TPLAS พลาสติกพุ่งแรง เร่งปรับตัวรับต้นทุน
#TPLAS #ทันหุ้น – TPLAS ชี้ราคาน้ำมันโลก ดันราคาเม็ดพลาสติกพุ่ง ผู้บริหารเร่งปรับตัวรับมือต้นทุนผันผวน ชูนโยบายรีสต๊อกวัตถุดิบ พร้อมปรับราคาขายตามสถานการณ์ โชว์ผลงานปี 2568 กวาดรายได้รวม 451.27 ล้านบาท กำไรสุทธิ 7.95 ล้านบาท
นายอภิรัตน์ ธีระรุจินนท์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนวัตถุดิบหลักของบริษัท โดยสถานการณ์ในขณะนี้ค่อนข้างวุ่นวาย และมีความไม่แน่นอนสูงมาก เนื่องจากราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก อ้างอิงตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก เมื่อราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้น จึงมีโอกาสสูงที่ราคาในประเทศไทยจะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
ทั้งนี้การจัดการบริหารจัดการสต็อกนั้น บริษัทมีนโยบายรีสต๊อก (Re-stock) วัตถุดิบมาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้เทรนด์ราคาเป็นขาลง แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไป ซึ่งในส่วนของรายละเอียดจำนวนสต๊อกที่ชัดเจนนั้น ขอให้รอการชี้แจงในการประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อให้ข้อมูลที่มีความแม่นยำที่สุด
** ปรับราคาขายตามต้นทุน
ขณะที่นโยบายการปรับราคาขาย ในตลาดดั้งเดิม(Traditional Market) โดยปกติแล้วราคาขายจะมีการปรับเปลี่ยนตามราคาซื้อวัตถุดิบอยู่แล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง
สำหรับสินค้ากลุ่มรักษ์สิ่งแวดล้อม ประเภทกระดาษ บริษัทยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มขนาด ลวดลาย และขยายพอร์ตโฟลิโอสินค้า(Product Portfolio) แต่ยอมรับว่าในปัจจุบันต้องให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหาต้นทุนน้ำมันที่ส่งผลกระทบค่อนข้างรุนแรงก่อน
“ต้องยอมรับว่าผลกระทบจากราคาน้ำมันในครั้งนี้ค่อนข้างรุนแรงและทำให้การดำเนินงานมีความวุ่นวายพอสมควร จึงยังไม่สามารถลงรายละเอียดเชิงลึกในบางประเด็นได้ในขณะนี้ และแนะนำให้นักลงทุนติดตามความชัดเจนเพิ่มเติมอีกครั้ง ซึ่งจะมีการประชุมผู้ถือหุ้นเร็วๆ นี้” นายอภิรัตน์ กล่าว
** ผลงานปี 2568
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 451.27 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 36.24 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 7.43 โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายสินค้าเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลง ในขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 7.95 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 31.91 เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ11.68 ล้านบาท
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิคือ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเป็น62.90 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.22) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายจ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนและอัตราการว่าจ้าง นอกจากนี้ รายได้อื่นยังลดลงร้อยละ 21.00 เนื่องจากในปี 2567 บริษัทมีกำไรจากการขายรถยนต์จำนวน 2 คัน ซึ่งไม่มีในรอบปีนี้
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีความสามารถในการรักษากำไรขั้นต้นไว้ได้ที่ 68.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.39 เป็นผลมาจากส่วนต่างระหว่างราคาขายและราคาวัตถุดิบ โดยต้นทุนขายลดลงร้อยละ 8.71 มาอยู่ที่ 382.80 ล้านบาท ตามทิศทางราคาวัตถุดิบที่ลดลง
กลยุทธ์และทิศทางในอนาคต เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนTPLAS ได้ขยายการลงทุนในเครื่องจักรผลิตกล่องกระดาษและเครื่องพิมพ์ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าให้แก่ลูกค้า นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และพัฒนากระบวนการผลิตสู่ระบบอัตโนมัติ (Automation) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานต่อไป