสติปัญญาและพัฒนาการล่าช้า มีผู้ที่ภาวะออทิสติกเพิ่มขึ้น จำนวนเฉลี่ยเดือนละ 30 ราย ซึ่งเด็กที่มีภาวะออทิสติกจะมีปัญหาหลักๆ ด้วยกัน 3 ด้าน ได้แก่ 1.) พัฒนาทางภาษาล่าช้า 2.) พัฒนาทางสังคมช้า และ3.) พฤติกรรมซ้ำที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กออทิสติก (รายงานวิจัยเรื่อง “ผลของการบำบัดรักษาทางกิจกรรมบำบัดโดยใช้เทคนิค สโนซีเล็น ที่มีต่อการลดพฤติกรรมซ้ำในเด็กออทิสติกของสถาบันราชานุกูล, 2554 ) และเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา มักเผชิญกับภาวะความผิดปกติของการบูรณาการประสาทสัมผัส ซึ่งส่งผลต่อการควบคุมอารมณ์ สมาธิ และพฤติกรรมการเรียนรู้ “ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กพิเศษคือ ปัญหาการบกพร่องทางการทำงานของสมองด้านประสาทสัมผัสทั้ง 7 (มองเห็น, ได้ยิน, สัมผัส, ได้กลิ่น, รับรส, ทรงตัว, ข้อต่อ) ซึ่งเปรียบได้ว่าเป็นฐานอันดับล่างสุดของการพัฒนาศักยภาพเด็กที่มีความบกพร่อง ส่งผลให้เด็กไม่สามารถพัฒนาไปสู่ขั้นต่อไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ส่งผลออกมาในด้านการแสดงออก การควบคุมอารมณ์ และการเคลื่อนไหวได้” (น.ส.กนกนุช ป้อมน้อย: การออกแบบพื้นที่ปรับสภาพแวดล้อมเพื่อกระตุ้นการรับรู้ประสาทสัมผัสของเด็กพิเศษ(กรณีศึกษาโรงเรียนอนุบาลรัตนบุรี จ.สุรินทร์) 2561)
โดยเด็กในกลุ่มนี้มี ต้องการการเรียนรู้ที่แตกต่างออกไปจากเด็กปกติทั่วๆไป เพื่อให้เกิดการเริ่มต้นพัฒนาอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้นก็จะสามารถช่วยให้เขาได้พัฒนาได้ดียิ่งขึ้น ทั้งด้านสมาธิ อารมณ์ และพฤติกรรมการเรียนรู้ในระยะยาวต่อไป และด้วยความจำเป็นและความต้องการที่แตกต่าง “ห้อง Sensory Stimulation Room” จึงเกิดขึ้นโดยโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ ซึ่งเปิดสอนในระดับชั้นประถมศึกษาถึงระดับชั้นมัธยมศึกษา
นางสาววรรณวนัช กันพรม ผู้จัดการโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ เผยถึงความสำคัญและความจำเป็นของห้อง “Sensory Stimulation Room” หรือห้องกระตุ้นประสาทสัมผัสต่างๆ ของเด็ก เช่น การมองเห็น แสง สี การฟังเสียง การสัมผัสเนื้อผิวต่างๆ รวมถึงการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดยใช้อุปกรณ์เฉพาะทางที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเล่นและประสบการณ์ตรง ทั้งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กในหลายด้าน โดยเฉพาะสำหรับเด็กที่มีปัญหาเรื่องพัฒนาการล่าช้า หรือความต้องการพิเศษ ผ่านการเล่นที่สนุก การเล่นของเล่นต่างๆ อุปกรณ์กระตุ้นประสาทสัมผัส และอุปกรณ์ฝึกทักษะการทรงตัว ในกิจกรรมทั้งหมดนี้อยู่ภายในกรอบของ Sensory Integration โดยนักกิจกรรมบำบัดจะจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ ทำกิจกรรมด้วยตนเองให้มากที่สุด ออกแบบสภาพแวดล้อมให้เป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ที่เด็กสามารถเรียนรู้ผ่านการเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ สู่การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้
พร้อมกันนี้ ห้องกระตุ้นประสาทสัมผัส (Sensory Stimulation Room) มีความสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กพิเศษอย่างรอบด้าน ทั้งการกระตุ้นการเรียนรู้และสมาธิ ช่วยให้เด็กสามารถจดจ่อและเข้าใจสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น การฝึกควบคุมตนเองและจัดการอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนการพัฒนาทักษะด้านร่างกายและภาษา ทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่ การทรงตัว และการสื่อสาร นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เด็กเกิดความผ่อนคลาย ลดพฤติกรรมก้าวร้าว และเป็น พื้นที่ปลอดภัย” (Safe Zone) สำหรับการเรียนรู้ ปัจจุบันห้องดังกล่าวจะรองรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษในความดูแลของโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ จำนวน 170 คน โดยเด็กๆ จะได้เรียนรู้ผ่านอุปกรณ์มาตรฐานที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 7 ด้าน ควบคู่กับกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างการรับรู้ การควบคุมอารมณ์ และพัฒนาการทางร่างกายอย่างเหมาะสม อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ สร้างความสนุกสนาน และเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่สงบและปลอดภัย ที่เป็นพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาเด็กอย่างยั่งยืน และยังได้รับเกียรติจากเซเลปสาวที่มีจิตกุศล และได้ช่วยเหลือเด็กพิเศษเหล่านี้เสมอมา…
คุณน้ำอบ - ม.ล. อรณิช กิติยากร กล่าวถึงความสำคัญของการให้ว่า อาจเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ แต่สามารถเปลี่ยนชีวิตใครบางคนได้อย่างยิ่งใหญ่ น้ำอบขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสนับสนุนการสร้างห้องกระตุ้นประสาทสัมผัส (Sensory Stimulation Room) นี้เพื่อให้น้องๆเด็กพิเศษได้มีพื้นที่ในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสม เพราะทุกโอกาสที่เรามอบให้ คือก้าวสำคัญของอนาคตพวกเขา เชื่อว่าเด็กทุกคนควรได้รับโอกาสในการเติบโตอย่างเท่าเทียม ห้องพัฒนาการเด็กพิเศษจึงเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญ ที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ ทักษะและความมั่นใจให้กับเด็กๆ ขอเป็นอีกหนึ่งเสียงในการเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าไปพร้อมกันนะคะ”
ทั้งนี้ โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ร่วมเป็นพลังสำคัญในการ “เปลี่ยนโอกาสเล็กๆ ให้กลายเป็นอนาคตที่ยิ่งใหญ่” ของน้องๆ ร่วมบริจาคเงินพัฒนาห้อง Sensory Stimulation Room หรือสิ่งของจำเป็นต่างๆ ได้ที่ ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 591-6-00135-5 ชื่อบัญชี “โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์” หรือผ่านระบบ e-Donation ซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 092-739-0990
“เพราะทุกการให้ของคุณ…คือพลังที่ทำให้เด็กพิเศษได้เติบโตอย่างยั่งยืนและเท่าเทียม”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...