ตำรวจไซเบอร์ชี้คอนเทนต์ ยาแนว-แป้ง เสี่ยงผิดหลายข้อหา
The Bangkok Insight
อัพเดต 28 เม.ย. เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. เวลา 08.01 น. • The Bangkok Insightตำรวจไซเบอร์ชี้คอนเทนต์ ยาแนว-แป้ง เสี่ยงผิดหลายข้อหา เตือนอินฟลูฯ อย่าบิดเบือนข้อมูล
วันนี้ (28 เม.ย.) ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (สอท.1) เจ้าหน้าที่แถลงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ "เบิร์ด วันว่าง ๆ" อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง กรณีสร้างคอนเทนต์นำปูนยาแนวมาอ้างว่าเป็นแป้งแล้วไล่พ่นใส่ประชาชนในช่วงสงกรานต์พระประแดง จนสร้างความเดือดร้อนและความเข้าใจผิดในวงกว้าง
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. ระบุว่าคดีนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก โดยส่วนแรกคือคดีอาญาเชิงกายภาพ ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหาย 2 รายเข้าแจ้งความที่ สภ.พระประแดง แล้ว โดยเบื้องต้นเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295 และหากผลตรวจร่างกายระบุว่าบาดเจ็บสาหัส จะถูกแจ้งข้อหาเพิ่มตามมาตรา 297 ทันที ในส่วนที่สองคือความผิดทางออนไลน์ ตำรวจไซเบอร์ตรวจสอบพบว่าเพจทั้ง 3 ของเบิร์ดวันว่าง ๆ เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) ในการนำข้อมูลเท็จสู่ระบบ และมาตรา 14 (2) เผยแพร่ข้อมูลที่ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท
นอกจากคดีอาญาแล้ว เบิร์ดวันว่าง ๆ ยังสุ่มเสี่ยงจะถูกบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์กาวยาแนวแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาละเมิดกฎหมายแพ่ง ความผิดเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า และกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค เนื่องจากมีการนำสินค้าไปใช้ในทางที่ผิดและอ้างข้อมูลที่บิดเบือนข้อเท็จจริง ขณะนี้ตำรวจไซเบอร์ได้ประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) เพื่อขอให้เร่งดำเนินการปิดกั้นแพลตฟอร์มเพจทั้ง 3 ช่องทางของเบิร์ดวันว่าง ๆ โดยคาดว่าจะสามารถปิดได้ภายในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อหาที่เป็นอันตรายกระจายไปสู่เยาวชนมากกว่าเดิม
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ ยังเปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า เบิร์ดวันว่าง ๆ มีพฤติกรรมไม่หลาบจำ ทั้งที่ยังอยู่ในช่วงรอลงอาญาจากคดีเก่า แต่กลับยังผลิตคอนเทนต์ขยะกลั่นแกล้งประชาชนต่อเนื่อง ทางตำรวจจึงเตรียมเสนอต่อศาลเพื่อขอให้พิจารณาคุมขังในคดีเดิมที่เคยได้รับการรอลงอาญาไว้ สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุด พบว่าเบิร์ดวันว่าง ๆ ได้เดินทางไปต่างประเทศ (ฮ่องกง) และมีการโพสต์คลิปในลักษณะเยาะเย้ยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพฤติการณ์นี้เข้าข่ายการหลบหนี หากไม่กลับมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ตำรวจจะดำเนินการขออำนาจศาลออกหมายจับทันที
ด้าน พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รอง ผบก.สอท.1 กล่าวเสริมว่า เจ้าหน้าที่ใช้เทคโนโลยี AI และการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อตรวจจับและลบเนื้อหาที่ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตือนว่าการเจตนาสร้างคอนเทนต์เท็จเพื่อเรียกยอดผู้ติดตามนั้นเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ ขณะเดียวกัน รัฐบาลกำลังอยู่ในขั้นตอนเสนอร่างกฎหมายใหม่ เพื่อขอความร่วมมือให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียช่วยสกัดกั้นคอนเทนต์อันตรายหรือคุกคามประชาชนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอขั้นตอนส่งเรื่องจากตำรวจ เพื่อให้การจัดการคอนเทนต์ขยะและอาชญากรรมไซเบอร์รวดเร็วขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ
สุดท้าย ตำรวจฝากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมกัน "กด Report" แทนการกดไลก์หรือคอมเมนต์ในคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นมาตรฐานชุมชน และขอเตือนอินฟลูเอนเซอร์คนอื่น ๆ ให้เลิกพฤติกรรมกลั่นแกล้งประชาชน เพราะสุดท้าย "คอนเทนต์ขยะก็คือขยะ" ที่กฎหมายจะจัดการอย่างแน่นอน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ตำรวจเตือน หยุด!! คอนเทนต์ขยะ ไล่สอบเคส อินฟลูฯ ใช้ยาแนว ยังไม่มีผู้เสียหาย
- ยายแบงค์เลสเตอร์ ถาม เบิร์ด วันว่างว่าง ไหนรับปากจะเลิกทำคอนเทนต์แบบนี้?
- เจนนี่ รัชนก ยัน! โดนฟ้อง 70 ล้าน ไม่ใช่คอนเทนต์ ใกล้วันขึ้นศาลแล้ว
ติดตามเราได้ที่