บาร์เปิดใหม่ น่าไปลอง 2026 ประจำเดือนมีนาคม
LSA Thailand
อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 14.21 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 01.30 น. • Lifestyle Asia Thailandรวมลิสต์ บาร์เปิดใหม่ น่าไปลอง 2026 ที่ทางทีม Lifestyle Asia Thailand จะพาไปดื่มยาว ๆ จนถึงสิ้นปี ไม่ว่าจะเป็นบาร์ลับ บาร์ใหม่ คอนเซปต์ไหน พวกเราก็รวบรวมมาไว้แล้วจนครบ
เพราะที่นี่คือประเทศกรุงเทพฯ ดังนั้นแน่นอนว่าจะมีสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ และนี่คือบาร์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพในเดือนมีนาคมนี้ สำหรับ บาร์เปิดใหม่ น่าไปลอง 2026
อย่าลืมโหวตในงาน LSA Best Bites Awards 2026 ของเรา และแสดงความรักให้ร้านอาหารที่คุณชื่นชอบด้วย!
Related articles
บาร์เปิดใหม่ น่าไปลอง 2025 ประจำเดือนธันวาคม
บาร์เปิดใหม่ น่าไปลอง 2025 ประจำเดือนกุมภาพันธ์
บาร์เปิดใหม่ น่าไปลอง 2026 ประจำเดือนมีนาคม
ท่ามกลางอุณหภูมิในกรุงเทพฯ ช่วงฤดูร้อนที่พุ่งสูงจนต้องหมั่นดื่มน้ำเพื่อดูแลสุขภาพ หากคุณกำลังมองหาเครื่องดื่มที่จะมาเติมเต็มรสชาติสลับกับการดื่มน้ำเปล่าในแต่ละชั่วโมง เราขอแนะนำค็อกเทลจากเมนูใหม่ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองในขณะนี้ แม้ในเดือนนี้จำนวนบาร์เปิดใหม่อาจจะมีไม่มากนัก แต่บาร์ยอดนิยมหลายแห่งในกรุงเทพฯ ต่างพากันยกระดับความสร้างสรรค์ด้วยการเปิดตัวเมนูซิกเนเจอร์ชุดใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหลากหลายที่มา ไม่ว่าจะเป็นท่วงทำนองของดนตรี ความลึกลับที่ชวนค้นหา หรือกลิ่นอายคลาสสิกจากแมนฮัตตัน ผนวกกับข่าวสารความเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้นในวงการ และนี่คือสรุปข้อมูลสำคัญทั้งหมดที่คุณควรทราบเกี่ยวกับโลกของบาร์ในกรุงเทพฯ ประจำเดือนนี้
The St. Regis Bar เปิดตัวเมนูค็อกเทลชุดใหม่ในชื่อ ‘Portraits of Manhattan’ ซึ่งรังสรรค์ขึ้นเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อความหรูหราและกลิ่นอายของมหานครนิวยอร์กอย่างมีระดับ (ราวกับ บาร์เปิดใหม่)
หลังจากการรอคอยอันยาวนาน Brian Gonzalez พร้อมแล้วที่จะเปิดตัวผลงานชิ้นเอกชุดใหม่ ณ The St. Regis Bar กับเมนู ‘Portraits of Manhattan’ ที่เปรียบเสมือนการนำทางค็อกเทลเลิฟเวอร์ออกเดินทางผ่านย่านสำคัญต่าง ๆ ของนิวยอร์ก ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของโรงแรม St. Regis และ “ศิลปะแห่งการดื่ม” อันเป็นตำนานจาก King Cole Bar
การออกแบบเมนูในครั้งนี้ถูกถ่ายทอดออกมาในบรรยากาศของหอศิลป์ที่รวบรวมค็อกเทล 8 ชนิดใหม่เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างบทสนทนาที่น่าประทับใจระหว่างความคลาสสิกกับจิตวิญญาณของแต่ละย่านในนิวยอร์ก โดยมีไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้อย่าง East Village Sketch ที่มอบรสสัมผัสเข้มข้นพร้อมกลิ่นหอมของควันไฟ และความพิเศษจากการผสานชีสแพะคุณภาพเยี่ยมจากนครปฐมได้อย่างลงตัว หรือจะเป็น Mayor of Strawberry Fields ที่หยิบเอาแรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์แห่งสันติภาพใน Central Park ของ John Lennon มานำเสนอ
นอกจากนี้ยังมี Boulevard Astor ที่ยกระดับความหรูหราของ Manhattan แบบดั้งเดิมได้อย่างมีชั้นเชิง และสำหรับใครที่มองหาความละมุนละไมเป็นพิเศษ เราขอแนะนำ Velvet Brew ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคาเฟ่แจ๊สในย่านฮาร์เล็ม โดดเด่นด้วยครีมกาแฟและโกโก้คัดสรรจากเชียงใหม่ ให้รสสัมผัสนุ่มลึกและสง่างามในทุกจิบ
The St. Regis Bar, โรงแรม The St. Regis Bangkok, 159 ถนนราชดำริ, กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน 14.30-24.00 น.
Firefly Bar เปิดตัวเมนูใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเป็นการยกย่องหิ่งห้อยอันเป็นสัญลักษณ์ของบาร์ ผ่านการรังสรรค์เครื่องดื่มในรูปแบบที่แปลกใหม่และน่าตื่นตาตื่นใจกว่าที่เคย
Firefly Bar บาร์แจ๊สยอดนิยม ณ โรงแรม Sindhorn Kempinski Bangkok เปิดตัวเมนูเครื่องดื่มสุดพิเศษเพื่อร่วมเฉลิมฉลองให้กับสิ่งมีชีวิตอันลึกลับที่เป็นที่มาของชื่อบาร์ โดย Dicky Hartono ผู้จัดการเครื่องดื่มและนักร้องประจำบาร์ เผยว่าในวันที่หิ่งห้อยเริ่มหาได้ยากขึ้นในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ เมนูชุดนี้จึงถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อยกย่องและสร้างความตระหนักรู้ถึงมนต์เสน่ห์ของพวกมันให้ยังคงอยู่
เรื่องราวในเมนูถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วนที่ร้อยเรียงกันอย่างน่าสนใจ ตั้งแต่ที่มาของชื่อ ระบบนิเวศ แสงสว่าง ไปจนถึงตำนาน โดยมีแก้วไฮไลท์ที่ชวนให้ตื่นเต้นอย่าง Where Is The Cricket ที่ผสมผสานจิน ฟาเลอร์นัม และโปรตีนจิ้งหรีดเข้ากับกล้วยและเครื่องเทศได้อย่างแปลกใหม่ หรือจะเป็น Tres Elementos ที่รวมตัวระหว่างเหล้ารัม อะเปรอล และเบอร์กามอต เสริมความสดชื่นด้วยน้ำสับปะรดและมะเขือเทศโซดา
นอกจากนี้ยังมี Gorgeous Lady in Red ค็อกเทลสีสวยที่ใช้จินและวอดก้าแช่ดอกชบา ผสมไวน์ทับทิมและส้ม ตกแต่งด้วยฟองอากาศสุดเก๋ โดยค็อกเทลแต่ละแก้วล้วนสะท้อนแง่มุมของหิ่งห้อยได้อย่างมหัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นผ่านเสียง การเคลื่อนไหว หรือความหมายที่ซ่อนอยู่
Firefly Bar, Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok, 80 ถนนต้นสน, แขวงลุมพินี, เขตปทุมวัน, กรุงเทพฯ, เปิดทุกวัน 17.00-01.00 น.
Black Cabin พร้อมพาคุณไปสัมผัสสุนทรียะแห่งรสชาติผ่านเสียงเพลง ด้วยการเปิดตัวเมนูใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการร้อยเรียงคอร์ดดนตรี รังสรรค์ออกมาเป็นเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
แม้จะเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะจุดหมายปลายทางของปาร์ตี้และดนตรีสดสุดฮิตในย่านทองหล่อ แต่ Black Cabin ยังมีไม้ตายเด็ดอย่างเมนูค็อกเทลที่รังสรรค์มาให้สอดประสานไปกับเสียงเพลงได้อย่างลงตัว โดยในฤดูกาลนี้พวกเขาพร้อมเปิดตัวเมนูใหม่ที่ยังคงหยิบเอาท่วงทำนองดนตรีมาสร้างสรรค์เป็นรสชาติได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
ความน่าสนใจของเมนูชุดนี้อยู่ที่การแบ่งประเภทเครื่องดื่มออกเป็น 4 คอร์ดหลัก ได้แก่ Major, Minor, Dominant และ Dissonant ซึ่งไต่ระดับความแปลกใหม่และรสชาติของเน้นเนื้อหนังของเหล้าให้เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีแก้วไฮไลท์อย่าง Green Paradox เครื่องดื่มสไตล์อะเปริติฟที่ผสานปิสโกและเวอร์มุธเข้ากับใบย่านางและแอปเปิ้ลคอมโพตได้อย่างมีชั้นเชิง หรือจะเป็น Slow Fade ที่มอบสัมผัสนุ่มนวลจากส่วนผสมของเบอร์เบิน เนยไหม้ และกลิ่นหอมของใบเตย
สำหรับสายผจญภัยที่มองหารสชาติแปลกใหม่ Sanctuary Smoke คือแก้วที่ต้องลองด้วยส่วนผสมที่คาดไม่ถึงอย่างน้ำซุปสาหร่ายคอมบุและน้ำแกงอ่อมที่ผสมผสานกับวิสกี้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ส่วนใครที่หลงรักขนมหวานและบับเบิ้ลที ไม่ควรพลาด Glissando ที่นำเหล้ารัมเครื่องเทศมาเจอกับชาไทย “นมวิเศษ” และไข่มุกน้ำตาลทรายแดง ให้คุณได้รื่นรมย์ไปกับเครื่องดื่มแก้วโปรดพร้อมดื่มด่ำกับเสียงดนตรีได้ตลอดทั้งคืน
Black Cabin Bar, 466 16 ทองหล่อ, คลองตันเหนือ, วัฒนา, กรุงเทพฯ, เปิดทุกวัน 19.00-02.00 น.
Sato San รูฟท็อปบาร์แห่งใหม่ที่มาพร้อมคอนเซปต์การผสมผสานสไตล์ไทย-ญี่ปุ่นอย่างลงตัว เปิดให้บริการแล้ววันนี้บนดาดฟ้าโรงแรม Moxy Bangkok Ratchaprasong พร้อมให้คุณไปสัมผัสบรรยากาศใจกลางเมือง (บาร์เปิดใหม่)
โรงแรม Moxy แห่งแรกของประเทศไทยและใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก พร้อมเปิดตัว Sato San รูฟท็อปบาร์แห่งใหม่ที่มาในคอนเซปต์สุดล้ำ ด้วยการผสมผสานความประณีตตามแบบฉบับญี่ปุ่น เข้ากับความสนุกสนานมีชีวิตชีวาของวัฒนธรรมไทย-อีสาน ภายใต้บรรยากาศที่ “สนุกสนานแต่แฝงด้วยความหรูหรา” โดยมีให้เลือกทั้งโซนเลานจ์ในร่มที่ประดับด้วยแสงไฟนีออนจัดจ้าน และระเบียงกลางแจ้งขนาดใหญ่สำหรับรับลมชมวิวเมือง
ความโดดเด่นของที่นี่คือการหยิบเอาวัตถุดิบจากสองวัฒนธรรมมาฟิวชันกันได้อย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่เมนูอาหารที่ใช้ทั้งน้ำพริกและมิโซะ ไปจนถึงเครื่องดื่มที่มีให้เลือกทั้งสาเกและสาโตะ โดยเฉพาะเมนูค็อกเทลที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์อย่าง Mango Sticky Rice ที่นำเตกีลามาผสมกับน้ำเชื่อมข้าวเหนียวและเพิ่มมิติด้วยพริกกับผักชี หรือจะเป็น Rise & Shine Tokyo ที่รวมบรั่นดี วิสกี้ และเอสเปรสโซเข้ากับน้ำเชื่อมมะพร้าวได้อย่างลงตัว
หากต้องการความสดชื่นหลังจากเหนื่อยล้ามาทั้งวัน Frozen Margarita of the Day คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด เพราะจะมีการหมุนเวียนรสชาติที่ได้รับแรงบันดาลใจจากไทยและญี่ปุ่นมาให้ลิ้มลองไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน
Sato San Rooftop Bar, Moxy Bangkok, ราชประสงค์, 111 ถนนราชดำริ, ลุมพินี, ปทุมวัน, กรุงเทพฯ, เปิดทุกวัน 18.00-02.00 น.
Tropic City บาร์ยอดนิยมที่กำลังจะปิดตัวลงในเร็วๆ นี้ แต่คุณยังคงมีโอกาสไปดื่มด่ำกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ผ่านเมนู ‘Tropicology Vol. 2’ ที่รวบรวมเครื่องดื่มสไตล์ทรอปิคอลรสชาติแปลกใหม่และเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์เอาไว้ให้ได้สัมผัสเป็นการทิ้งทวน
สัปดาห์ที่ผ่านมาถือเป็นช่วงเวลาที่น่าใจหายที่สุดครั้งหนึ่งของวงการบาร์ในเมืองไทย เมื่อ Tropic City บาร์ระดับแนวหน้าซึ่งเป็นที่รักของเหล่าฟู้ดดี้และนักดื่มประกาศปิดตัวลงในปลายเดือนเมษายนนี้ แต่ก่อนที่จะถึงวันอำลา บาร์แห่งนี้ยังคงพร้อมเสิร์ฟรสชาติแห่งความสุขผ่านเมนู Tropicology Volume 2 ที่ร้อยเรียงสไตล์ Tiki ดั้งเดิมเข้ากับมิติของเครื่องดื่มร่วมสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ในเมนูนี้มีแก้วเด่นที่เน้นความสนุกสนานและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง Exotic Malfunction ค็อกเทลเนื้อเนียนนุ่มที่ผสานความสดชื่นของเกรปฟรุต ส้ม และมะนาว เข้ากับเหล้ารัมและมะพร้าวอย่างลงตัว หรือจะเป็น Eastern Trade Winds ที่ชูโรงด้วยจินและมาซาลาชัย เสริมทัพความซับซ้อนด้วยเวอร์มุธและเบเนดิกทีน ดี.โอ.เอ็ม.
นอกจากนี้ ค็อกเทลระดับตำนานของ Tropic City ก็ยังคงมีพร้อมให้แฟนคลับได้หวนระลึกถึง ไม่ว่าจะเป็น Chronicled Iced Tea ที่รวมเอาเหล้ารัมและคัชาซ่ามามิกซ์กับผลไม้นานาชนิดทั้งเสาวรส พีช และสับปะรด หรือ Gee’s Boogie ที่มอบรสสัมผัสลุ่มลึกจากบรั่นดีและกาแฟสกัดเย็น ตัดด้วยความละมุนของโฟมมะพร้าวเค็ม และสำหรับใครที่อยากจัดเต็มทิ้งทวน ก็ยังมี Zombie สูตรเข้มข้นรอให้คุณมาดื่มด่ำเพื่อรำลึกถึงวันวานเป็นครั้งสุดท้าย
Tropic City, 672 65 เจริญกรุง 28, บางรัก, กรุงเทพฯ, เปิดทุกวัน 19.00-02.00 น.
SIP Supernova Thailand ประกาศผลผู้ชนะประจำปี 2026
หลังจากจัดงานรอบสุดท้าย SIP Supernova Thailand จัดขึ้นที่ The Loft, Waldorf Astoria เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ภายใต้ธีม ‘สถาปัตยกรรมแห่งประสาทสัมผัส’ การแข่งขันค็อกเทลครั้งนี้ตัดสินจากรสชาติและผลกระทบต่อประสาทสัมผัสทั้งสี่ โดยรางวัลชนะเลิศได้แก่ Oscar Eksiam จาก Opium ตามมาด้วย Rawipart Maneenetr จาก Club Salva และ Phuphan Rongsaard จาก Opium เช่นกัน ผู้ชนะทั้งสามคนจะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับโลกที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SIP
The Sake Room จัดงาน ‘Sake Reimagined’ ที่จะพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์การดื่มสาเกในรูปแบบใหม่ โดยนำเสนอการจับคู่สาเกญี่ปุ่นกับอาหารรสเลิศ พร้อมด้วยค็อกเทลจากสาเกที่ถูกตีความขึ้นมาใหม่อย่างมีสไตล์
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ไฮไลท์ของงานไม่ได้มีเพียงแค่ความรู้ แต่ยังรวมถึงประสบการณ์การรับประทานอาหารที่จับคู่กับสาเก (Sake Pairing) อย่างลงตัวจาก Kenji’s Lab ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเปิดโลกทัศน์ใหม่ผ่านค็อกเทลสาเกสูตรดั้งเดิมที่รังสรรค์โดยทีมงาน YOLO Group ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักไปด้วยเหล่าบาร์เทนเดอร์แถวหน้า นักชิม และผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์ของสาเก ซึ่งรวมถึงชาวญี่ปุ่นที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนให้เห็นว่ากระแสความนิยมของสาเกในไทยกำลังเติบโตและเป็นที่จับตามองอย่างยิ่งในขณะนี้
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ The Sake Room
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Hero & Featured Photo Credit: Black Cabin via Facebook, Sato San via Website
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.