โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หยิ่น-วอร์ ขอบคุณแฟนคลับ อยู่เคียงข้างนาน 5 ปี อัพเดตสุขภาพ พร้อมเผยเรื่องเบญจเพส

Khaosod

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 11.17 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 11.17 น.

หยิ่น-วอร์ ซึ้งใจแฟนคลับ อยู่เคียงข้างนาน 5 ปี เติบโตมาพร้อมกันทุกช่วงชีวิต พร้อมอัพเดตสุขภาพดีขึ้น มองเบญจเพสเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องผ่านไปให้ได้

ใกล้จะได้ถ่ายทำแล้วสำหรับซีรีส์เรื่อง “ที่รักสารวัตรเธียร์” ที่นำโดย หยิ่น อานันท์ และ วอร์ วนรัตน์ ล่าสุดวันที่ 19 มี.ค. ข่าวสดบันเทิงก็ได้มีโอกาสเจอทั้งคู่ที่งานฟิตติ้งซีรีส์เรื่องนี้ ณ Slole Cafe & Garden

หลังจากฟิตติ่งเสร็จทั้งคู่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ความผูกพันกับแฟนคลับที่อยู่กันมายาวนานถึงห้าปี โดย หยิ่น และ วอร์ ขอบคุณแฟนคลับ “หมูยอ” ที่อยู่ด้วยกันและเติบโตมาพร้อมกันมาตลอด ยอมรับว่าสัมผัสได้ถึงพลังซัพพอร์ตในทุกช่วง

ด้านเรื่องดวงหรือเบญจเพส ทั้งคู่มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกปีมีทั้งเรื่องดีและร้าย สำคัญคือการรับมือและผ่านไปให้ได้ ส่วนอาการบาดเจ็บของทั้งคู่ก็ดีขึ้น โดยรอนวมสุขภาพก็ถือว่าแข็งแรงดี แฟนๆ หายห่วงได้เลยก่อนทิ้งท้ายขอบคุณแฟนคลับที่อยู่เคียงข้างกันมายาวนานและหวังให้ทุกคนมีความสุข

กี่ปีแล้วกับหมูยอ (ชื่อแฟนคลับหยิ่น-วอร์)?
วอร์ : “ประมาณ 5 เข้า 6”
หยิ่น : “มากกว่านั้นหรือเปล่า ผมรู้สึกว่าเราอยู่กันมายาวกว่านั้นหรือเปล่า”

ความผูกพัน?
วอร์ : “อยู่กันมานานมากครับถือว่าเป็นส่วนหลักๆของชีวิต”
หยิ่น : “จริงๆ เค้าก็อยู่ดูพวกเราเติบโต ตั้งแต่พวกเราเรียนวิศวะกันอยู่ จนตอนนี้เป็นตำรวจแล้ว ปีที่แล้วเป็นโจร ปีนี้เราก็ย้ายขั้ว หลายอาชีพนิดนึง ดีใจที่อยู่ด้วยกันมาสามอาชีพ“

สัมผัสทุกพลังซัพพอร์ตได้ไหม?
วอร์ : “สัมผัสได้ทุกอย่างแหละ ทุกอย่างที่เราทำเค้าจะซัพพอร์ตเราเสมอ ไม่ว่าเราจะก้าวไปทางไหน ไม่ว่าเราจะทำอะไร สมมติเป็นโชว์เค้าก็ให้กำลังใจมันก็สัมผัสได้ เราอุ่นใจที่เวลาเราขึ้นไปบนเวทีแล้วเค้าก็คอยซัพพอร์ตเราอยู่ข้างหน้า”
หยิ่น : “จริงๆ ก็เป็นพลังบวกที่ส่งมาตลอดอยู่แล้ว ไม่ว่าเราจะทำงานอะไรเค้าก็ซัพพอร์ตตลอด จริงๆ มันสัมผัสได้ครับ มันเป็นส่วนที่เราดีใจมากๆ จริงๆ ที่ทำเพื่อพวกเรา”

แฟนคลับเราก็เติบโตมากขึ้น?
หยิ่น : “เติบโตมาพร้อมกันเลยดีกว่า คือช่วงเราแรกๆ แฟนคลับส่วนมากก็เป็นยุคเรียนมัธยม ซึ่งถ้าโตมาพร้อมกันเค้าเรียนจบแล้ว ซึ่งแทบไม่เห็นใครใส่ชุดนักเรียนมาแล้ว เราโตมาพร้อมกันจริงๆ ทุกช่วงอายุ ไม่ใช่อายุน้อยๆ แล้วดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ”

มีเวอร์ชั่นเอาใบปริญญามาอวด เอาลูกมาอวดไหม?
วอร์ : “จำได้ว่ามีนะ มีลูกมาอวด มีว่าแต่งงานแล้ว ใบปริญญานี่เกลื่อน”
หยิ่น : “คือมีที่ใกล้สุดคือเข้ามาเป็นรุ่นน้องคณะผม สาขาเดียวกัน เพราะเป็นรุ่นน้องเค้าเลิกเป็นแฟนคลับไปเลย เห็นไหมบางทีใกล้เกินก็ไม่ดี”

มีอะไรที่อยากได้อีกไหม?
วอร์ : “ผมไม่อยากได้อะไรเลยครับ ทุกวันนี้มันก็มีความสุข แล้วทุกวันนี้มันก็เกินไปเยอะแล้วครับ ที่ทำอยู่ก็คือกำไรทั้งหมดเลย เพราะฉะนั้นถ้าอยู่แล้วก็สบายใจก็อยู่ไปเลย เราก็จะมาอยู่ด้วยกันด้วยความสบายใจ อยู่แค่พอมีความสุขก็พอ”

เชื่อเกี่ยวกับเรื่องมูไหม?
วอร์ : “ไม่มีเลยครับ คือมีแต่ตามครับ ทีมงานพาไปไหนแล้วมันก็ไปกับเขา อะไรทำแล้วมั่นใจ อะไรทำแล้วดี เชื่อว่าทีมงานเค้าหาให้หมด เราก็ไปทำไป ให้มันเกิดความสบายใจครับ”
หยิ่น : “ช่วงหลังๆ ไม่ค่อยมีไปไหว้แล้ว แต่ช่วงแรกๆ ทั้งทีมก็ไปด้วยกันหมด เรียกได้ว่าทำบุญดีกว่า ไม่ใช่ว่าไปเพื่อขอ เพื่อความสบายใจ เป็นเหมือนฤกษ์งามยามดี”

ไม่ได้มีเพื่อป้องกันปีชง หรือว่าเบญจเพสอะไรอย่างนี้ใช่ไหม?
หยิ่น : “ผ่านมาได้แล้วครับ ตอนเด็กๆ เชื่อ”

เบญจเพสแต่ละคนเจออะไรบ้าง?
วอร์ : “กี่ปีที่แล้วนะ”
หยิ่น : “ผมรู้สึกว่าทุกปีมันมีเหตุการณ์แย่ๆ เกิดขึ้นทุกคนอ่ะ คือมนุษย์เราตัดรอบเป็นปีไง หนึ่งมกราถือว่าเริ่มใหม่ เหตุการณ์ร้ายหรือดีมันปนกันตลอดเวลา อยู่ที่ว่าเราจะไปเจอเรื่องอะไร ณ เบญจเพส ก่อนเบญจเพสผมมีเรื่องแย่ๆ อุบัติเหตุมอไซค์ล้มอย่างนี้ ช่วงนั้นไม่ถึงเบญจเพสก็ถือว่าเป็นเรื่องแย่เหมือนกัน ทุกปีมันมีหมดครับ เรื่องดีๆ ก็มี“
วอร์ : ”จริงๆ มันก็มีเรื่อยๆ คือที่เค้าบอกว่าตัดที่ 25 มันคือช่วงเปลี่ยนจุดผ่านของวัยที่แบบการทดลอง การที่ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิต หรือว่าอะไรบางอย่างที่มันจากวัยรุ่นที่จะต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น แล้วมันอาจจะนำพาให้เราไปเกิดประสบการณ์ที่มันยากลำบาก ที่มันมีภาระอะไรที่มากขึ้น ก็เหมือนทำให้เราเตรียมใจว่า 25 แล้วมันจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง อาจจะดีก็ได้ อาจจะไม่ดีก็ได้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เราไม่เคยเจอมาก่อน บางคนเริ่มทำงานเริ่มตั้งตัวตอนนั้น ก็ต้องเดินทางมากขึ้น ก็พาไปเจอเรื่องร้ายเรื่องดี เบญจเพสก็คือการกลับมาทบทวนตัวเองดีกว่า ยังไงเรื่องร้ายๆ มันก็ต้องเกิดขึ้นซักวัน จะมีเรื่องดีมาด้วยเสมอ“

แล้วอย่างจังหวะดวงตก?
หยิ่น : “เดี๋ยวมันก็ผ่านไปเนาะ เราทำอะไรไม่ได้ เราไม่ใช่จอมขมังเวทย์ แต่เราก็แก้ด้วยตัวเองไม่ได้ ถ้าศรัทธาในศาสนาก็ไปหาที่ที่สบายใจแล้วกัน แล้วแต่คน แต่ผมว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป”

อย่างช่วงที่มันยากเรามีวิธีฮีลใจตัวเองยังไงให้มันผ่านไปได้?
วอร์ : “ถ้าเจอเรื่องที่ยากหรือมันไม่ดีผมจะบอกตัวเองเสมอว่าให้หาข้อดีจากมันซักอย่างนึงให้เจอ ผมเชื่อว่าทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อให้มันไม่ดีมันจะมีข้อดีเสมอ เช่นการที่เราไปพลาดทำผิดอะไรบางอย่าง จงหาข้อดีว่าอย่างน้อยมันมันเป็นบทเรียนให้ในครั้งหน้าอาจจะไม่ได้เจอซอฟต์กว่านี้นะ บางทีถ้าเราไม่ได้เจอเรื่องนี้มันอาจจะนำพาให้เราไปเจอเรื่องที่หนัก แล้ววันนั้นไม่มีโอกาสแก้ตัวไปแล้ว”
หยิ่น : “คือผมรู้สึกว่าช่วงนี้ไม่ได้มีอะไรหนักหนาสาหัส ถ้ารู้สึกว่าจะมีได้ก็คงเป็นเรื่องโรคภัยไข้เจ็บมั้ง แต่ว่าเราก็ดูแลรักษาร่างกายเราดีแล้ว ซึ่งเราทำเต็มที่ทุกอย่างแล้ว อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด ให้มันผ่านไป ส่วนอะไรที่มันเป็นเรื่องแย่ๆ ผมว่าตอนเด็กๆ ผมเจอเรื่องอะไรแย่ๆ มาเยอะแล้ว แล้วก็ผ่านมาได้ ก็เลยคิดว่าตอนเด็กยังผ่านมาได้เลย พอโตขึ้นตอนนั้นเราก็เก่งนี่ เราก็ต้องเก่งให้เหมือนกับตอนนั้น คิดว่าไม่มีอะไรหนักไปกว่านี้”

สุขภาพตอนนี้ก็แข็งแรง?
หยิ่น : “ยังไม่ได้ตรวจ”
วอร์ : “วอร์ก็ยังไม่ได้ตรวจ แต่ก็แข็งแรงไว้ก่อน”

ที่เคยเจ็บก็หายกันแล้วใช่ไหม?
วอร์ : “ดีขึ้นครับ ตอนนี้วิ่งได้เดินได้แทบจะปกติ (ต้องไปหาคุณหมออยู่ไหม?) ใช่ครับ ไม่เป็นไรเพราะไม่ไปหานี่แหละครับ ก็คือมันปกติครับ คุณหมอบอกว่าจะกลับมาเป็นปกติภายใน 9-10 เดือน ตอนนี้เพิ่ง 6-7 เดือน”
หยิ่น : “อันนี้หมอพลังบวกนะ ผมเจอหมอพลังลบมา ผมหาเรื่องขาที่เป็นคล้ายๆ กัน ผมไปหาหมอเค้าพูดเลย อันนี้คำพูดหมอนะ อะไรที่เกิดขึ้นแล้วไม่มีทางกลับไปได้เหมือนเดิม อะไรที่เกิดขึ้นแล้วเหมือนแผลเป็นอ่ะ มันก็ต้องมีผลกระทบ จะให้มันเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีทาง เขาพูดแบบนี้ผมก็โอเคซึ้งชัดเจน ตรงไปตรงมา แต่มันก็จริง เหมือนเราเป็นแผลเป็นอ่ะ มันเป็นไปแล้วจะให้มันไปร้อยเปอร์เซ็นต์ไหม โอเคมันเคลื่อนไหวได้เหมือนคล้ายๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันก็ประมาณนั้นแหละ เราก็แค่ต้องระวังขึ้น“

ต้องผ่าไหมหรือว่าปล่อยไปเลย?
หยิ่น : “คืออย่างเคสนี้ก็เรียบร้อย สุดท้ายระบุได้ว่าเอ็นฉีก ไม่ถึงขั้นขาด หมอก็บอกว่ากายภาพไปก่อน ถ้าไม่หายวิธีแก้ก็คือมันฉีกแค่นี้ ไม่ต้องคึกถึงขั้นผ่าเพื่อลดความสามารถ คือมันจะเซนซิทีฟขึ้นถ้าเกิดเราผ่าตัด เค้าก็ถ้าใช้ชีวิตได้ก็ใช้ไป ให้มันรักษาตัวเองตามธรรมชาติ”

สุดท้ายอยากจะบอกอะไรกับแฟนคลับบ้าง?
หยิ่น : “ขอบคุณหมูยอนะครับ เราอยู่กันมาตั้งแต่ผมเด็กอ่ะ จนตอนนี้เข้า 28 แล้ว ตอนนี้พี่วอร์เข้า 32 แล้ว เราก็อยู่กันมานานมากๆ ก็ขอบคุณในความเหนียวแน่นนี้ นี่แหละดีใจ ถ้าเกิดว่าได้อะไรจากการตามเราก็ดีใจมากจริงๆ ขอให้ทุกคนมีความสุข”
วอร์ : “ขอบคุณหมูยอทุกๆ คนนะครับ ที่รู้สึกว่าเราต่างพากันไปเจอในสิ่งที่ดีๆ แล้วก็ประสบการณ์ที่เป็นบทเรียนอะไรต่างๆ มากมาย จริงๆ รู้สึกว่าถ้าผมมีอะไรจะช่วยคุณได้ ก็รู้สึกว่าอันนั้นก็คือหน้าที่ของผมแล้ว คือมีคนมาบอกเราว่าเราเป็นแรงบันดาลใจให้ทำสิ่งต่างๆ มากมาย พาไปในเรื่องดีๆ คุณก็พาผมไปในเรื่องดีๆ มากมายเหมือนกัน นำสิ่งดีๆ มาให้ผมหลายอย่างเลย ก็ขอบคุณมากๆ ครับ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หยิ่น-วอร์ ขอบคุณแฟนคลับ อยู่เคียงข้างนาน 5 ปี อัพเดตสุขภาพ พร้อมเผยเรื่องเบญจเพส

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...