นพ.วรรษา เปาอินทร์ แฟนพันธุ์แท้ หนังสือประวัติศาสตร์ ‘เครือมติชนคือคลังแห่งความรู้ ’
ผู้เขียน : สินนภา ดีเลิศพัฒนา ภาพข่าว : วรวิทย์ พานิชนันท์
ใครที่ไป และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ช่วงวันที่ 26 มีนาคม-6 เมษายน 2569 จะพบว่า กลุ่มคนอ่านมีมากขึ้นเรื่อย ๆ และมีทุกเพศทุกวัย
ยิ่ง Gen Z มากันเป็นกลุ่ม ทำให้บรรยากาศคึกคัก มีสีสัน
อีกมุม กลุ่มผู้สูงวัยก็จูงมือกันมาเดินเล่น ช็อปซื้อหนังสือ เพราะหนังสือเป็นมิตรกับทุกคน เป็นกัลยาณมิตรที่พูดไม่ได้ แต่สื่อถึงกันได้
ครอบครัวปลูกฝัง-หนังสือเต็มบ้าน
“ดีไลฟ์-ประชาชาติฯ” ฉบับนี้ได้รับเกียรติจาก “คุณหมอนักอ่าน” มาร่วมพูดคุยอย่างเป็นกันเองที่ร้านหนังสือ “มติชนบุ๊คคลับ สาขาตึกมติชน” เพื่อบอกเล่าถึง “เส้นทางการเป็นนักอ่าน” ในฐานะแฟนคลับหนังสือเล่มในเครือมติชน โดยเฉพาะเป็นแฟนพันธุ์แท้ตัวจริงเสียงจริงหนังสือแนวประวัติศาสตร์
ปัจจุบัน “รศ.ดร.นพ.วรรษา เปาอินทร์” เกษียณแล้วจากอาชีพหมอ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี แต่ยังคงทำงานเพื่อสังคม เป็นการช่วยเหลือแบบอยู่เบื้องหลัง ทำนอง
ในฐานะ นายกสมาคมเวชสารสนเทศไทย (TMI)ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชสารสนเทศ มีบทบาทสำคัญในการพัฒนา IT และเทคโนโลยีระบบสาธารณสุขโรงพยาบาลทั่วประเทศ เน้นประยุกต์ใช้ AI และ Digital Health ยกระดับการรักษาสู่สากล
“คุณหมอวรรษา” เติบโตมาในครอบครัวข้าราชการ เป็นบุตรชายคนกลางของ พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ (ถึงแก่กรรม 29 ตุลาคม 2568) อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และอดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีต รมช.มหาดไทย อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องกฎหมาย
ที่สำคัญ ผู้นำครอบครัวบ้านนี้เป็นคนรักการอ่าน ทำให้ลูก ๆ ได้รับการปลูกฝัง หยิบจับหนังสือมาตั้งแต่เล็กจนโต ทุกคนในบ้านจะมีมุมหนังสือของตัวเอง
ส่วนคุณแม่ “วินิจ เปาอินทร์” อดีตผู้พิพากษาสมทบ ศาลเด็กจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงเป็น “ศูนย์รวมใจ” ของลูกชายทั้งสาม ได้แก่ “พ.ต.อ.เฉลิมพรรษ์-นายแพทย์วรรษา-พ.ท.นราวิทย์ เปาอินทร์” ในบ้านพักย่านแจ้งวัฒนะ
แม้ทุกคนจะออกเรือนแล้ว แต่ยังอยู่ในรั้วเดียวกัน เพราะตระกูลนี้เชื่อในเรื่องความรักความสามัคคีของคนในครอบครัวที่เป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ทั้งกายและใจ ในยามทุกข์หรือสุข
หนังสือเปลี่ยนแนวคิด
“ผมอ่านทุกสิ่งอย่าง สมัยเรียนมัธยมก็ได้ที่ 1 ทุกวิชา ทั้งประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สังคม จำความได้หมด นอกตำราก็อ่าน เพราะข้อมูลเสริมกัน”
แต่หนังสือที่เปลี่ยนแนวคิดของเขากลับไม่ใช่ตำราเรียน หากเป็นหนังสือที่อยู่บนชั้นในบ้าน ตั้งแต่ฉบับพิมพ์ครั้งแรก และยังคงอยู่ตราบถึงวันนี้
คุณหมอวรรษาได้หยิบหนังสือ “การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี” ของ ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ขึ้นมาถ่ายภาพ พร้อมบอกว่า…
“ผมซื้อเล่มนี้ตั้งแต่เล่มแรก ตีพิมพ์เมื่อ 30 ปีก่อน เปลี่ยนปกมาหลายยุค เรียกว่าเป็นอภิมหาอมตะนิรันดร์กาลในโลกของหนังสือก็ว่าได้”
เขาเล่าว่า ตำราเรียนบอกแค่ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อาจารย์นิธิพูดลึกไปถึงสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ การเมือง แล้วมีการวิเคราะห์ ทำให้เกิดมุมมองใหม่ ๆ ของประวัติศาสตร์ ที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเหตุปัจจัย ว่าทำไมถึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้ากรุงธนบุรีมาเป็นราชวงศ์จักรี อธิบายแบบสมเหตุสมผลมาก
นอกจากนี้ คุณหมอวรรษายังเป็นแฟนหนังสือของ“ขรรค์ชัย บุนปาน” ประธานเครือมติชน นักกวีและนักหนังสือพิมพ์รุ่นบุกเบิก และ“สุจิตต์ วงษ์เทศ” นักประวัติศาสตร์คนสำคัญของไทย ผู้ร่วมก่อตั้งหนังสือพิมพ์มติชนและนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ในเครือมติชน
พร้อมยกประเด็นที่ “สุจิตต์” ยืนยันมาตลอด แม้จะขัดกับความเชื่อในกระแสหลักของสังคม อาทิ สุโขทัยไม่ใช่ราชธานีแห่งแรกของประเทศไทย นางนพมาศไม่มีตัวตนจริงในสมัยสุโขทัย แต่เป็นจินตนาการของรัชกาลที่ 3 คนไทยไม่ได้มาจากเทือกเขาอัลไต คนไทยอยู่ที่นี่มาตั้งนานแล้ว สุนทรภู่ไม่ใช่คนแกลง
“ท่านย้ำซ้ำ ๆ มาตลอด ทั้งที่สังคมส่วนใหญ่เชื่อไปทางนั้นหมด แต่ท่านมีเหตุผล มีข้อมูลมาเสริมเติมขึ้นเรื่อย ๆ”
ความดื้อที่มีหลักฐาน นำมาใช้จริง
ทรรศนะของนักประวัติศาสตร์ที่กล้าแหวกกระแส ถือเป็น “ต้นแบบ” การทำงาน ที่คุณหมอยึดหลักมาใช้ในสนามนโยบาย IT สาธารณสุขไทย
เพราะต้องต่อสู้กับกระทรวงสาธารณสุขในเรื่องนโยบายที่เต็มไปด้วยความเชื่อแบบประหลาดของวงการ IT ในไทย เช่น หมอไม่ต้องบันทึกประวัติให้ถูกต้องตามตำรา บันทึกแค่นี้ก็พอ ใช้คอมพิวเตอร์แบบนี้ง่ายดี
“ผมก็ยืนยันของผม เหมือนที่คุณลุงสุจิตต์ยืนยันเรื่องสุโขทัย คือต้องแบบนี้ ไม่ใช่แบบนั้น ไอ้ที่เอ็งคิด เอ็งทำ ส่วนใหญ่มันผิด”
ปัญหาที่มองเห็นคือระบบสาธารณสุขไทยโตมาแบบต่างคนต่างทำ โรงพยาบาลแต่ละแห่งซื้อซอฟต์แวร์คนละยี่ห้อ ข้อมูลคุยกันไม่ได้ ครั้นจะทำ Big Data หรือ AI ระดับประเทศก็เหมือนสร้างตึกสูงบนพื้นดินเลน รากฐานไม่แน่น ข้อมูลอาจเละ
ถ้าคุณใส่ขยะเข้าไป ผลลัพธ์ก็คือขยะ จะไปช่วยวินิจฉัยโรคหรือวางแผนสาธารณสุขระดับประเทศได้อย่างไร ตอนนี้ทุกคนอยากได้ AI ฉลาด ๆ แต่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องการลงข้อมูลพื้นฐานให้สะอาด ละเอียด บันทึกแค่นี้พอ ซึ่งผมยอมไม่ได้
แม้จะเหนื่อย แม้จะถูกต้านจากความเคยชิน แต่ล่าสุดทุกคนก็ทำได้แล้วกว่า 200 โรงพยาบาลจากพันแห่งทั่วประเทศ
ต้องขอบคุณหนังสือที่ผ่านมาในชีวิต ทำให้เราคิดเป็นและแยกแยะได้ อะไรคือใช่ อะไรคือความจริงและเหมาะสม
ประวัติศาสตร์ไม่ใช่อดีตที่ตายแล้ว
เมื่อถามว่าประวัติศาสตร์มีประโยชน์กับยุคปัจจุบันอย่างไร คุณหมอวรรษาตอบว่า ถ้าเราเข้าใจวิธีคิดของคนโบราณในบริบทตอนนั้น คนก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรอก คนปัจจุบันก็คือคนในอดีตที่มีเทคโนโลยีดีขึ้นมาหน่อย
“แต่เรื่องวิธีคิด ไมนด์เซต สังคม การปฏิบัติต่อกันก็เหมือนกัน ถ้าเรามีข้อเท็จจริง มุมมองการวิเคราะห์ที่ได้เรียนรู้จากท่านนักปราชญ์ จากหนังสือทั้งหลายก็จะทำให้เราอยู่รอด อยู่ดี ไม่ถูกมายาคติพาไป และช่วยพัฒนาสังคมได้”
ทั้งมองสื่อทุกวันนี้ เปลี่ยนแปลงไปมาก สื่อโลกใหม่มีอิทธิพลสูง แต่สื่อหลักยังคงเข้มแข็ง เป็นตัวเอง หนังสือแนวประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมของเครือมติชนมีคุณค่ามากต่อสังคมไทย เป็นคลังแห่งความรู้ที่ควรสนับสนุนและรักษาไว้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นพ.วรรษา เปาอินทร์ แฟนพันธุ์แท้ หนังสือประวัติศาสตร์ ‘เครือมติชนคือคลังแห่งความรู้ ’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net