โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

NEWS UPDATE: วิจัยชี้ร้องไห้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ช่วยปลดปล่อยอารมณ์ ดีต่อสุขภาพกายใจ

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 28 เม.ย. เวลา 07.05 น. • News Update

การร้องไห้อาจไม่ใช่เรื่องน่าอายอย่างที่หลายคนเคยเชื่อ เพราะงานวิจัยด้านสุขภาพและจิตวิทยาหลายชิ้นพบว่า การร้องไห้เป็นกลไกธรรมชาติของมนุษย์ที่ช่วยปลดปล่อยอารมณ์ ลดความเครียด และส่งผลดีต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะในวันที่ต้องรับมือกับความกดดันหรือความเหนื่อยล้าจากชีวิตประจำวันผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า การร้องไห้เป็นพฤติกรรมที่พบได้เด่นชัดในมนุษย์ และเป็นการตอบสนองต่ออารมณ์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความเศร้า ความผิดหวัง ความเจ็บปวด ไปจนถึงความสุขและความซาบซึ้งใจอย่างมาก.แนวคิดเรื่องประโยชน์ของน้ำตามีมาตั้งแต่ยุคโบราณ โดยนักคิดและแพทย์ในกรีกและโรมันเชื่อว่า น้ำตาเปรียบเสมือนการชำระล้าง ช่วยระบายสิ่งคั่งค้างภายในร่างกาย ขณะที่มุมมองทางจิตวิทยาสมัยใหม่เห็นว่า การร้องไห้คือเครื่องมือสำคัญในการปลดปล่อยความเครียดและความเจ็บปวดทางอารมณ์.งานวิจัยยังระบุว่า การร้องไห้ไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ และถ้ายิ่งเก็บกดความรู้สึกไว้ภายในเป็นเวลานาน อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง รวมถึงปัญหาสุขภาพจิต เช่น ความเครียด วิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าอีกด้วยนักวิทยาศาสตร์แบ่งน้ำตาออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ น้ำตาจากการระคายเคือง เช่น ฝุ่นเข้าตา น้ำตาหล่อลื่นที่ช่วยให้ดวงตาชุ่มชื้น และน้ำตาจากอารมณ์ ซึ่งเกิดจากความเศร้าหรือความดีใจในบรรดาน้ำตาทั้ง 3 ประเภท น้ำตาจากอารมณ์ถูกมองว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด เพราะอาจช่วยขับฮอร์โมนความเครียดและของเสียบางส่วนออกจากร่างกายนอกจากนี้ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร PNAS ยังพบว่า การร้องไห้อาจช่วยกระตุ้นการหลั่งออกซิโทซินและเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับความสุข ความผ่อนคลาย และช่วยบรรเทาความเจ็บปวดทั้งทางกายและใจผู้เชี่ยวชาญระบุอีกว่า มีงานวิจัยที่พบว่า การร้องไห้อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ อาจช่วยส่งเสริมสุขภาวะทางอารมณ์ให้ดีขึ้น เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ร่างกายและจิตใจได้ระบายความรู้สึกอย่างเป็นธรรมชาติอย่างไรก็ตาม หากมีอาการร้องไห้บ่อยเกินไป ร้องโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ควบคุมไม่ได้ หรือเริ่มกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพราะอาจเป็นสัญญาณของปัญหาทางอารมณ์ที่ต้องได้รับการดูแลแม้น้ำตาจะถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่ในมุมวิทยาศาสตร์ น้ำตาอาจเป็นหนึ่งในวิธีธรรมชาติที่ช่วยให้มนุษย์เยียวยาหัวใจตัวเองได้ดีที่สุดวิธีหนึ่ง และสำหรับหลายครอบครัว การเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้รู้สึกอย่างปลอดภัย อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพใจที่ดีในบ้านเช่นกันอ้างอิงtnnthailand

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...