โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิกฤตศรัทธา! 75% ไม่เชื่อ "รัฐบาลแก้วิกฤตน้ำมัน" จี้รื้อ "โครงสร้าง-เลิกอุ้มกลุ่มทุน

NATIONTV

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

22 มีนาคม 2569 ไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ โดย ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (ดร.แดน) ประธานสถาบันการสร้างชาติ ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา และนางจิตติมา บุญวิทยา ผู้อำนวยการไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ แถลงผลสำรวจความคิดเห็น

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (ดร.แดน)

เรื่อง “น้ำมันแพง-ขาด: ประชาชนไม่เชื่อมือรัฐ ให้หนุนอุดหนุนเท่าที่จำเป็น”

กลุ่มตัวอย่าง 1,201 ราย สำรวจช่วง 17-19 มี.ค. 2569 ครอบคลุม 6 ภูมิภาค ค่าความเชื่อมั่น 95% ค่าคลาดเคลื่อน ±3%

โดยผลไอเอฟดีโพลสะท้อนว่า ประชาชนมองปัญหาน้ำมันแพง-น้ำมันขาดมาจากหลายปัจจัย โดยชี้ไปที่

-วิกฤตโลกคุมไม่ได้ 44.63%
-รัฐรับมือช้า43.80%
-ผลประโยชน์ทับซ้อน 39.05%

เป็นสาเหตุหลัก

เมื่อถามถึงแนวทางอุดหนุนที่เหมาะสม คนส่วนใหญ่เลือก

-อุดหนุนเท่าที่จำเป็น 36.64%
-รองลงมาคือ ช่วยเฉพาะกลุ่มจำเป็น 22.72%
-หยุดอุดหนุนแล้วรื้อโครงสร้างราคา 21.07%.

ด้านความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล พบว่า

-ประชาชนไม่เชื่อมั่น 75.85%

ภาพรวมจึงชัดว่า แม้ประชาชนจะยอมรับว่าปัจจัยโลกมีผล แต่ยังเห็นว่ารัฐต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุดและสร้างความเชื่อมั่นมากกว่านี้

ผลไอเอฟดีโพล พบว่า เมื่อสำรวจความเห็นประชาชนถึงสาเหตุของปัญหาน้ำมันแพง-น้ำมันขาด พบว่าประชาชนเลือก

-“วิกฤตโลกคุมไม่ได้ สงครามและราคาน้ำมันโลกพุ่ง” สูงสุด 44.63%

-ตามด้วย “รัฐรับมือช้า บริหารวิกฤตไม่ทัน แก้ปัญหาไม่ตรงจุด”43.80%
-“ผลประโยชน์ทับซ้อนไม่กล้ารื้อโครงสร้างราคาที่ไม่เป็นธรรม” 39.05%

ขณะที่

-“ประชาชนแห่เติมน้ำมัน” ตื่นตระหนกจนปั๊มขาดช่วง” อยู่ที่ 24.15%
-“นายทุนกักตุนเก็งกำไร” 21.15%,
-“โรงกลั่นกำไรเกินควร” 12.99%
-“ภาษีซ้ำซ้อน 11.57%
-ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ 2.50%

เมื่อถามว่า รัฐควรอุดหนุนน้ำมันแบบไหนจึงเหมาะสมที่สุด

-ประชาชนเลือก “อุดหนุนเท่าที่จำเป็น: ช่วยให้ราคาไม่พุ่งเร็วเกินไป” มากที่สุด 36.64%
-รองลงมาคือ “ช่วยเฉพาะกลุ่มจำเป็น: เช่น ขนส่ง สาธารณะ กู้ภัย เกษตรกร” 22.72%
- “หยุดอุดหนุน: รื้อโครงสร้างราคาน้ำมันที่เป็นธรรม” 21.07%
-“อุดหนุนเต็มที่: ตรึงราคาแม้ต้องกู้เพิ่ม” 12.57%
-ส่วนผู้ตอบไม่ทราบ/ไม่แน่ใจมี 6.58%
-คำตอบอื่น ๆ เช่น ทุกฝ่ายควรช่วยกันรับภาระ และรัฐควรเสนอทางออกเพิ่มเติม ฯลฯ มี 0.42%

นอกจากนั้นในด้านความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้วิกฤตน้ำมันแพง-ขาด พบว่า

-ประชาชนไม่ค่อยเชื่อมั่น 45.46%
-ไม่เชื่อมั่นเลย 30.39%
-รวมผู้ไม่เชื่อมั่น 75.85%
-ขณะที่ค่อนข้างเชื่อมั่น 19.07%
-เชื่อมั่นมาก 1.92%
-รวมผู้เชื่อมั่น 20.99%
-ส่วนไม่ทราบ/ไม่แน่ใจมี 3.16%

สะท้อนว่า ประชาชนยอมรับว่าปัจจัยโลกมีผล แต่ไม่ได้ยกเว้นความรับผิดชอบให้รัฐและยังต้องการมาตรการที่ตรงจุดมากกว่าการอุ้มราคาแบบไร้ขอบเขต

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ได้วิเคราะห์เพิ่มเติม เป็น 6 นัยสำคัญและ5 ข้อเสนอแนะ ดังนี้

6 นัยสำคัญจากผลโพล

1) วิกฤตศรัทธา ไม่เชื่อมั่นรัฐบาล 75.85%: ประชาชนมองว่าการแก้ปัญหาของรัฐติดหล่ม "ไม่เร็ว-ไม่ทัน-ไม่ได้-ไม่ถูก" กล่าวคือ

-ไม่เร็ว-รัฐรับมือช้า บริหารวิกฤตไม่ทันและแก้ไม่ตรงจุด (43.80%)
-ไม่ทัน-น้ำมันขาดโดยประชาชนตื่นตระหนกแห่เติมน้ำมันจนขาดปั๊ม (24.15%)
-ไม่ได้-แก้อะไรไม่ได้เพราะติดผลประโยชน์ทับซ้อนและนายทุนกักตุนเก็งกำไร (รวม 60.20%)
-ยังไม่ถูก-เก็บภาษีซ้อนทับจนราคาพุ่งซึ่งไม่ถูก (11.57%) ซึ่งไม่เป็นธรรมกับประชาชน

2) ต้นตอปัญหา โลกและรัฐบาลรับผิดชอบคนละครึ่ง: ประชาชนมองสาเหตุของวิกฤตว่ามาจาก 2 ปัจจัยหลักที่น้ำหนักพอ ๆ กัน คือ
-ปัจจัยจากวิกฤตโลกสงครามและราคาน้ำมันพุ่งที่ควบคุมไม่ได้ (44.63%)
-ความล้มเหลวในการรับมือของรัฐบาลเอง (43.80%)

3) น้ำมันแพงเรื้อรัง รัฐดูแลกลุ่มทุน ไม่เห็นหัวประชาชน:
-สังคมกำลังตั้งคำถามหนักหน่วง สะท้อนจากความเชื่อที่ว่าโครงสร้างราคามีผลประโยชน์ทับซ้อน (39.05%)
-ไม่มีมาตรการจัดการกับนายทุนกักตุนเก็งกำไร (21.15%)
-รวมถึงการให้โรงกลั่นค้ากำไรเกินควร (12.99%)

4) ระเบิดเวลาแห่งความอัดอั้น: ความไม่พอใจต่อการบริหารของรัฐบาลกำลังสะสมตัวกลายเป็นระเบิดเวลา จากการที่ประชาชนมองเห็นชัดเจนว่ากลไกราคาในปัจจุบันไม่เป็นธรรม เอื้อให้เกิดกำไรเกินควร

5) เรียกร้องรัฐ "อุดหนุนอย่างฉลาด-ไม่โง่": เสียงสะท้อนรวม 80.43% ต้องการให้เปลี่ยนวิธีอุดหนุน โดยแบ่งเป็น
-การอุดหนุนเท่าที่จำเป็นเพื่อชะลอราคาพุ่ง (36.64%)
-มุ่งเป้าช่วยกลุ่มที่จำเป็นและกลุ่มเปราะบาง เช่น ขนส่งสาธารณะ กู้ภัย และเกษตรกร ฯลฯ (22.72%) -รวมถึงกลุ่มที่เสนอให้หยุดอุดหนุนไปเลย เพื่อนำไปสู่การรื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน (21.07%) 6)

+บทสรุป "การเมืองเรื่องพลังงาน": ปัญหาทั้งหมดคิดเป็นมิติทางการเมืองเรื่องพลังงานสูงถึง 82.85% +

-สะท้อนจากปัญหาจากการขาดประสิทธิภาพในการบริหาร (43.80%)
-ผลประโยชน์ทับซ้อน (39.05%)
อีกทั้งรัฐจึงควรพิจารณามาตรการอื่นร่วม เช่น การจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) เพื่อดึงกำไรส่วนเกินมาใช้เพื่อประเทศส่วนรวม

+ส่วน 5 ข้อเสนอแนะ เพื่อฝ่าวิกฤตน้ำมัน +

1) อย่ากู้มาอุ้มราคา: รัฐต้องหยุดวงจรการกู้เงินเพื่อมาพยุงราคาน้ำมันแบบเหวี่ยงแห เพราะนอกจากจะไม่แก้ปัญหาที่ต้นตอแล้ว ยังเป็นการสร้างหนี้สาธารณะก้อนโตทิ้งไว้เป็นภาระผูกพันให้กับประเทศในระยะยาว

2) เลิกภาษีซ้ำซ้อน: ถึงเวลาต้องกล้ารื้อโครงสร้างราคาน้ำมันที่บิดเบือนและไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีและเงินเข้ากองทุนต่างๆ ที่ทับซ้อนกันหลายชั้น เพื่อทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

3) กู้ศรัทธาด้วยความโปร่งใส: รัฐบาลต้องกล้า "พูดความจริง" กับสังคม และยกระดับการตรวจสอบด้วยระบบ Open Data ผ่านเทคโนโลยี Blockchain หรืออื่น ๆ ในทุกกระบวนการแบบ Real-time เพื่อใช้ดิจิทัลติดตามสต็อกน้ำมันทั้งระบบ การไหลของเงินที่ชัดเจน ฯลฯ และจัดการ "น้ำมันเถื่อน" ได้

4) ช่วยกลุ่มเปราะบางแบบพุ่งเป้า: เลิกนโยบายหว่านเงินช่วยเหลือแบบเหมารวม แล้วเปลี่ยนมาใช้การช่วยเหลือเจาะจง (Targeted) เพื่อประคอง "คนตัวเล็ก" และกลุ่มเปราะบางที่เดือดร้อนจริง เช่น ภาคขนส่งหรือเกษตรกร ฯลฯ เพื่อใช้เงินงบประมาณให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อภาพรวมประเทศมากที่สุด

5) สร้างความมั่นคงด้วยพลังงานทางเลือก: ต้องเปลี่ยนวิกฤตนี้เป็นแรงส่งการพัฒนาระบบพลังงานทางเลือกที่ยั่งยืนจริงจัง เพื่อลดพึ่งพาน้ำมันจากตลาดโลกที่ผันผวน และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ประเทศระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...