โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปชป.ตามขยี้‘ศุภจี’หนัก จี้เคลียร์สต๊อกปุ๋ยให้ชัด

ไทยโพสต์

อัพเดต 28 มี.ค. เวลา 00.03 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 17.01 น.

กษ.ถกเตรียมสรุปแนวทางเสนอรัฐมนตรีคนใหม่ “ปชป.” เรียงหน้าถล่ม “ศุภจี” ซัดปุ๋ยซ้ำรอยน้ำมัน หลัง รมว.พณ.บอกตัวเลขสำรองเหลือใช้ถึงแค่ เม.ย. จากเดิม ส.ค.

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2569 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เรียกประชุมด่วนผู้บริหารในสังกัด กษ.ทั้งหมด โดยนายวิณะโรจน์กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำเป็นพิเศษ โดยกำชับให้ กษ.ดูแลและให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องของปัจจัยการผลิตอย่างทันท่วงที อย่าให้ขาดแคลนอย่างเด็ดขาด และต้องสอดคล้องกับวงรอบการเพาะปลูก โดยเฉพาะเรื่องปุ๋ยเคมี ที่ กษ.ต้องดำเนินการร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) บูรณาการความร่วมมือกับสมาคมปุ๋ยและดิน ในการบริหารจัดการปุ๋ยที่มีในปัจจุบันให้สามารถดูแลเกษตรกรได้อย่างคุ้มค่าและรอบด้าน

“นอกจากนี้ยังต้องวางแผนให้การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยต้องตรวจสอบข้อมูลเกษตรกรในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือเพื่อให้สามารถรับมือต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ และนายกฯ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานราชการสามารถใช้ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ในการรายงานสถานการณ์และทำความเข้าใจกับประชาชน หากมีประเด็นที่เร่งด่วน และยังสามารถใช้กลไกคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการพิจารณาเป็นพิเศษได้อีกด้วย” นายวิณะโรจน์กล่าว และว่า ข้อสรุปทั้งหมดจะมีการเตรียมพร้อมสรุปเสนอต่อ รมว.เกษตรฯ ชุดใหม่เพื่อแก้ปัญหาต่อไป

ขณะเดียวกัน นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เผยว่า กรมการค้าภายในได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรเกี่ยวกับการจำหน่ายปุ๋ยเคมีในราคาสูงผิดปกติในพื้นที่ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา จึง.เดียวกัน (ด้เน้นย้ำเป็นพิเศษใ สนใจ หลังสั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที โดยได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ตำรวจสอบสวนกลาง ล่อซื้อปุ๋ยเคมีตามข้อร้องเรียนเพื่อเก็บพยานหลักฐาน โดยพบมีการจำหน่ายปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0 ในราคากระสอบละ 1,190 บาท ซึ่งมีราคาสูง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบเอกสารการจำหน่ายและข้อมูลทางการค้าที่เกี่ยวข้องทันที

“การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ซึ่งกำหนดห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการใดๆ โดยจงใจทำให้ราคาสินค้าต่ำเกินสมควร หรือสูงเกินสมควร หรือก่อให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาสินค้าหรือบริการ โดยหากตรวจพบความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลการตรวจสอบไปยังร้านค้าส่ง รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การกระจายสินค้า หากพบว่ามีการร่วมกันกำหนดราคาหรือมีพฤติการณ์เอาเปรียบผู้ซื้อ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดทุกราย”

ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปุ๋ยยูเรียสูตร 40-0-0 เป็นหัวใจหลักของเกษตรกรชาวนาที่ข้าวกำลังเจริญเติบโตและมีความต้องการใช้ปุ๋ยสูง แต่รัฐบาลกลับให้ข้อมูลเรื่องสต๊อกปุ๋ยที่สับสน โดยก่อนหน้านี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เคยยืนยันว่ามีปุ๋ยใช้เพียงพอถึงเดือน ส.ค. แต่ล่าสุดกลับระบุว่ามีใช้ได้ถึงเพียงแค่เดือนเม.ย.เท่านั้น จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลตอบความจริงต่อสังคมว่า แท้จริงแล้วมีสต๊อกปุ๋ยเหลืออยู่เท่าไหร่ และขอเรียกร้องให้กรมการค้าภายในเปิดเผยต้นทุนของบริษัทที่ผลิตปุ๋ยให้ประชาชนชนทราบ และราคาจะมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นกว่านี้อีกหรือไม่

นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรค ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “บทเรียนราคาแพงจากคำลวงของ 'ศุภจี' น้ำมันแพง ปุ๋ยขาด ความผิดพลาดของรัฐ” ระบุว่า ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ออกมาสะท้อนวิกฤตปุ๋ยขาดแคลนที่กำลังคุกคามความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างหนัก ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือความผิดพลาดและการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนของ พณ. ภายใต้การนำของนางศุภจี ซึ่งตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาได้ออกมายืนยันสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรว่า ปริมาณปุ๋ยในประเทศมีเพียงพอจนถึงเดือน ส.ค. ทำให้เกษตรกรจำนวนมากไม่ได้วางแผนสำรองปุ๋ยล่วงหน้า แต่เมื่อวันที่ 26 มี.ค. รมว.พาณิชย์กลับออกมายอมรับว่าปุ๋ยในสต๊อกอาจมีพอถึงแค่เดือนเม.ย.เท่านั้น เท่ากับว่าข้อมูลระยะเวลาหายไปทันทีถึง 4 เดือน แม้รัฐจะระบุว่าสามารถหาเพิ่มเติมได้แต่ราคาจะแตกต่างออกไป ซึ่งหมายถึงราคาที่แพงขึ้น

“นี่มิใช่เพียงความผิดพลาดทางการสื่อสาร แต่เป็นการฆาตกรรมทางเศรษฐกิจต่อเกษตรกร เพราะการที่เกษตรกรหลงเชื่อข้อมูลของรัฐจนไม่ได้เตรียมตัว ทำให้ต้องมาเผชิญกับภาวะปุ๋ยขาดแคลนและราคาพุ่งสูงในช่วงก่อนเข้าฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการบำรุงต้นปาล์ม” นายเชาว์กล่าว และว่า วิกฤตปุ๋ยขาดแคลนนั้นรุนแรงกว่าวิกฤตน้ำมันแพงหลายเท่าตัว เพราะน้ำมันแพงหมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่หากไม่มีปุ๋ยใส่ให้ต้นปาล์มในช่วงเวลาที่เหมาะสม ต้นปาล์มจะไม่สร้างผลผลิต เท่ากับสูญเสียรายได้ตลอดทั้งปี นำไปสู่การล้มละลายของครอบครัวเกษตรกร

นายเชาว์เสนอแนวทางแก้ไข 4 ข้อ คือ 1.ต้องกางตัวเลขสต๊อกปุ๋ยและแหล่งนำเข้าที่มีปัญหาตามความเป็นจริง 2.เร่งเจรจานำเข้าปุ๋ยด่วน ต้องใช้ทุกกลไกหาแหล่งปุ๋ยใหม่ๆ จากทั่วโลก ไม่พึ่งพาเพียงแหล่งเดิม และต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าจะนำเข้ามาจากไหน ในราคาเท่าใด 3.คุมราคาและจัดการการกักตุน โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อควบคุมราคาปุ๋ยไม่ให้พุ่งสูงเกินจริง และปราบปรามพ่อค้าคนกลางที่ฉวยโอกาสกักตุนสินค้า และ 4.เยียวยาเกษตรกร โดยรัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดของตนเอง ด้วยการชดเชยเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนปุ๋ยตามกำหนด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...