โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘กมลศักดิ์’ ชี้เหตุลอบยิงทำเป็นขบวนการ เชื่อมีผู้บงการ ใช้รถราชการ-อาวุธสงคราม

The Reporters

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

‘กมลศักดิ์‘ เล่าย้อนวินาทีถูกลอบยิง ต้องหมอบราบไปกับพื้นใต้เบาะรถ ชี้ ข้อสงสัยพฤติการณ์คนร้าย นำไปสู่การเบี่ยงเบนประเด็น เชื่อ มีผู้บงการ - จ้างวาน ตั้งเป้าสังหารตน เผย มีการทำเป็นกระบวนการ หลังถูกแกะรอยตั้งแต่ลงเครื่องสนามบินหาดใหญ่ ทั้ง ๆ ที่น้อยคนจะรู้เวลาชัดเจน ขอชุดคลี่คลายคดีทำงานตรงไปตรงมา

วันนี้ (3 เม.ย. 69) นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุการณ์ถูกคนร้ายลอบยิงบริเวณหน้าบ้านพัก ในตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ว่า ตนได้รับแจ้งจากชุดคลี่คลายคดีเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมตัว โดยยืนยันว่า ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว และไม่มีความบาดหมางส่วนตัว โดยตนกับผู้ก่อเหตุ นายสมพร ลังเดช อดีตทหารนาวิกโยธิน และนายยศกร ลังเดช ชุดคลี่คลายคดีพยายามสืบสวนหามูลเหตุจูงใจการก่อเหตุ ซึ่งหากดูจากพฤติกรรมมีการใช้อาวุธปืน M16 จำนวน 2 กระบอก และการก่อเหตุไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เป็นการก่อเหตุเพื่อเอาชีวิตตน แต่มีการเบี่ยงประเด็นไปยิงคนขับ ไม่ได้จะยิงตน

นายกมลศักดิ์ กล่าวต่อว่า หากเป็นเช่นนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธสงครามขนาดนี้ เพราะว่าคนขับรถของตนอยู่ที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องติดตามมาจากสนามบินหาดใหญ่ ซึ่งในคดีของตนนับว่าโชคดี ที่มีกล้องบันทึกหน้ารถที่บันทึกภาพรถผู้ก่อเหตุอย่างชัดเจนว่า เป็นรถที่มีลักษณะอย่างไร จึงสามารถนำมาสู่การแกะรอยติดตามจนพบว่า หลังก่อเหตุเสร็จแล้วมีการนำรถไปชำแหละ จนกระทั่งการสืบสวนพบว่ารถคันที่ก่อเหตุเป็นรถ กอ.รมน.

นายกมลศักดิ์ ย้ำว่าการก่อเหตุในครั้งนี้เป็นกลุ่มขบวนการมีผู้จ้างวาน และมีมูลเหตุจูงใจ ซึ่งตนอยากทราบเช่นกันว่า เป็นเพราะอะไรในฐานะผู้เสียหาย เพราะเท่าที่ทราบจากภาพกล้องวงจรปิด กลุ่มคนร้ายได้ติดตามตนจากสนามบินหาดใหญ่ และมีการใช้อุปกรณ์สื่อสารซึ่งพบว่า ช่วงเวลามีความสอดคล้องกัน

นายกมลศักดิ์ ยังเล่าถึงช่วงเวลาการเกิดเหตุว่า หลังจากออกจากสนามบินหาดใหญ่ ตนได้นั่งอยู่ด้านหลังของคนขับ ซึ่งเป็นที่ประจำ จากนั้นได้แวะทานข้าวที่อำเภอจะนะ และแวะละหมาดที่ปั๊มในอำเภอเทพา โดยรถได้ขับมุ่งหน้ามาที่บ้านพักของตน ซึ่งน้อยคนมากที่จะรู้ช่วงเวลาว่า ตนเดินทางไปที่ไหนออกมาจากหาดใหญ่ในเวลาใด และเส้นทางในการเดินทาง กลุ่มคนร้ายได้ดักรอที่หน้าบ้านมีลักษณะการแบ่งงานกันทำ มีการประสานงานกัน ในช่วงเวลาเกิดเหตุรถของตนได้ชะลอความเร็วเมื่อถึงหน้ารั้วของบ้าน จากนั้นได้ยินเสียงปืนดัง โดยไม่รู้ว่าทิศทางกระสุนมาจากไหน ตนเองได้ลงไปหมอบกับพื้นใต้เบาะรถ และก้มหัวลง แต่ถ้าดูวิถีของกระสุน หากตนไม่หมอบก็จะโดนเต็ม ๆ

ขณะที่ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวเสริมว่า คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงทั้งหมด 33 นัด โดยทิศทางการยิงคือยิงเข้ามาในรถทั้งหมด โดยตนมองว่า มีเป้าประสงค์สังหารคนในรถทั้งหมด ซึ่งหากดูจากวิถีกระสุนทั้งหมดมีมากกว่าที่สื่อนำเสนอข่าวไป
ทั้งนี้ นายกมลศักดิ์ และพันตำรวจเอก ทวี ยังไม่ทราบข้อมูลรายละเอียดของรถผู้ก่อเหตุว่า มีการนำรถไปแร็ปสี และถูกแจ้งความว่าสูญหายก่อนที่จะนำมาใช้ก่อเหตุ จึงอยากได้ข้อเท็จจริงจากชุดคลี่คลายคดี รวมถึงผู้จ้างวานด้วย โดยนายกรัฐมนตรีต้องมีท่าทีที่ชัดเจนในเรื่องนี้ เพื่อป้องกันการหวาดกลัวของเจ้าหน้าที่ในการทำงานรัฐบาลต้องแสดงบทบาทให้พนักงานสอบสวนทำคดีอย่างตรงไปตรงมา

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การก่อเหตุที่มีลักษณะทิ้งช่วงเวลา หากจะเอาชีวิตจริงทำไมไม่เร่งลงมือ เพราะสามารถยิงได้ทันที นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า การก่อเหตุบางครั้งก็สมประสงค์ตามที่ประสงค์ แต่การก่อเหตุบางครั้งก็เกิดการพลาดได้ โดยในเรื่องนี้ จึงต้องไปถามผู้ก่อเหตุว่าทำไมถึงพลาดแล้วไม่มายิงซ้ำ

นายกมลศักดิ์ กล่าวถึงสาเหตุจูงใจการสังหารครั้งนี้ว่า ตนไม่อยากใส่ร้ายใคร ตนให้ความเคารพชุดคลี่คลายคดีของตำรวจภูธรภาค 9 ตนยังไม่สามารถเชื่อมโยงไปยังเรื่องการเมืองหรือเรื่องอื่น ได้แต่ที่ชัดคือรถที่ก่อเหตุเป็นรถของราชการหน่วยงานรัฐและตนเชื่อว่า ราชการจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ถ้าหากจะยุ่งเกี่ยวต้องหาสาเหตุที่เชื่อมโยงกันให้ได้ จึงอยากให้ชุดคลี่คลายคดีให้ความกระจ่างโดยเร็ว

ส่วนประเด็นความขัดแย้งจากการทำงานของสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ทั้งหมด เพราะตนทำงานทางด้านสิทธิมนุษยชนมา ตั้งแต่ที่นายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความศูนย์มุสลิมที่ถูกอุ้มหาย โดยตนทำงานมาตั้งแต่ปี 2540 โดยเกิดเหตุทนายสมชายโดนอุ้มหายในปี 2547 ซึ่งตนก็ยังทำงานในพื้นที่จนกระทั่งเข้าสู่สนามการเมือง เพื่อทำงานในบทบาททางด้านกระบวนการยุติธรรมในพื้นที่ ส่วนปมความขัดแย้งทางด้านธุรกิจตัดทิ้งไปได้เลย

พันตำรวจเอก ทวี เชื่อว่า มีผู้บงการจ้างวานและยังเชื่อว่ามีผู้กระทำความผิดเพิ่มอีก ซึ่งชุดคลี่คลายคดีต้องรีบดำเนินการสืบสวน เพราะเป็นรถทางราชการ การแก้ปัญหาทางภาคใต้ที่ผ่านมาใช้ กอ.รมน. เข้าไปแก้ปัญหา ไม่ใช่ไปสร้างปัญหา จึงจำเป็นต้องตรวจสอบว่าที่มาที่ไปอย่างไร

พันตำรวจเอก ทวี กล่าวว่า หลังจากนี้จะไปนำเรียนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีโดยตรง เนื่องจากเป็น ผอ. กอ.รมน. แสดงท่าทีชัดเจนในเรื่องนี้ เพราะจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้เพียงแค่พุ่งเป้าประสงค์สังหารนายกมลศักดิ์ แต่ส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

ในช่วงท้ายนี้ นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า ในขณะนี้ได้ออกหมายจับ 4 คน และจับผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน แต่สิ่งที่ตนต้องการมากที่สุดคือผู้บงการสูงสุด เพราะว่าคนร้ายที่ปฏิบัติการนั้นตนไม่ได้รู้จัก อยู่ดี ๆ จะมาก่อเหตุยิงตนคงเป็นไปไม่ได้ มันจะต้องมีคนที่อยู่สูงกว่านั้น ตอนนี้สังคมต้องการรับรู้ไม่ใช่เพียงแค่ตนคนเดียว เพราะพี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ติดตามเรื่องนี้อยากรู้ว่าเป็นใคร โดยตนเชื่อว่า เหตุการณ์นี้จะอยู่ในใจลึก ๆ ของคนในพื้นที่เพราะเขารู้ว่าตนเป็นคนอย่างไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...