ปภ. เผยส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนภัยจากฝุ่น PM2.5 ไปแล้ว 61 ครั้ง ใน 20 จังหวัด และ กทม.
เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 69 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงฤดูฝุ่น คือ ตั้งแต่ช่วงเดือน ม.ค.–เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาวต่อเนื่องสู่ฤดูร้อน ประเทศไทยมักประสบกับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่เกินค่ามาตรฐานหลายพื้นที่ โดยสาเหตุหลักเกิดจากธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเผาป่า การเผาในที่โล่ง การคมนาคมและขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม การก่อสร้าง รวมถึงผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน ประกอบกับปัจจัยของสภาพอากาศที่มีอัตราการระบายอากาศต่ำ หรือทิศทางของกระแสลมที่อาจพัดพาเอาฝุ่นจากนอกจังหวัดหรือนอกประเทศเข้ามา ส่งผลให้พื้นที่ทางตอนบนของประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ประสบปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่เกินค่ามาตรฐานบ่อยครั้ง
นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ปภ. ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ และได้ทำการแจ้งเตือนภัยจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เมื่อค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าเกิน 75.0 มคก./ลบ.ม. (ระดับสีแดง : มีผลกระทบต่อสุขภาพ) ปภ. จะทำการแจ้งเตือนผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ Cell Broadcast และช่องทางการประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดไว้ร่วมกัน
โดยตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2569-ปัจจุบัน (ณ วันที่ 8 เม.ย. 2569) ปภ. ได้มีการแจ้งเตือนภัยจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ผ่านระบบ Cell Broadcast ไปแล้ว รวมจำนวน 61 ครั้ง ในพื้นที่ต่าง ๆ ดังนี้ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 3 ครั้ง เชียงใหม่ 6 ครั้ง เชียงราย 2 ครั้ง พะเยา 2 ครั้ง แพร่ 2 ครั้ง ลำพูน 10 ครั้ง ลำปาง 3 ครั้ง น่าน 4 ครั้ง ตาก 2 ครั้ง อุตรดิตถ์ 2 ครั้ง สุโขทัย 1 ครั้ง พิษณุโลก 2 ครั้ง กำแพงเพชร 1 ครั้ง เลย 1 ครั้ง หนองคาย 3 ครั้ง บึงกาฬ 1 ครั้ง นนทบุรี 2 ครั้ง สระบุรี 1 ครั้ง พระนครศรีอยุธยา 2 ครั้ง สมุทรสงคราม 2 ครั้ง และกรุงเทพมหานคร 8 ครั้ง และเมื่อประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยได้รับข้อความแล้ว ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่สามารถกรองฝุ่นได้ทุกครั้งที่เมื่อต้องออกนอกบ้าน หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือทำงานหนักในที่โล่ง โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง รวมถึงเฝ้าระวังกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด ทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หากพบอาการผิดปกติ เช่น มีอาการแน่นหน้าอก หายใจติดขัด หรือเคืองตาอย่างรุนแรง ให้รีบพบแพทย์ทันที
นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ปภ. ยังคงเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ และแจ้งเตือนไปยังประชาชนเมื่อค่าฝุ่น PM2.5 สูงขึ้นส่งผลต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนงดเว้นการเผาในที่โล่งทุกรูปแบบ ทั้งการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อช่วยลดแหล่งกำเนิดฝุ่นและบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่กำลังเกิดขึ้น ท้ายนี้ ประชาชนที่พบเห็นสถานการณ์ไฟป่าหรือได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแอปพลิเคชัน “Thai Disaster Alert” เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการระงับเหตุโดยทันที