"ทรัมป์" เล็งลดโจมตีอิหร่าน อ้างบรรลุปฏิบัติการทางทหารแล้ว
วันนี้ (21 มี.ค.2569) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เปิดเผยผ่านทรูธ โซเชียลว่า สหรัฐฯ ใกล้บรรลุเป้าหมายทางทหารในตะวันออกกลางแล้ว และกำลังพิจารณาลดระดับปฏิบัติการครั้งใหญ่ โดยเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ที่พึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ รับผิดชอบคุ้มครองและควบคุมเส้นทางเดินเรือดังกล่าวด้วยตนเอง
แต่หากได้รับการร้องขอ สหรัฐฯ พร้อมช่วยเหลือ แต่เชื่อว่าไม่จำเป็นอีกต่อไป เมื่อภัยคุกคามจากอิหร่านถูกกำจัด ทรัมป์ยังแสดงความไม่พอใจต่อพันธมิตรนาโต โดยกล่าวหาว่า หลายประเทศหลีกเลี่ยงการมีส่วนร่วมในการเปิดเส้นทางเดินเรือ
อย่างไรก็ตาม ท่าทีนี้ขัดแย้งกับรายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ส ซึ่งอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 3 คนว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังส่งนาวิกโยธินประมาณ 2,500 นาย พร้อมเรือจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบก USS Boxer และกองเรือสนับสนุนไปยังตะวันออกกลาง โดยยังไม่ระบุภารกิจชัดเจน และยังไม่ตัดสินใจว่า จะส่งกองกำลังเข้าอิหร่านหรือไม่
นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เสนอขอเพิ่มงบประมาณอีก 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากสภาคองเกรส เพื่อใช้ในสงครามครั้งนี้ แม้ทรัมป์ยืนยันว่าเป็นราคาที่จำเป็นต้องจ่าย แม้สงครามใกล้ยุติ
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ยังตึงเครียด โดยมีรายงานว่า โรงกลั่นน้ำมัน 1 ใน 3 แห่งของคูเวต ถูกโดรนของอิหร่านโจมตีอย่างน้อย 2 ครั้ง ส่งผลให้เกิดควันหนาทึบ ลอยใกล้ฐานทัพอากาศบันดาร์ อับบาสในอิหร่าน โฆษกกองทัพอิหร่านแถลงเตือนเจ้าหน้าที่และผู้บังคับบัญชาสหรัฐฯ-อิสราเอลว่า "จะไม่มีที่ใดในโลกปลอดภัยอีกต่อไป" ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ สวนสนุก หรือแหล่งท่องเที่ยว พร้อมกล่าวหาว่า พวกเขาซ่อนตัวและใช้ประชาชนเป็นโล่
ซาอัด อัล-กะอ์บี รัฐมนตรีพลังงานกาตาร์ เปิดเผยว่า การโจมตีมีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโรงกลั่นน้ำมันมินา อัล-อะห์มาดี ในคูเวต ที่ถูกโดรนอิหร่านโจมตีซ้ำ และการโจมตีนิคมราส ลัฟฟาน ทำให้กำลังการผลิตและส่งออกแก๊สธรรมชาติเหลวลดลงร้อยละ 17 ในอีก 5 ปีข้างหน้า สูญรายได้ปีละกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาจทำให้ภูมิภาคถอยหลัง 10-20 ปี
สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.มีเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพียง 99 ลำ เฉลี่ยวันละ 5-6 ลำ ลดลงร้อยละ 95 จากปกติ 138 ลำ/วัน ในจำนวนนี้ 14 ลำ ติดธงอิหร่านหรือถูกสงสัยเกี่ยวข้องกับน้ำมันเถื่อน 9 ลำเชื่อมโยงจีน และ 6 ลำมุ่งไปสู่อินเดีย บางลำต้องใช้เส้นทางอ้อม
ทั้งนี้ วิกฤตพลังงานในครั้งนี้ ยังลุกลามไปถึงเวียดนาม โดยรัฐบาลเวียดนามขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน 95 อีกร้อยละ 20 เป็นลิตรละประมาณ 38 บาท และดีเซลขึ้นร้อยละ 34 เป็นลิตรละ 41 บาท ขณะที่ ฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม เร่งติดต่อกาตาร์ คูเวต แอลจีเรีย และญี่ปุ่น เพื่อขอความช่วยเหลือด้านพลังงาน
อ่านข่าวอื่น :
ผลกระทบสู้รบตะวันออกกลาง ทำค่าตั๋วเครื่องบินไปดู “ฟุตบอลโลก” แพงขึ้น 30%
ถอดรหัสคำเตือนแบบสุภาพ ทำไมคนเกียวโตใช้ "ข้าวราดน้ำชา" เชิญแขกกลับบ้าน