แรงไม่ไว้หน้า! ปวิน ปรี๊ดเเตก ฟาดศุภจี นี่เก่งสุดรัฐบาลแล้วหรอ
จากกรณี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงประเด็นปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ระหว่างการให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล โดยระบุว่าปัญหาฝุ่นเป็นเรื่องที่น่ากังวลและต้องเร่งแก้ไข แต่การท่องเที่ยวตลอด 365 วัน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ทุกวัน หากแต่เป็นการจัดสรรปฏิทินการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับฤดูกาลและจุดเด่นของแต่ละพื้นที่ เช่น หน้าฝนไปจังหวัดหนึ่ง หน้าร้อนไปอีกจังหวัดหนึ่ง เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ควบคู่กับการแก้ปัญหาฝุ่นอย่างจริงจัง
ต่อมา วันที่ 9 เมษายน 2569 ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิพากษ์วิจารณ์การชี้แจงดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยมองว่าการนำเรื่องการท่องเที่ยวมาอธิบาย อาจเป็นการกลบปัญหามลพิษที่ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน พร้อมตั้งคำถามถึงมุมมองที่มองจากส่วนกลาง และไม่สะท้อนความเป็นจริงของคนในพื้นที่
โดยระบุว่า ตื่นเช้ามาพบกับข่าวศุภจี อ่านข่าวจบแล้วก็ต้องส่ายหน้า สมกับคำว่า overrated (ถูกประเมินค่าสูงเกินจริง) จริงๆ ปัญหาของศุภจีในการแถลงต่อรัฐสภาเมื่อวานมีสองประเด็น ประเด็นที่หนักที่สุดคือเรื่องการพูดถึงปัญหาฝุ่นในภาคเหนือ ไอ้ความพยายามที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดเงินไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่สนับสนุนได้ แต่ไม่ใช่เอาเรื่องท่องเที่ยวเพื่อไปกลบปัญหามลพิษ ที่เป็นปัญหาพอกันคือ นี่แม่งคือมุมมองจากกรุงเทพฯ อีมนุษย์กรุงเทพฯ ที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ฤดูไหนมีฝุ่นที่ภาคเหนือ ก็ไปเที่ยวภาคใต้สิคะ
ช่วงไหนมีมรสุมภาคใต้ ก็ขึ้นเหนือสิคะ ถ้าร้อนและแล้งในภาคอีสาน ก็ไปเที่ยวทะเลตะวันออก แต่ถ้าเกิดสงครามกัมพูชาฝั่งนั้น ก็ย้ายไปนั่งแพที่กาญจนบุรี โอ้ย นี่คือไม่มีขนมปังก็ไปกินเค้กสิคะ - นี่คือมุมมองของนักท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ที่ไม่แคร์ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง คนอยู่ภาคเหนือก็ต้องอยู่ภาคเหนือ เค้าจะย้ายไปทำอะไรที่ภาคอื่น ทำไมถึงไม่มองปัญหาให้ครอบคลุมกว่านั้น ไม่ใช่มองแค่เรื่องส่งเสริมการท่องเที่ยว เพราะถ้ารัฐบาลมึงสามารถทำให้ฝุ่นพิษหายไปได้ มันยิ่งทำให้การท่องเที่ยวเป็นแบบ all year round and all regions ไม่ใช่หรอ นี่คือคนที่เก่งที่สุดแล้วของรัฐบาลอนุทินหรอ จะอ้วก
นอกจากนี้ ยังวิจารณ์ในประเด็นนโยบาย โดยมองว่าขาดความคิดริเริ่มใหม่ และเป็นการหยิบแนวคิดเดิมมานำเสนอซ้ำ โดยระบุว่า ประการที่สองคือเรื่องการขาดซึ่ง originality ที่พูดมาทั้งหมด เช่นเรื่องการใช้รถพุ่มพวงหรือรถธงฟ้าโมบายล์อะไรก็แล้วแต่ และยังต่อท้ายด้วยเรื่องการชูสินค้าเด่นประจำจังหวัด เอ๊ะ นี่มัน OTOP ไม่ใช่หรอ เอาละ เอานโยบายเก่าที่ประสบความสำเร็จมาวนใช้ใหม่อาจจะไม่ใช่ประเด็นใหญ่ แต่นโยบายเก่าเหล่านั้นเค้าทำมาแล้วเป็นประจำ ไม่ต้องตีกินค่ะ แล้วพอเอากลับมาใช้แล้วมันยังใช้ได้ไหม ได้พิจารณาแล้วหรือยังถึงการเปลี่ยนไปของบริบททางด้านสังคมและเศรษฐกิจ ดิชั้นคิดว่าศุภจีไม่นึกถึงเรื่องนี้ สิ้นหวัง สิ่งที่ศุภจีทำได้ดีที่สุดเมื่อวานในรัฐสภาคือการพูดด้วยน้ำเสียงผู้ดีรัตนโกสินทร์ ที่เมื่อมองลงไปลึกกว่านั้น มีแต่ความว่างเปล่า
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ของภาครัฐ ว่าควรมุ่งเน้นการแก้ไขที่ต้นเหตุและคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน