โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ปุ๋ยโลกขาลง ดีลรัสเซียส่อสะดุด รัฐงัดราคากลางคุมทั่วประเทศ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดล่วงหน้าChicago Mercantile Exchange รายงานข้อมูล ณ วันที่ 16 เมษายน 2569 ระบุว่า ราคาปุ๋ยยูเรียชนิดเม็ด (Urea Granular) แบบ FOB US Gulf ปรับลดลงต่อเนื่อง โดยราคาส่งมอบเดือนเมษายนอยู่ที่ 713 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ลดลงเหลือ 705 ดอลลาร์สหรัฐ/ตันในเดือนพฤษภาคม และ 680 ดอลลาร์สหรัฐ/ตันในเดือนมิถุนายน ส่งสัญญาณอ่อนตัวต่อเนื่อง หลังแรงกดดันด้านอุปทานเพิ่มขึ้นจากการกลับมาผลิตเต็มกำลังของโรงงานในตะวันออกกลาง ประกอบกับจีนอาจจะผ่อนคลายมาตรการควบคุมการส่งออก (สิ้นสุดเดือนเมษายน 2569) ขณะที่ต้นทุนก๊าซธรรมชาติเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง หนุนราคาปุ๋ยในตลาดโลกลดลงตาม

นางสาววรัญญา บุญวิวัฒน์ นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงการเจรจาจัดซื้อปุ๋ยระหว่างเอกชนไทยกับเอกชนรัสเซียภายใต้การดีลของรัฐบาลว่า ฝ่ายไทยมีความเสี่ยงสูง โดยเงื่อนไขที่เสนอให้ไทยต้องสั่งซื้อปริมาณ 200,000-250,000 ตัน ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ถือว่าไม่สอดคล้องฤดูการผลิต เนื่องจากสินค้าจะมาถึงไทยราวเดือนกันยายน-ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูเพาะปลูก ประเด็นสำคัญอยู่ที่เงื่อนไขการชำระเงิน รัสเซียกำหนดให้ผู้ซื้อไทยต้องชำระเงินสดล่วงหน้าตั้งแต่สินค้ายังอยู่ต้นทาง ต่างจากรูปแบบการค้าปกติที่จ่ายเมื่อเรือถึงท่าเรือปลายทาง เช่น เกาะสีชัง ส่งผลให้เอกชนต้องแบกรับภาระเงินทุนล่วงหน้า 3-4 เดือน ทั้งที่ยังไม่สามารถตรวจสอบคุณภาพสินค้าได้

“เมื่อคำนวณการนำเข้าปุ๋ยเรือ 1 ลำ ขนาด 25,000 ตัน ปัจจุบันต้องใช้เงินสูงถึงประมาณ 1,500 ล้านบาท จากเดิมราว 750 ล้านบาท เนื่องจากราคาปุ๋ยและค่าขนส่งรวมอยู่ที่ประมาณ 970-980 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน สร้างแรงกดดันด้านสภาพคล่องให้ภาคเอกชนอย่างมาก รวมทั้งยังมีบทเรียนราคาแพงในอดีต เมื่อราคาปุ๋ยเคยพุ่งแตะระดับ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ก่อนร่วงลงอย่างรวดเร็วเหลือเพียง 300 ดอลลาร์สหรัฐ/ตันภายในระยะเวลาไม่นาน ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับสต็อกขาดทุนยาวนานกว่า 4 ปี ทำให้ปัจจุบันเมื่อราคาที่รัสเซียเสนอเข้าใกล้ระดับดังกล่าว ผู้ประกอบการจึงชะลอการตัดสินใจเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง”

อย่างไรก็ดีทางสมาคมฯ เสนอให้ภาครัฐปรับยุทธศาสตร์ไปเจรจาซื้อปุ๋ยกับประเทศในอาเซียน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน และเวียดนาม ซึ่งมีข้อได้เปรียบด้านระยะทางขนส่งที่ใกล้กว่า ลดระยะเวลาขนส่ง และไม่มีเงื่อนไขการชำระเงินที่ซับซ้อน อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงปุ๋ยจับตัวเป็นก้อน (Caking) จากการขนส่งระยะไกล 45-90 วันจากรัสเซีย

นางสาววรัญญา กล่าวอีกว่า ในภาพรวมปุ๋ยในประเทศไม่ขาดแคลนแต่ราคาแพงขึ้น อาจจะมีไม่พอแค่ในช่วงที่ความต้องการใช้พุ่งสูงขึ้นพร้อมกันเท่านั้น ถ้าตนเป็นรัฐบาล จะไปเจรจากับ มาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือบรูไน แทน เพราะไม่มีเงื่อนไขยุ่งยากและระยะทางใกล้กว่ามาก หรือแม้แต่เวียดนามที่มีโรงงานร่วมทุนกับจีนก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

ด้านนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้หารือเครือข่ายผู้ผลิต–ผู้ค้าปุ๋ย ติดตามสถานการณ์ปุ๋ยเคมีและมาตรการช่วยเกษตรกร โดยที่ประชุม 22 เม.ย.69 เห็นชอบประกาศ “ราคาแนะนำปุ๋ยรายจังหวัด” ทุกสัปดาห์ เริ่มสัปดาห์หน้า ผ่านเว็บไซต์กรมฯ ครอบคลุมสูตรหลัก เช่น 46-0-0, 21-0-0 และ 15-15-15 คำนวณจากราคาต้นทางบวกค่าขนส่งถึงอำเภอเมืองของแต่ละจังหวัด ใช้เป็นแนวทางกำกับราคาในพื้นที่ แก้ปัญหาส่วนต่างราคาจากโรงงานถึงร้านค้าปลีก

พร้อมกำหนดสูตรคำนวณราคาอำเภอรอบนอกตามระยะทาง ป้องกันราคาพุ่งและการกักตุน ด้านการลดต้นทุนเกษตรกร จะเดินหน้าโครงการ “ปุ๋ยธงเขียว” จัดสูตรให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ และขอความร่วมมือผู้ผลิตจัดสรรแม่ปุ๋ย–ปุ๋ยสำเร็จรูปในราคาถูกลง ขณะที่สต็อกปุ๋ยล่าสุดจาก 48 ใน 54 บริษัท อยู่ที่ราว 9.2 แสนตัน ครอบคลุมทุกสูตร

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,195 วันที่ 26 - 29 เมษายน พ.ศ. 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...