สภาวุ่น! อนุทิน-พิพัฒน์ ไม่มาตอบกระทู้เท้ง ด้าน มาร์ค-ไอติม รุมบี้ปธ. ขอหนังสือแจ้งเหตุผล ติดภารกิจอะไร
สภา ประท้วงวุ่น ‘เท้ง’ แฉ 5 เหตุบังเอิญพลัส พบจิ๊กซอว์น้ำมัน-ทุนเทา โยงคนระดับสูงในรัฐบาล จี้ ‘อนุทิน-พิพัฒน์’ มาตอบเองให้ชัด ‘มาร์ค-ไอติม’ ผนึกกำลังรุม ‘โสภณ’ จี้ขอหนังสือแจ้งเหตุผล ไม่มาตอบกระทู้ ชี้หาก รมต. มีนัดล่วงหน้า ปธ.ต้องแจ้งรายละเอียด ด้าน ‘พริษฐ์’ ขอนัดถามกระทู้ล่วงหน้า ให้วิปมีเวลาประสานงาน 7 วันเต็ม ฟาก ‘กรวีร์’ วอน ‘ฝ่ายค้าน’ แจ้งประเด็นให้จะได้ประสานรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาตอบให้ถูกต้อง
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา ของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ถาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่นายอนุทินมอบหมาย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาตอบกระทู้แทน ซึ่งนายพิพัฒน์ได้มอบหมาย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มาตอบกระทู้แทน
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนได้มีการพยายามประสานไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 เมษายน และช่วงเช้าที่ผ่านมาก็ได้มีการหารือโดยตรงกับ นางมัลลิกา จิระพันธุ์วานิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคน 2 ว่า มีความประสงค์ที่จะตั้งกระทู้ถามสดกับนายอนุทินหรือไม่ก็นายพิพัฒน์ 2 คนเท่านั้น เพราะประเด็นที่ตนต้องการถามเกี่ยวข้องกับน้ำมัน และเข้าใจดีว่ารัฐมนตรีสามารถมอบหมายให้มาตอบกระทู้ถามแทนได้ แต่ตนเกรงว่าประเด็นที่ตนจะถามนั้น อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบโดยตรงของนายสิริพงศ์ แต่เพื่อไม่ให้เสียเวลา จึงขอตั้งกระทู้ถามลอยเพื่อประหยัดเวลา อย่างน้อยก็เป็นการส่งคำถามการบ้านล่วงหน้าเพื่อให้นายอนุทินหรือนายพิพัฒน์มาตอบในที่ประชุมสภาในครั้งที่ถัดไป
ทำให้ นายโสภณชี้แจงว่า กรณีที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นไปตามข้อบังคับ และข้อบังคับข้อที่ 155 ระบุว่ากระทู้จะตกไปก็เมื่อผู้ถามไม่ถาม แต่ตนจะอนุญาตให้นายณัฐพงษ์ได้ฝากประเด็นที่อยากจะถามไปยังรัฐบาล
จากนั้น นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ตนเข้าใจเรื่องข้อจำกัดของฝั่งรัฐบาล แต่อยากให้การประชุมสภาแห่งนี้ไม่ใช่ว่าสมาชิกต้องพยายามปรับเปลี่ยนหัวข้อเพื่อให้ตรงกับผู้ที่จะมาตอบ แต่อยากให้ทุกคนช่วยกันเคารพระบบรัฐสภาฝ่ายบริหารเองก็ต้องมีหน้าที่มาตอบกระทู้ถามในช่วงวันพฤหัสเช้า ทั้งนี้ สิ่งที่ตนอยากตั้งกระทู้ถามต่อนายอนุทินหรือนายพิพัฒน์โดยตรง เป็นกรณีที่สืบเนื่องมาจากการตั้งกระทู้ถามของนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มาตอบแทน จนนำไปสู่การลงพื้นที่ตรวจคลังน้ำมันที่จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งก็พบข้อพิรุธหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่มีครั้งน้ำมันที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมศุลกากรหรือกรมสรรพสามิต ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันและมีท่อเชื่อมถึงกันเต็มไปหมดและหลายซิลก็มีปัญหา
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า หัวใจสำคัญที่ตนต้องตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีหรือนายพิพัฒน์โดยตรงเพียงแค่ 2 คนในรัฐบาลชุดนี้ เพราะเรื่องใหญ่ที่เราพยายามเรียกร้องให้บุคคลระดับสูงในรัฐบาลมาให้คำตอบกับสังคมนั้น แต่จนถึงวันนี้ทั้ง 2 ท่านก็ยังไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนให้ เหตุบังเอิญและข้อสงสัยว่ากรณีการกักตุนน้ำมันต่างๆ นั้น กำลังมีส่วนพัวพันโยงใยกับเครือข่ายทุนเทา แก๊งสแกมเมอร์ และมีส่วนพัวพันโยงใยกับบุคคลระดับสูงในรัฐบาลชุดนี้ ตนขอตั้งชื่อหัวข้อกระทู้ถามสดที่จะฝากไปยังนายอนุทินหรือนายพิพัฒน์เพียง 2 คนเท่านั้นคือ 5 เหตุบังเอิญดังนี้ เหตุบังเอิญแรก ขณะนี้เรารับรู้และรู้จักว่าไอ้โม่งที่กำลังถูกสอบสวนอยู่นั้นคือเสี่ยตือ ที่เป็นเจ้าของคลังน้ำมันที่ จ.เพชรบุรีที่มีการขายให้กับบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG หรือบริษัทลูกของบางจากในปี 2566
จากนั้น นายโสภณตัดบทโดยทักท้วงขึ้นว่า “เราเคยการพูดเรื่องนี้ไปแล้วหนึ่งครั้ง โดยตนไม่ขัดหากนายณัฐพงษ์จะพูดต่อ แต่อยากให้นายณัฐพงษ์สรุปสั้นๆ” ด้าน นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประท้วงทันทีว่า เนื่องจากข้อบังคับของการถามกระทู้นั้น ที่มีการมอบหมายนายสิริพงศ์มาต่อกระทู้แทนนั้น ใช้เวลาตามที่กำหนดคือ 15 นาทีเลยก็ได้ ส่วนนายสิริพงศ์จะตอบหรือไม่ ก็ถือเป็นสิทธิของท่านเป็นไปตามข้อบังคับมีเวลา 15 นาทีทั้งสองฝ่าย นายโสภณจึงวินิจฉัยให้นายณัฐพงษ์ฝากข้อสังเกตไปยังรัฐบาลต่อ
จากนั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนอยากวางบรรทัดฐานที่สิทธิในการตั้งกระทู้ถามของสมาชิกที่ไม่อยากให้สมาชิกต้องปรับประเด็นตามผู้ที่มาตอบ แต่จริงๆ ควรเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารที่จะต้องมาตอบกระทู้ถามสดต่อสมาชิกในทุกประเด็น ดังนั้น หากนายโสภณอยากวินิจฉัยว่าจะเข้าสู่ระเบียบวาระกระทู้ถามสด ซึ่งข้อบังคับระบุว่าไม่ควรที่จะถามเกิน 3 ครั้ง ตนก็อยากที่จะถามในครั้งเดียวแล้วอยู่ที่นายสิริพงศ์จะลุกขึ้นชี้แจงแทนหรือไม่ จะเป็นเช่นนั้นก็ได้
ทำให้ นายโสภณวินิจฉัยว่า ถือว่ากระทู้นี้ไม่ตก และเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับที่อนุญาตให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายมาตอบกระทู้ เป็นผู้ตอบกระทู้แทน ขอให้เป็นกระทู้ปกติ
ด้าน นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ประธานวิปรัฐบาล ประท้วงว่า นายณัฐพงษ์ระบุว่าการตั้งกระทู้สด ขอผู้ที่มาตอบกระทู้เพียงแค่ 2 คนคือนายอนุทินและนายพิพัฒน์ แต่ไม่มีข้อบังคับข้อไหนที่เขียนไว้เช่นนั้น มีข้อบังคับข้อที่ 151 คือนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถามต้องเข้าร่วมประชุมเพื่อตอบ เว้นแต่มีข้อจำเป็น และต้องแจ้งหนังสือต่อประธานแล้วมอบให้ท่านอื่นมาตอบแทน วันนี้ก็มีการมอบหมายให้นายสิริพงศ์ ส่วนท่านจะตอบ ท่านจะถามหรือไม่ก็เป็นสิทธิของท่าน แต่นายสิริพงศ์มารอเพื่อที่จะตอบ อยากฝากว่าในการประสานงานเพื่อทำงานในสภาแห่งนี้ทำงานด้วยความราบรื่น จึงอยากวิงวอนฝากไปยังฝ่ายค้านว่าในทุกการถามกระทู้สด ตนอยากให้รัฐมนตรีมาตอบและได้มีการประสานงาน เพื่อให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาตอบ แต่หากเป็นไปได้อยากให้ช่วยระบุว่าประเด็นที่จะถามเป็นประเด็นเรื่องอะไร ตนจะประสานงานเพื่อให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาตอบกระทู้ท่านได้ วันนี้ที่ได้มีการประสานงานกันก็บอกว่าเกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม ซึ่งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไม่ว่าง จึงได้มีการมอบหมายนายสิริพงศ์มาตอบ ฉะนั้น ดำเนินไปตามที่นายโสภณวินิจฉัยก็ได้ เพราะนายสิริพงศ์พร้อมมาตอบอยู่แล้ว
นายโสภณวินิจฉัยให้นายณัฐพงษ์ถามกระทู้ต่อ จากนั้นนายณัฐพงษ์จึงถามว่า จากการตรวจสอบการกักตุนน้ำมันของเสี่ยตือที่ จ.เพชรบุรี ที่มีการขายให้กับบริษัทลูกของบริษัทบางจากเมื่อปี 2560 ด้วยมูลค่าที่สูงเกินจริงถึง 4 พันล้านบาท คือมีการซื้อถึง 9 พันล้านบาท ทั้งที่มีการประเมินไว้แค่ 5 พันล้านบาท ซึ่งเหตุบังเอิญข้อแรกนี้ทำให้พวกเราสงสัยว่าตกลงแล้วซื้อแพงเกินจริงขนาดนี้ไปเพื่ออะไร
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า เหตุบังเอิญข้อที่สอง จะมาช่วยต่อจิ๊กซอว์ให้พวกเราได้เห็นภาพอย่างชัดเจนขึ้นคือ เสี่ยตือคนนี้ ทุกคนรู้ว่าเป็นเจ้าของกาสิโนหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งกัมพูชา ที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันกับเครือข่ายทุนเทา กลุ่มสแกมเมอร์ ที่บริษัทเหล่านั้น กำลังจะมาฮุบบริษัทบางจากผ่านการซื้อหุ้น เหตุบังเอิญข้อที่สาม คือเสี่ยตือคนนี้ เป็นพ่อของบุตรชายที่เคยถูกออกหมายจับในคดีฟอกเงินและเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ก็เป็นคนออกมายืนยันผ่านสื่อมวลชนเองว่าลูกชายของเสี่ยตือคนนี้มีความพยายามติดสินบน 40 ล้านบาท เพื่อแลกกับการยุติการดำเนินคดีการสืบสวนในเรื่องของทุนเทาคือการทลายเว็บการพนัน
เหตุบังเอิญข้อที่สี่ คือเสือตือคนนี้ยังเป็นพ่อของบุตรสาวที่เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทน้ำมัน จ.อ่างทอง และข้อบังเอิญข้อที่ห้าคือ เสี่ยตือคนนี้ยังเป็นเพื่อนของนายพิพัฒน์ที่เคยยอมรับกับสื่อมวลชนเมื่อสองวันที่ผ่านมาต่อคำถามว่าสัญญาปล่อยกู้เงินที่ให้กู้เงินเครือข่ายเสี่ยตือ 100 กว่าล้านบาทนั้น สรุปรายละเอียดเป็นอย่างไร แต่ปรากฏว่านายพิพัฒน์ไม่ได้ตอบเรื่องของรายละเอียด แต่กลับตอบว่า ตนมีเพื่อนสักคนหนึ่งลำบากมากเลยหรือ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ตนบอกว่า ข้อเหตุบังเอิญทั้ง 5 ข้อนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญทั้งหมด แต่เป็นเหตุบังเอิญพลัส ในรัฐบาลชุดนี้ และยังมีเหตุบังเอิญอีกหลายอย่าง และยังเป็นเหตุบังเอิญอีกที่การกักตุนน้ำมันเกี่ยวโยงกับแก๊งไอ้โม่ง ทุนเทา อาชญากรข้ามชาติ และบังเอิญเกี่ยวข้องกับบุคคลระดับสูงในรัฐบาล แม้จะไม่ใช่ข้อมูลใหม่ แต่เราก็ยังไม่เคยได้ฟังคำตอบจากนายอนุทินหรือนายพิพัฒน์เลย
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ฉะนั้น ตนขอฝากคำถามไปยังนายอนุทินว่าตอนที่ยกหูถึงนายวรภัค ธันยาวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอให้ลาออก เพราะมีข่าวฉาวว่าเกี่ยวข้องกับทุนเทาหรือแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งนายวรภัคยอมลาออกทั้งที่ดำรงตำแหน่งเพียง 33 วัน แต่กรณีของนายพิพัฒน์ที่ยอมรับกับสื่อมวลชนโดยตรงว่าเป็นเพื่อนกับเสี่ยตือที่เครือข่ายนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับเครือข่ายทุนเทา สแกมเมอร์ อาชญากรข้ามชาติ จะปฏิบัติต่อนายพิพัฒน์อย่างไร หรือจะเลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน เพราะนายพิพัฒน์เป็นหัวจ่ายเงินที่สำคัญให้กับพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่
ด้าน นายสิริพงศ์ยกมือไหว้ พร้อมกล่าวชี้แจงว่า ครั้งแรกที่ตนได้รับแจ้งคือเรื่องของการตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับเรื่องแลนด์บริดจ์ และบังเอิญว่าในสัปดาห์นี้มีผู้ให้ความสนใจในการตั้งกระทู้ถามสดถึง 2 ท่าน โดยเมื่อช่วงเช้าได้รับแจ้งว่านายณัฐพงษ์เสียสละ เนื่องจากเห็นว่ากระทู้สด 2 กระทู้ซ้ำกัน อาจจะไม่เหมาะสม จึงได้แจ้งว่าจะเปลี่ยนเนื้อหาในกระทู้ตั้งถามสด และได้ทราบว่ามีบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง ทางกระทรวงคมนาคมก็ได้เตรียมมาตอบคำถามของท่าน ในส่วนที่กระทรวงคมนาคมกำกับดูแล นั่นคือรถขนส่งที่ไม่ประจำทาง โดยกรมการขนส่งทางบกได้มีการติดตามตลอดสถานการณ์ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมก็ให้ความสะดวกเต็มที่กับกรมธุรกิจพลังงาน ในการติดตามรถต่างๆ แต่หัวข้อที่ตนได้รับมาอาจไม่ตรงกับที่นายณัฐพงษ์ถามทั้งหมด ดังนั้น ในประเด็นที่ท่านฝากมา ในความเข้าใจของตน ถ้าพูดถึงในหน้าที่ของการกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคมแล้ว ทั้ง 5 ข้อไม่ได้เกี่ยวกับหน้าที่กำกับดูแลของคมนาคมเลย
อย่างไรก็ตาม เป็นปัญหาที่เข้าใจว่า ท่านต้องการจะหาคำตอบให้สังคม ตนก็จะนำเรียนนายกฯ และเห็นว่าหลายเรื่องได้ดำเนินการในชั้นดีเอสไอแล้ว ซึ่งตนคิดว่า ผู้ที่เหมาะสมมาตอบ น่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เป็นผู้กำกับดูแลดีเอสไอโดยตรง จึงขอรับข้อเสนอ และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ทั้งนี้ ทันทีที่นายโสภณได้แจ้งว่าจบกระทู้ถามสดดังกล่าว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นประท้วง เนื่องจาก นายอนุทิน ไม่มาตอบกระทู้สดเป็นสัปดาห์ที่ 2 โดยระบุว่า ตนเชื่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยและซ้ำซากมาก จริงๆ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หรือข้อบังคับที่ 151 ระบุชัดเจนว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถามต้องมาตอบกระทู้ถามด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ต้องแจ้งเหตุจำเป็น เป็นหนังสือต่อประธานสภา หรือในวันประชุมสภา และให้กำหนดว่าจะตอบได้เมื่อใด โดยจะเห็นว่าในข้อบังคับนี้มีเจตนาชัดว่าต้องการให้คนที่รับผิดชอบมาตอบ และต้องบอกมาว่าจะตอบเมื่อไหร่ ซึ่งต่อไปถ้ารัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ ประธานสภาต้องแจ้งที่ประชุมว่าเหตุจำเป็นคืออะไร สภาจะได้ทราบว่าท่านไปเปิดงานสำคัญกว่าการตอบกระทู้จริงหรือไม่ และประธานควรจะวินิจฉัยด้วยว่าเหตุที่แจ้งมาเข้าข่ายความจำเป็นที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้หรือไม่ และหากบอกเพียงว่า มีนัดหมายไว้ก่อน ตนคิดว่าท่านประธานควรแจ้งที่ประชุมว่านัดหมายอะไร นัดเมื่อไหร่และมีหลักฐานหรือไม่ สภาจะได้ศักดิ์สิทธิ์
ทำให้ นายโสภณชี้แจงว่า ตนปฏิบัติไปตามข้อบังคับที่ 151 ส่วนที่นายอภิสิทธิ์พูดถึงนั้นคือกระทู้ทั่วไป มีเวลาที่เลื่อนไปตอบได้ และมีการไปเจรจากัน ดังนั้น ถ้าจะให้ตนปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ต้องไปแก้ข้อบังคับ ส่วนข้อบังคับข้อที่ 155 ระบุว่าหากไม่ถามก็ตกไป ในอดีตเราก็เคยใช้ข้อบังคับแบบนี้
นายอภิสิทธิ์ท้วงต่อว่า ข้อ 151 อยู่ในหมวดกระทู้ถาม เป็นบททั่วไปว่าด้วยการตั้งกระทู้ถาม ไม่ได้อยู่ในหมวดกระทู้ถามสด ประเด็นของตนคือข้อบังคับ ถ้าเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วไม่มีการตรวจสอบก็เหมือนไม่มีข้อบังคับ ต่อให้แก้ก็ไม่มีประโยชน์ ตนแค่เรียกร้องว่าอย่างน้อยที่สุด ขอให้โปร่งใส เหตุผลคืออะไร มีหลักฐานหรือไม่ ไม่เช่นนั้นเราก็จะส่งเสริมให้นายกฯ กับรัฐมนตรีหนีสภาไปเรื่อยๆ ทำให้นายโสภณวินิจฉัยว่า ตนได้คุยกับเลขาธิการสภา ว่าขอให้ไปประสานกับพรรคการเมืองในการปรับปรุงข้อบังคับ ที่ไม่สามารถทำได้และเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงานของสภา เพราะข้อบังคับที่เขียนนั้นสมาชิกไม่ได้ปฏิบัติตามตรงข้อบังคับ จึงเป็นเหตุให้การวินิจฉัยของประธานมีปัญหา
ด้าน นายพริษฐ์ลุกหารือว่า เพื่อความบริสุทธิ์ใจ ขอให้ประธานได้เผยแพร่หนังสือที่มีเหตุจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ให้สมาชิกเห็น เอกสารนี้ต้องอยู่ในมือท่านประธานแล้ว เพื่อให้ไม่มีข้อกังขาว่าเหตุที่นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่สามารถมาตอบได้นั้นเป็นเหตุที่หลีกเลี่ยงได้หรือไม่ ส่วนที่ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ประธานวิปรัฐบาล ได้ขอความร่วมมือว่า อยากให้เราแจ้งไปก่อนว่าจะถามรัฐมนตรีท่านใด ต้องเรียนว่ากระทู้ถามสด คือการถามประเด็นที่เป็นความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของประชาชน หลายครั้งที่ความเดือดร้อนเกิดขึ้นจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันอังคาร ดังนั้น จะให้เรารู้ว่าถามประเด็นใดก่อนมติ ครม. วันอังคารเป็นไปได้ยาก แต่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประธานวิปรัฐบาล ตนแจ้งล่วงหน้าว่าสัปดาห์หน้าถามนายกรัฐมนตรี สามารถประสานเลยเต็มๆ 7 วัน
ทำให้นายโสภณชี้แจงว่า เรื่องกระทู้ถามสดประธานสภา ได้มอบหมายให้รองประธานสภา เป็นผู้พิจารณาว่าเป็นกระทู้สดหรือไม่ เรื่องวิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต้องไปคุยกัน และย้ำว่าต้องหารือกันเรื่องเกี่ยวกับการปรับปรุงข้อบังคับการประชุมที่เป็นอุปสรรค
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สภาวุ่น! อนุทิน-พิพัฒน์ ไม่มาตอบกระทู้เท้ง ด้าน มาร์ค-ไอติม รุมบี้ปธ. ขอหนังสือแจ้งเหตุผล ติดภารกิจอะไร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th