อสังหาฯ ดูไบ ชะลอตัวลง หลังสงครามตะวันออกกลางฉุดยอดซื้อขาย เริ่มเห็นลดราคาสูงสุด 15%
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ดูไบ ส่งสัญญาณชะลอตัว หลังสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลปะทุอิหร่าน กดดีมานด์ต่างชาติ ยอดธุรกรรมลดลงเกือบครึ่ง ขณะบางโครงการเริ่มหั่นราคาดึงผู้ซื้อ เริ่มมีการเสนอขายอสังหาฯ พร้อมส่วนลดสูงถึง 12-15%
21 มี.ค. 69 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ใน Dubai เริ่มปรากฏสัญญาณอ่อนแรงในช่วงเกือบ 3 สัปดาห์แรกของสงครามระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่าน โดยข้อมูลจากนักวิเคราะห์ชี้ว่า ปริมาณธุรกรรมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ตัวแทนขายบางรายเริ่มเสนอขายทรัพย์สินด้วยการปรับลดราคา
ความขัดแย้งดังกล่าว รวมถึงการโจมตีของอิหร่านต่ออิสราเอล ฐานทัพสหรัฐฯ และประเทศในอ่าวอาหรับ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้กระทบภาพลักษณ์ของดูไบในฐานะ “แหล่งหลบภัยของคนมั่งคั่งโลก”
นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ระบุว่า ปริมาณธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ช่วง 12 วันแรกของเดือนมีนาคม ลดลง 37% เมื่อเทียบรายปี และลดลง 49% เมื่อเทียบรายเดือน
ขณะเดียวกัน เริ่มมีการเสนอขายอสังหาฯ พร้อมส่วนลดสูง โดยบางรายการลดราคาลง 12–15% เช่น ยูนิตใกล้ Burj Khalifa ที่ตั้งราคาขายเร่งด่วน 650,000 ดอลลาร์ ลดลงราว 12% จากเดิม 735,000 ดอลลาร์ เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน
นอกจากนี้ คอนโดแบบขายล่วงหน้า (off-plan) ในย่าน Palm Jumeirah ยังถูกเสนอขายลดราคาประมาณ 15% เหลือราว 2 ล้านดอลลาร์
จับตาความเสี่ยงชะลอตัว
แม้ตลาดอสังหาฯ ยูเออีจะเติบโตต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่ก็มีความกังวลก่อนหน้านี้ว่าตลาดอาจเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอยู่แล้ว โดยสงครามครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญ ท่ามกลางแรงหนุนหลักจากกลุ่มนักลงทุนและผู้อพยพฐานะมั่งคั่งที่เข้ามาเพราะนโยบายปลอดภาษี
ราคาหุ้นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลง โดย Emaar Properties ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการเบอร์จคาลิฟา ร่วงลงกว่า 26% ในตลาดหุ้นดูไบตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
Goldman Sachs ยังระบุว่ามูลค่าธุรกรรมรวมในเดือนนี้ลดลงถึงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ มากกว่าช่วงน้ำท่วมดูไบปี 2024 หรือความขัดแย้งอิหร่าน–อิสราเอลก่อนหน้า แม้ราคากลางจะลดลงเพียง 3% เมื่อเทียบรายปี
ด้าน นักวิเคราะห์จาก Citigroup มองว่า สงครามเพิ่ม “ความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ” ต่อแนวโน้มการเติบโตของประชากรในดูไบ เนื่องจากอาจทำให้นักลงทุนและผู้ซื้อชะลอการตัดสินใจ โดยปรับคาดการณ์การเติบโตของประชากรปีนี้เหลือ 1% จากเดิมราว 4% และคาดว่าในกรณีเลวร้าย ราคาที่อยู่อาศัยอาจปรับลดเฉลี่ย 7% ต่อปี จนถึงปี 2028
ดีมานด์ยังไม่หาย-นักลงทุนรอช้อนซื้อ
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการในพื้นที่ยืนยันว่ากิจกรรมในตลาดยังไม่หยุดชะงัก โดยยังมีนักลงทุนบางส่วนมองหาโอกาสเข้าซื้อสินทรัพย์ในราคาที่ลดลง
ล่าสุด มีรายงานการขายยูนิตหรูบน Palm มูลค่าราว 25 ล้านดอลลาร์ให้กับ Francis Ngannou อดีตแชมป์เฮฟวีเวต UFC สะท้อนว่ายังมีความต้องการในตลาดลักชัวรี
ขณะที่ ผู้บริหาร Emaar Properties ระบุว่า โดยรวมยังไม่เห็นการลดราคาวงกว้าง เนื่องจากผู้ซื้อส่วนใหญ่ยังมองการลงทุนระยะยาว มากกว่าความผันผวนระยะสั้นของราคา
ทั้งนี้ นักลงทุนจำนวนหนึ่งเริ่มติดต่อสอบถามเพื่อหาสินทรัพย์ที่ขายแบบเร่งด่วนหรือมีส่วนลด โดยพร้อมเข้าซื้อทันทีหากพบโอกาสที่เหมาะสม สะท้อนว่าตลาดยังคงมีสภาพคล่อง แม้อยู่ภายใต้แรงกดดันจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ก็ตาม
ที่มา : www.reuters.com