โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

โฮสต์ระดับเทพกับระบบช่วยเหลือตัวประกอบใช้แล้วทิ้ง

นิยาย Dek-D

อัพเดต 06 พ.ค. 2568 เวลา 13.01 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. 2568 เวลา 17.39 น. • minimiiney
เซียวเหมยลี่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาทำภารกิจแก้ไขชะตาชีวิตตัวประกอบแบบงงๆ ..แต่ตัวตนของเธอไม่ใช่แค่โฮสต์ธรรมดานี่สิ

ข้อมูลเบื้องต้น

โฮสต์ผู้เก่งกาจ เหนือกว่าระบบหลักจะใครซะอีก…เซียวเหมยลี่ ผู้นี้นี่ไง!!!

ตัวประกอบเรอะ ได้ๆๆ เธอจะช่วยทำความปราถนาหลังตายให้ ไม่ว่าจะแก้แค้น เอาคืน หรือ ทำให้ใครเจ็บตัว เธอทำได้หมด ไม่ต้องกลัวผิดหวัง ถ้ามีเธออยู่ในโลกนี้ ฮ่าๆๆ

#นางเอกเก่งมาก_แนวลุยเดี่ยวไม่มีพระเอกนะคะ

#เน้นแก้แค้นสะใจ_เอาคืนอย่างรวดเร็ว

#โลกละไม่กี่ตอนน้อยสุดสี่ตอนมากสุดแปดตอน

#ติดเหรียญสองเหรียญทุกตอนที่สองของแต่ล่ะโลกค่ะ_โลกแรกเปิดตอนอ่านฟรี

Arc ณ ปัจจุบัน

Arc 1 : สะใภ้ชนบทผู้อาภัพ สถานะ : Complete

Arc 2 : แม่เลี้ยงเดี่ยวผู้ใจดำ สถานะ : Complete

Arc 3 : คุณหนูบ้านนอก สถานะ : Complete

Arc 4 : ศิษย์พี่ใหญ่สายมาร สถานะ : Complete

Arc 5 : แม่ของนางเอกในนิยายธงแดง สถานะ : Complete

Arc 6 : หญิงสาวผู้อ่อนแอในวันสิ้นโลก สถานะ : Complete

Arc 7 : ฮองเฮาผู้ยิ่งใหญ่ สถานะ : Complete

Arc 8 : ลูกสาวตัวจริงผู้กตัญญู : Complete

Arc 9 : แม่ยายผู้ใจร้าย : Complete

Arc 10 : NPCผู้คลั่งแค้น : Complete

Arc 11 : ฮูหยินผู้ทรนง : Complete

Arc 12 : ลูกสาวผู้อ่อนแอในยุค 70 : Complete

Arc 13 : พี่สาวนางเอกผู้หัวแข็ง : Complete

Arc 14 : แม่เลี้ยงผู้ใจร้าย : Complete

Arc 15 : รูมเมทนางเอกโลกสยองขวัญ : Complete

Arc 16 : ครูสาวผู้โดดเดี่ยว : Complete

Arc 17 : เทพธิดาแห่งการแก้แค้น : Complete

Arc 18 : เจ้าหญิงเย็นชาผู้เป็นรักแรก : Complete

Arc 19 : สาวงามผู้โชคร้าย : Complete

Arc 20 : แม่ละภรรยาผู้น่าสงสาร : Complete

Arc 21 : ผู้กล้าผู้ขบถ : Complete

Arc 22 : เทพธิดาผู้อาภัพ : Complete

Arc 23 : นักแสดงสาวผู้เจิดจรัส : Complete

Arc 24 : บรรพชนผู้น่าเกรงขาม : Completet

Arc 25 : นักล่าแวมไพร์อัจฉริยะ : Loading

ตอนพิเศษ

กรุณาคอมเม้นอย่างสุภาพ หากไม่ถูกใจกดนำออกจากชั้น ขอบคุณค่ะ!

ตอนที่ 1 : Arc 1 สะใภ้ชนบทผู้อาภัพ (1)

ณ พื้นที่มิติว่างเปล่าสีขาว

ร่างหนึ่งลอยคว้างอยู่กลางอากาศ เซียวเหมยลี่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตางดงามจับใจเผยแววสับสนบางเบา

ติ้ง!

“ตรวจพบสิ่งมีชีวิต”

“ขอต้อนรับผู้ใช้งานเข้าสู่แพลตฟอร์มระบบมหาเทพ จุดประสงค์หลักของระบบคือการรักษาความสมดุลของหมื่นโลก”

“ฉันคือระบบหมายเลข 129777 จะทำหน้าที่ช่วยเหลือเธอในภารกิจแต่ละโลก”

“คุณตกลงที่จะเข้าร่วมระบบมหาเทพหรือไม่?”

“คุณตกลงที่จะเข้าร่วมระบบมหาเทพหรือไม่?”

“คุณตกลงที่จะเข้าร่วมระบบมหาเทพหรือไม่?”

เสียงกลไกเย็นเยียบดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ ประโยคคำถามสุดท้ายถูกย้ำซ้ำถึงสามครั้ง

เมื่อเซียวเหมยลี่ไม่ตอบกลับ เสียงสัญญาณเตือนที่แสบแก้วหูก็ดังขึ้นแทนที่

“คุณตกลงที่จะเข้าร่วมระบบมหาเทพหรือไม่? กรุณาตอบภายใน 10 วินาที มิเช่นนั้นระบบจะขอใช้อำนาจลบล้างการมีอยู่ของคุณ… 10, 9, 8, 7, 6”

พร้อมกับเสียงนับถอยหลัง บรรยากาศรอบตัวก็กดดันมากขึ้นเรื่อยๆ เซียวเหมยลี่รู้สึกขุ่นเคืองอยู่ในใจ

อะไรที่ทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจแบบนี้… ก็ทำลายมันทิ้งซะ!

เธอยกมือขึ้น แหวกคว้าไปในความว่างเปล่า เสียงแหวกอากาศดังลั่น และในชั่วพริบตา พื้นที่สีขาวสว่างก็กลายเป็นความมืดมิดไร้จุดสิ้นสุด

“เป็นไปไม่ได้! เธอ… เธอจับตัวฉันได้ยังไง!”

เสียงเย็นชานั้นยังดังออกมาจากก้อนแสงสีขาวในมือเธอ แต่คราวนี้กลับมีแววตื่นตระหนกเจือปนอยู่

เพล้ง!

เซียวเหมยลี่บีบมือแน่น ก้อนแสงในมือนั้นแตกกระจายกลายเป็นเศษประกายแสงที่ลอยสูงขึ้น

ปลายนิ้วเธอขยับเล็กน้อย แสงดาวที่แตกกระจายเริ่มรวมตัวกันใหม่ กลับกลายเป็นก้อนแสงสีขาวดั่งเดิม ความมืดสลายไป ความขาวบริสุทธิ์ก็กลับมาอีกครั้ง

“โฮสต์…”

เสียงที่ดังออกมา แม้จะยังเป็นเสียงเครื่องจักร ทว่าบัดนี้กลับเปี่ยมไปด้วยความเคารพ

เซียวเหมยลี่… ไม่เพียงแค่สามารถทำลายระบบได้ แต่เธอยังสามารถสร้างระบบของตัวเองขึ้นมาใหม่ได้ด้วยซ้ำ!

ไหนๆ ก็ตื่นแล้ว… ก็เล่นให้สนุกหน่อยละกัน

“โฮสต์ ระบบมหาเทพถูกสร้างขึ้นโดยมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด ระบบทั้งหมดเป็นเพียงระบบเสริมเท่านั้น”

“พลังของมหาเทพนั้นมาจากหมื่นโลกย่อย ระบบหลักจะมอบบทบาทและภารกิจให้ผู้ถูกเลือก ทำหน้าที่ขับเคลื่อนโลก ซ่อมแซมข้อบกพร่อง ดึงพลังจากโลกมาใช้ เมื่อทำภารกิจสำเร็จ ผู้ใช้งานจะได้รับรางวัลตามความเหมาะสม …จะว่าไปก็เหมือนความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกจ้างเลยล่ะ”

“ระบบมหาเทพอาศัยพลังจากโลกเป็นหลัก ภารกิจบางอย่างสามารถแย่งชิงพลังของพระเอก/นางเอกมาใช้เองได้ ผู้ทำภารกิจมีสิทธิ์เลือกว่าจะช่วยพระเอกหรือล้มล้างก็ได้… มีมุมมองหลากหลายมาก…”

“ตอนนี้ ระบบกำลังขาดแคลนผู้ทำภารกิจ มหาเทพจึงออกคำสั่งให้เร่งรับสมัครผู้ใช้ใหม่ ใครตกลงเข้าร่วมก็จะอยู่อย่างสงบสุข ส่วนใครไม่ตกลง… จะถูกลบล้างตัวตนออกไปทันที…”

เซียวเหมยลี่ยังไม่ทันได้อ้าปากพูด ระบบใหม่ก็รีบสรุปเนื้อหาให้เธอฟังอย่างกระชับทันที

“เจ้าระบบน้อย เปิดร้านค้าแลกรางวัลสิ”

เมื่อเธอพูดจบ หน้าจอร้านค้าโฮโลแกรมก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า รายการหมวดหมู่เรียงเป็นระเบียบ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ ชุดยุทธภัณฑ์ ตำราวิชายุทธ์ ยา สูตรลับ เทคโนโลยี การเสริมความงามตั้งแต่แปรงสีฟัน ยันการชุบชีวิต เรียกได้ว่ามีครบทุกอย่าง

“ร้านค้าแลกรางวัลเปิดให้ผู้ทำภารกิจทุกคนใช้งาน สามารถสะสมแต้มจากการทำภารกิจมาแลกของรางวัลได้ ยิ่งแต้มเยอะ รางวัลก็ยิ่งหลากหลายและทรงพลังมากขึ้น”

“…แต่สำหรับโฮสต์ เราเปิดสิทธิ์ให้ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว”

แน่นอนว่า สิ่งที่เซียวเหมยลี่เห็นอยู่ตรงหน้า เธอสามารถแลกเปลี่ยนได้โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ แต่ของพวกนี้… สำหรับเธอ มันก็ไม่ได้สำคัญอะไรนัก

“งั้นก็เริ่มเลยแล้วกัน”

เธอปิดหน้าจอร้านค้า แววตาฉายประกายสนุกสนาน สาเหตุที่เธอหลับไหลไป ก็เพราะจิตวิญญาณได้รับความเสียหาย…

และตอนนี้ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะใช้โลกน้อยทั้งหลายเหล่านี้เป็นแหล่งหล่อเลี้ยงฟื้นฟูร่างกาย ถือว่าได้ประโยชน์ไปเต็มๆ

“โฮสต์ต้องการสุ่มเข้าสู่โลก หรือเลือกโลกเอง?”

เจ้าระบบน้อยถามขึ้นมา

“เซียวเหมยลี่ ใช้ชื่อนี้ค้นหาโลกที่เหมาะกับฉันสิ”

เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบกลับไป “กำลังค้นหาโลกภารกิจที่เหมาะสม!”

.

.

.

“หน้าตานี่…ช่างสวยจริงๆ นะ คืนนี้ให้พี่ชายดูแลเธอให้เต็มที่เลยแล้วกัน”

เซียวเหมยลี่ลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือสีแดงสดทั่วทั้งสายตา หัวเธอถูกคลุมด้วยผ้าสีแดงทั้งผืน

เธอนอนหงายอยู่ รู้สึกได้ว่ามือเท้าถูกมัดแน่นไปหมด แล้วทันใดนั้น เสียงชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา ฟังดูลามกชวนคลื่นไส้ กลิ่นเหล้าฉุนจมูกจนแทบหายใจไม่ออก เซียวเหมยลี่ไม่พูดพร่ำ เธอกระชากมือขาดจากเชือกทันที

ปัง!

ไม่ทันขาดคำ จางตงเกินก็ถูกเธอถีบกระเด็นกระแทกประตูด้านหลัง เสียงดังสนั่น ฝุ่นตลบไปทั่ว

เขาร่วงลงพื้นด้วยท่าทางน่าสมเพช หน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด

“เซียวเหมยลี่! ยัยสารเลว! กล้าทำร้ายฉันเหรอ!”

จางตงเกินร่างใหญ่โต พอทรงตัวได้ก็พุ่งเข้ามาจะเล่นงานเธอ เซียวเหมยลี่ไม่รอช้า เสยเท้าเข้าท้องเขาเต็มแรง แล้วต่อด้วยตบหน้าไม่ยั้ง ซ้ายขวาสลับกันเป็นสิบครั้ง

แค่ชั่วพริบตา หน้าของจางตงเกินก็บวมเป่งเหมือนหัวหมู ปากเบี้ยวบูดดูตลกน่าเวทนา แต่เธอยังไม่จบ หันไปคว้าไม้ที่พิงอยู่ข้างฝา แล้วฟาดลงบนตัวเขาไม่ยั้ง เสียงร้องโหยหวนดังทะลุออกไปนอกบ้าน

แต่ในชนบทแบบนี้ บ้านแต่ละหลังก็แยกกันอยู่ ถึงตะโกนจนเสียงแหบก็ไม่มีใครมาช่วย

“เงียบไปเลย!”

กร๊อบ!

เสียงร้องของจางตงเกินฟังดูน่ารำคาญเกินไป เซียวเหมยลี่จัดการจับปากเขาแงะออกเสียงดัง แล้วใช้ไม้ฟาดต่ออย่างไม่ปรานี สุดท้าย จางตงเกินนอนคดตัวเหมือนลูกกุ้ง เงียบสนิท ใกล้หมดลมหายใจ

ร่างเต็มไปด้วยเลือด แต่ไม่มีแผลที่ถึงตาย

“เจ็บมั้ย?”

เซียวเหมยลี่ยิ้มบาง ๆ สายตาเหลือบไปเห็นถุงพริกป่นที่แขวนอยู่บนผนัง เธอคว้ามาแล้วเทลงไปบนตัวจางตงเกินทั้งหมด

“อ๊ากกกกกกกกกกก!”

เขาลืมตาโพลง น้ำตาไหลพรากแม้เปล่งเสียงไม่ได้ แต่ทั้งร่างและจิตใจกำลังแผดเผาจากความทรมาน จนทนไม่ไหว หัวเอียงไปข้างหนึ่ง แล้วก็สลบไปในที่สุด…

“โฮสต์ ระบบหลักยืนยันว่า เจ้าของร่างเดิม ‘เซียวเหมยลี่’ ต้องการล้างแค้นคนที่เคยทำร้ายเธอ”

เสียงของระบบดังขึ้น มันไม่ใช่ระบบหลักของพระเจ้า ไม่ถูกควบคุมโดยแพลตฟอร์มใด ๆ แต่มันและเซียวเหมยลี่เองก็คือบั๊กที่หลุดเข้ามาในระบบหลัก หากถูกตรวจพบจะต้องถูกตามล่าและลบทิ้งทันที

ตามกฎของโลกนี้ เจ้าของร่างเดิมยอมสละทั้งชีวิตและร่างกายเพื่อเป้าหมายหนึ่ง ดังนั้นผู้ใช้ร่างต้องช่วยทำความปรารถนานั้นให้สำเร็จ แต่กฎข้อนี้มีผลเฉพาะกับผู้ที่ผูกพันกับระบบพระเจ้าเท่านั้น…

กับเซียวเหมยลี่ ไม่จำเป็นต้องทำตาม จะรับหรือไม่รับภารกิจ ขึ้นอยู่กับใจของเธอเอง

เซียวเหมยลี่พยักหน้าเบา ๆ ถือว่าตกลง

ตอนที่เธอเข้ามาในโลกใบนี้ ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็ไหลเข้ามาในหัวทันที รู้ทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบของชีวิตนี้

ในโลกเล็ก ๆ นับพันนับหมื่นที่ระบบสร้างไว้ จะมี “ผู้มีพลังแห่งโชคชะตา” ปรากฏขึ้นแบบสุ่ม พูดง่าย ๆ ก็คือ “ตัวเอก” อาจมีคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ และเพราะถูกสุ่ม พวกเขาจึงเริ่มต้นชีวิตเหมือนผ้าขาว ความดีหรือชั่วที่จะเกิดขึ้นต่อไป ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู

ดังนั้น ตัวเอกในโลกเล็ก ๆ เหล่านี้จึงมีทั้งคนดีและคนเลว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าโลกจะพาเขาไปทางไหน

โศกนาฏกรรมของเซียวเหมยลี่เริ่มต้นขึ้นจากนางเอกของโลกใบนี้…เซียวเหมยฮวา

เซียวเหมยฮวาเป็นคนที่ย้อนเวลากลับมา ในชาติก่อนเธอแต่งงานกับจางตงเกิน

ครอบครัวจางเป็นบ้านฐานะดีในหมู่บ้านข้างๆ จางตงเกินตัวสูงใหญ่ แรงเยอะ หาเงินเก่ง เคยแต่งเมียมาแล้วคนหนึ่ง มีลูกชายคนหนึ่ง แล้วเมียก็ตายไปไม่นานหลังคลอด เซียวเหมยฮวาเป็นลูกพี่ลูกน้องของเซียวเหมยลี่ สมัยนั้นเธอได้รู้จักกับจางตงเกินผ่านแม่สื่อแม่ชัก

จางตงเกินเห็นเซียวเหมยฮวาครั้งแรกก็ตกหลุมรักทันที ตอนแรกก็แสดงตัวเป็นคนดี๊ดี ส่วนเซียวเหมยฮวาเองก็ถูกที่บ้านกล่อมหนัก สุดท้ายก็ยอมแต่งเข้าไปในบ้านจาง

แต่ไม่นานเธอก็รู้ความจริง…จางตงเกินมันก็แค่ลูกแหง่คนหนึ่ง ไม่มีความรับผิดชอบ แถมยังติดเหล้า พอเมาเมื่อไหร่ก็ชอบลงไม้ลงมือ พอเธอท้อง ลูกในท้องก็แท้งเพราะโดนจางตงเกินเมาแล้วเตะเข้าเต็มแรง แถมตัวเธอเองยังเสียเลือดมากจนตาย

ทั้งๆ ที่ลูกของเธอกำลังจะลืมตาดูโลก เธอก็เลยเกลียด…เกลียดโชคชะตา เกลียดครอบครัวจาง!

พอย้อนเวลากลับมาได้ เซียวเหมยฮวาก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ยุ่งกับบ้านจางอีกต่อไป แต่ถึงเธอจะย้อนเวลาได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอสู้บ้านนั้นได้ทันที เพื่อไม่ให้จางตงเกินหันมาสนใจเธอเหมือนในชาติที่แล้ว วันดูตัวเธอก็เลยตั้งใจพาเซียวเหมยลี่ไปด้วย แล้วก็แกล้งอ้างว่าอยากเข้าห้องน้ำช่วงสำคัญๆ ปล่อยให้จางตงเกินเห็นเซียวเหมยลี่เข้าเต็มตา

เซียวเหมยฮวาเคยอยู่กับบ้านจางมาแล้วหลายปี รู้จักนิสัยจางตงเกินดีเลยล่ะ แล้วเซียวเหมยลี่ก็ดูดีกว่าเธออีกต่างหาก จากนั้นก็เป็นเซียวเหมยลี่ที่โดนจางตงเกินตามตื๊อ ส่งเหล้า ส่งบุหรี่มาให้เหมือนที่เคยทำกับเซียวเหมยฮวาในอดีต สุดท้ายเซียวเหมยลี่ก็แต่งเข้าบ้านจาง

ส่วนเซียวเหมยฮวาเองก็จับจังหวะจากรายการทีวีและวิทยุในชาติที่แล้ว มองเห็นโอกาสทางธุรกิจในอนาคต พยายามหาเงินจนสามารถย้ายจากหมู่บ้านชนบทเข้าสู่เมืองใหญ่ พัฒนาชีวิตตัวเองจนร่ำรวยและมีครอบครัวที่อบอุ่น

พอเธอคิดอยากจัดการครอบครัวจาง ก็เป็นช่วงที่เธอสามารถเอาคืนพวกนั้นเมื่อไหร่ก็ได้แล้ว แต่ตอนนั้น…เซียวเหมยลี่ก็ถูกครอบครัวจางทรมานจนตายไปก่อนแล้ว

“ขอโทษนะ”

เซียวเหมยฮวากลับมาหมู่บ้านในฐานะคนประสบความสำเร็จ ยืนอยู่หน้าหลุมศพของเซียวเหมยลี่แล้วพูดออกมาแบบนั้น

“ไม่ต้องห่วง ครอบครัวจางทุกคนโดนเล่นงานหมดแล้ว ฉันแก้แค้นให้เธอเรียบร้อย”

คำพูดช่างหน้าด้านสิ้นดี ทั้งที่ต้นตอของความเลวร้ายทั้งหมดก็มาจากเธอเองนั่นแหละ!

ตอนนี้คือคืนแรกที่เซียวเหมยลี่แต่งเข้าไปอยู่บ้านจาง แล้วเหตุผลที่มือเท้าของเธอโดนมัดอยู่ ก็เพราะพ่อแม่แท้ๆ ของเธอเป็นคนจัดการ เพราะว่าเซียวเหมยลี่ไม่ชอบจางตงเกินเลย แต่พ่อแม่ที่เห็นแก่เงินก็ชอบ เลยรับสินสอดจากบ้านจางไป ซ้ำยังวางยานอนหลับเธอ เพื่อกันไม่ให้ลุกหนี แล้วมัดมือมัดเท้าเธอเอาไว้

พอทุกอย่างเกิดขึ้นจริง เธอก็หนีไม่ได้อีกแล้ว คืนนั้น…เซียวเหมยลี่โดนจางตงเกินทรมานทั้งคืน แถมยังแย่กว่าที่เซียวเหมยฮวาเคยเจออีก เพราะครอบครัวจางรู้ว่าเธอไม่เต็มใจ ก็เลยทั้งด่าทั้งตี

งานหนัก งานสกปรกในบ้าน ทุกอย่างโยนให้เธอหมด แล้วก็ยังได้กินไม่อิ่มอยู่เป็นประจำ พอเห็นว่าเธอไม่ท้องสักที แม่สามีอย่างฉูชีฟางก็เริ่มพูดแดกดันไม่หยุด แถมยังเอาเรื่องแย่ๆ ของเธอไปพูดลับหลังตลอด

ลูกติดของจางตงเกินชื่อจางกงเฉินก็เกเรขั้นสุด เพราะถูกเลี้ยงแบบตามใจ ไม่เรียนหนังสือ วันๆ เอาแต่เล่นสนุกแกล้งคน ทำตัวสารพัดแสบ แล้วก็ชอบแกล้งคนอื่นก่อนแต่กลับทำเป็นฟ้องก่อน ฉูชีฟางก็ปกป้องหลานชายแบบไม่ลืมหูลืมตา ทั้งบ้านรุมรังแกเซียวเหมยลี่หมด

เซียวเหมยลี่ตายในคืนฤดูหนาว โดนไล่ออกมานอกบ้าน ลมหนาวพัดแรง เธอก็เลยหนาวตายอยู่ข้างนอกนั่นแหละ

ในเมื่อเจ้าของร่างเดิมต้องการแก้แค้น งั้นเซียวเหมยฮวากับพวกบ้านจางก็ไม่มีใครหลุดรอดหรอก

การตาย…มันง่ายจะตายไป จะให้เธอบีบคอคนพวกนั้นให้ตายก็ยังได้

แต่การลงโทษน่ะ…มันต้องเจ็บปวดแบบดิ้นรนแทบตายแต่ก็ตายไม่ได้ถึงจะสะใจ!

ความสนุกมันอยู่ตรงนี้แหละ มันน่าตื่นเต้นกว่าฆ่าให้ตายเสียอีก

เซียวเหมยลี่มองจางตงเกินที่นอนอยู่บนพื้นแวบหนึ่ง ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นนอนต่อ ตอนนี้เธอเป็นมนุษย์ธรรมดา แล้ว ก็ต้องกินต้องนอนเป็นเรื่องธรรมดา

เช้าวันถัดมา เสียงไก่ขันดังขึ้น พระอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออก

“นังตัวขี้เกียจ! ยังมีหน้ามานอนหลับอยู่ได้ เช้าแล้วก็ยังไม่ลุกมาทำอาหารให้ผัวตัวเอง!”

ฉูชีฟางยืนหน้าบ้านบ่นเสียงดัง เห็นประตูยังไม่เปิดก็ด่าไม่หยุด ปากบ่นไปก็สะบัดพัดไป ราวกับว่าเธอคือเจ้าของบ้านหลังนี้

“ย่าจ๋า ฉันอยากกินแป้งทอดข้าวเหนียวราดน้ำตาล”

จางกงเฉินที่โดนฉูชีฟางจูงมือเดินตามมาพูดเสียงใส เขาเพิ่งอายุ 12 ขวบ กำลังอยู่ในวัยซน ยิ่งโดนตามใจก็ยิ่งเกเร หนีเรียนประจำ เอาแต่เล่นสนุก แกล้งชาวบ้านไปทั่ว สามีของฉูชีฟางตายไปนานแล้ว ลูกชายสองคนก็มีครอบครัวแล้ว จางตงเกินเป็นลูกคนเล็ก ก็เลยโดนตามใจเป็นพิเศษ

เมื่อวานเป็นคืนแต่งงานของลูกชายคนเล็ก ฉูชีฟางกลัวลูกชายจะหมดอารมณ์ เลยพาหลานชายไปค้างบ้านลูกชายคนโตหนึ่งคืน แล้วเพิ่งกลับมาวันนี้

ตอนที่ 2 : Arc 1 สะใภ้ชนบทผู้อาภัพ (2)

"ได้ เดี๋ยวย่าจะให้แม่เลี้ยงของแกทำให้กินก็แล้วกัน"

ฉูชีฟางพูดพลางผลักประตูเข้าไป

"เธอไม่ใช่แม่ของฉัน!"

จางกงเฉินที่ได้ยินถึงกับเดือดดาลทันที

"ก็ได้ๆ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่"

ฉูชีฟางรีบเอาใจหลานชาย พอกปลอบให้สงบลงได้ก็เปิดประตูห้องด้านใน แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเฉียบคมทันตา กำลังจะอ้าปากเรียกคนขี้เกียจให้ลุกขึ้นมาทำอาหาร แต่ดันเหลือบไปเห็นบางอย่างบนพื้นเข้า

"อ๊า! ตงเกิน! ลูกรักของแม่!"

"เกิดอะไรขึ้น! ฮือๆ ลูกรักของแม่!"

พอเห็นหน้าชัดๆ ว่าคือจางตงเกิน ฉูชีฟางก็ร้องไห้โวยวายอย่างกับวิญญาณเร่ร่อน

"แม่…แม่! เซียวเหมยลี่นั่นมันตบฉัน!"

ความทรงจำที่ย้อนกลับมากับความเจ็บปวดทั่วร่างทำให้จางตงเกินถึงกับร้องไห้ออกมา แต่ปากที่หลุดขากรรไกรทำให้เขาพูดไม่ชัดนัก

"นังสารเลวนั่น ฉันจะเอาให้ตาย!"

แม้จะพูดไม่ชัด แต่สายตาและความหวาดกลัวของเขาก็ทำให้ฉูชีฟางเข้าใจได้ทันที เธอลุกขึ้นแล้วพุ่งตรงไปยังเตียงทันที

เซียวเหมยลี่รู้ตัวตั้งแต่ตอนฉูชีฟางเปิดประตูเข้ามาแล้ว การนอนของเธอถูกรบกวน

"จะวุ่นวายอะไรนักหนา ไม่ตายหรอกน่า!"

เซียวเหมยลี่ลุกขึ้นมานั่ง พอฉูชีฟางพุ่งเข้ามา ก็ซัดหมัดเข้าไปแบบไม่ออมมือ ท่วงท่าเฉียบคมไม่มีพลาด แถมไม่มีรอยฟกช้ำให้จับได้ด้วย เจาะจงตีแต่จุดที่เจ็บ

"นี่แม่สามี ฉันก็ทำเพื่อแม่นะ"

ฟันหน้าของฉูชีฟางกระเด็นไปหลายซี่ เลือดเต็มปาก พยายามขัดขืนแต่ก็โดนเซียวเหมยลี่ลากเหมือนลูกเจี๊ยบ ตบยับไม่มีโอกาสตอบโต้

"อ๊ากกก ลูกสะใภ้ฆ่าคนแล้ว!"

"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ฉันจะตายแล้ว! ฮืออออ"

สุดท้ายได้แต่ร้องโหวกเหวกไปเท่านั้น

"เงียบ! ถ้ายังร้องอีก ฉันจะเย็บปากพวกแกให้ดู"

เซียวเหมยลี่พูดเสียงเย็นเฉียบ ฉูชีฟางถึงกับตัวแข็ง เงียบสนิท เพราะสัญชาตญาณบอกว่า…ยัยนี่เอาจริงแน่

คิดไม่ถึงเลยว่าเธอที่เคยเป็นหญิงปากกล้าประจำหมู่บ้าน วันนี้จะต้องมาถูกกดหัวแบบนี้ ฉูชีฟางถูกเขวี้ยงกลับไปที่ข้างจางตงเกิน ทั้งคู่มองหน้ากัน แล้วโผกอดกันร้องไห้เงียบๆ

"ย่า! เกิดอะไรขึ้น!"

จางกงเฉินที่เพิ่งเดินกลับมาจากครัวในห้องข้างๆ เห็นภาพตรงหน้าก็ถึงกับตกตะลึงไปพักใหญ่

"กงเฉิน! ไปเรียกลุงของแกมาเร็วเข้า!"

ฉูชีฟางร้องลั่น พอเห็นหลานชายก็รีบสั่ง เพราะเจ้าหลานคนนี้หัวไว ขาก็เร็ว ถ้าไปตามลูกชายคนโตมาทัน ยัยเซียวเหมยลี่นั่นได้เจอดีแน่

จางกงเฉินก็ไม่ทำให้ผิดหวัง พอเห็นท่าไม่ดี ก็วิ่งออกประตูไปทันที แต่ไม่ถึงวินาที เซียวเหมยลี่ที่อยู่ข้างหลังเมื่อกี้ กลับมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

ปัง!

ประตูถูกปิดอย่างแรง จางกงเฉินโดนกระแทกจนล้มลงก้นกระแทกพื้น

"นังผู้หญิงใจร้าย! แกกล้าตีฉันเหรอ!"

"แกมันเด็กเวร ฉันจะตีให้สำนึกเอง"

เด็กอย่างจางกงเฉินที่เติบโตมากับฉูชีฟาง ปากเลยจัดจ้านแต่เด็ก ด่าทอไม่ยั้ง เซียวเหมยลี่ก็ไม่ปรานี จับคอเสื้อแล้วตบไม่ยั้ง ในสายตาตื่นตระหนกของจางกงเฉิน เธอคว้าไม้เมื่อคืนมา ไม้แข็งทนทานที่ยังมีคราบเลือดของจางตงเกินติดอยู่

"อ๊ากกก เจ็บ! ย่า! พ่อ! ฮือออออ!"

"อย่าตี! ยอมแล้ว!"

เสียงร้องโหยหวนดังลั่น ยิ่งเสียงดังเท่าไหร่ เซียวเหมยลี่ก็ลงมือหนักขึ้น จางกงเฉินดิ้นพล่านกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนพื้น

"เซียวเหมยลี่ ฉันจะสู้ตายกับแก!"

ฉูชีฟางที่เห็นหลานถูกซ้อมก็ลุกพรวดขึ้นพุ่งเข้าใส่ …เอาเถอะ คนเดียวไม่พอ สองคนก็ไม่มีปัญหา จางตงเกินที่หลบอยู่มุมห้องก็ไม่รอดเช่นกัน

เวลาผ่านไปพักใหญ่ ทั้งสามคนที่นอนกองกับพื้น ใบหน้าบวมช้ำแทบจำไม่ได้ สั่นสะท้านเหมือนตัวจะหลุด

"จางตงเกิน ไปทำกับข้าวซะ แกนี่มันขี้เกียจที่สุดเลยนะ ฉันแต่งเข้ามาบ้านพวกแก ก็ถือเป็นโชคดีของพวกแกสุดๆ แล้ว!"

สายตาเซียวเหมยลี่เหลือบไปทางเขา จางตงเกินสะดุ้งเฮือก เห็นว่าเธอไม่ลงไม้ลงมืออีก เขาก็รีบพยุงตัวลุก เดินกระโผลกกระเผลกออกจากห้อง ไม่กล้าบ่นซักคำ เพราะเขากลัวจนขึ้นสมองแล้ว!

แม้เซียวเหมยลี่จะดูร่างเล็กกว่า แต่แรงเธอนั้นของจริง เจ็บจริง

ฝันร้ายเมื่อคืนยังตามหลอกหลอนอยู่เลย ไม่มีทางอยากเจอซ้ำสอง ฉูชีฟางกอดหลานชายไว้แน่น ทั้งคู่ทำหน้าเหมือนแมวหงอย ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเซียวเหมยลี่

ไม่ว่าทั้งสามคนจะคิดยังไง เซียวเหมยลี่ก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้หวายในลานบ้าน รับแสงแดดยามเช้าอย่างสบายอารมณ์ แสงแดดอุ่นๆ ทำให้เธอรู้สึกดีเหลือเกิน…

ทางฝั่งบ้านเซียว

ตอนนี้เป็นช่วงเก็บเกี่ยว ผู้ชายในบ้านเซียวออกไปลงนาแต่เช้า

บ้านเซียวมีพี่น้องชายสองคน ต่างคนต่างมีครอบครัว พ่อแม่ก็ล่วงลับไปหมดแล้ว บ้านของพี่น้องทั้งสองหลังติดกัน แค่มีรั้วกั้น

"ดูสิ พ่อแกกับครอบครัวเดิมคงดีใจกันแทบตาย ได้เงินค่าสินสอดไม่น้อยแน่ๆ"

"แกก็นะ ซวยจริง วันไหนไม่ท้องเสีย ดันมาเป็นวันที่นัดดูตัว ถ้าไม่อย่างนั้น โอกาสดีๆ แบบนี้จะไปตกถึงมือเซียวเหมยลี่ได้ยังไง!"

จูเย่อิง แม่ของเซียวเหมยฮวา พูดอย่างไม่สบอารมณ์

ในสายตาเธอ บ้านจางนั้นมีเงิน ถ้าลูกสาวได้แต่งไปก็ไม่ต้องลำบาก ครอบครัวของเธอก็จะได้ค่าสินสอดไม่น้อย สมัยนี้หาบ้านที่มีเงินจ่ายค่าสินสอดได้ยากยิ่ง

ส่วนมากก็อยู่กันในบ้านดินหลังคามุงฟาง แต่บ้านจางน่ะสิ สร้างบ้านอิฐเรียบร้อย ดูก็รู้ว่ารวย ถ้าได้ลูกเขยแบบนี้ ไม่เสียหน้าเวลาไปไหนแน่ ใครจะคิดล่ะว่าเซียวเหมยลี่นั่นจะคว้าไปก่อน!

ปกติก็ดูนิสัยดีออก ไม่นึกเลยว่าจะแอบมีเล่ห์เหลี่ยมขนาดนี้!

ดูเอาเถอะ สองสามวันนี้ เซียวต้าเจียงกับหยางชีอันนั่น หน้าตายิ้มแย้มแทบจะปริ เห็นทีว่าอาการท้องเสียของลูกสาวเธอวันนั้น จะเป็นฝีมือพวกเขาแน่ๆ!

เซียวเหมยฮวานั่งฟังอยู่เงียบ ๆ ไม่ได้พูดอะไร หากเป็นเมื่อก่อน เธอคงสวนกลับไปบ้างแล้ว แต่ตั้งแต่ได้เกิดใหม่ เธอก็กลายเป็นคนสุขุมเยือกเย็นขึ้นมาก คำพูดของแม่น่ะหรือ…

ฟังแล้วช่างเต็มไปด้วยการประชดประชัน เรื่องโอกาสสุขสบายน่ะหรือ? บ้านตระกูลจางไม่ต่างอะไรจากขุมนรกเลย ทุกครั้งที่เธอหลับตา มักจะฝันเห็นใบหน้าบิดเบี้ยวของพวกเขาอยู่เสมอ แต่เซียวเหมยฮวาก็พูดอะไรไม่ได้ ใครล่ะจะเชื่อว่าเธอเคย "ตาย" ไปแล้วในบ้านนั้น?

ในสายตาพ่อแม่ตอนนี้ การที่เธอไม่ถูกบ้านตระกูลจางเลือกไป กลับกลายเป็นว่าเธอเป็นฝ่ายพลาดโอกาสดี ๆ เสียเอง เมื่อคิดถึงเซียวเหมยลี่ เธอก็รู้สึกผิดขึ้นมาอีกครั้ง เธอกลัวจริง ๆ กลัวว่าจะต้องกลับไปแต่งเข้าบ้านนั้นอีกเหมือนในชาติก่อน

เซียวเหมยลี่เป็นคนมีนิสัยอ่อนโยน บางทีอยู่ในบ้านนั้นอาจจะอยู่ได้ ไม่ต้องเจอชะตากรรมอย่างที่เธอเคยประสบ…ในตอนนี้ เซียวเหมยฮวากำลังหาข้ออ้างนับไม่ถ้วนเพื่อปลอบใจตัวเอง พยายามลดทอนความรู้สึกผิดในใจ

“แม่ ฉันควรทำยังไงดี…”

บ่ายวันนั้น หน้าของจางตงเกินยังคงบวมตุ่ย แสบผ่าวจนแทบทนไม่ไหว ส่วนขากรรไกรที่เคลื่อนก็ได้ฉูชีฟางจัดกลับเข้าไปให้

เขาไม่ได้ย่างเท้าเข้าครัวมาหลายปีแล้ว แต่เช้าวันนี้กลับทำอาหารได้ไม่ถูกปากเซียวเหมยลี่ บะหมี่ร้อน ๆ พร้อมน้ำซุปก็เลยถูกราดลงหัวเต็ม ๆ จนตอนนี้ยังเจ็บไม่หาย

เซียวเหมยลี่อยู่ข้างนอกบ้าน ส่วนพวกเขาไม่มีใครกล้าออกไปไหน ได้แต่นั่งหลบอยู่ในบ้านเงียบ ๆ

“ไอ้แม่สื่อบ้า! ใครบอกว่ายัยนี่นิสัยดี! พรุ่งนี้ต้องไปเยี่ยมบ้านเดิมตามประเพณีแล้ว! บอกว่าเธอเป็นคนอ่อนหวานเรียบร้อยและว่าง่าย แต่นี่กลับกลายเป็นเหมือนเราไปเอาบรรพบุรุษมาอยู่ด้วยเลย! บ้านจางเราทำเวรทำกรรมอะไรไว้เนี่ย!”

ฉูชีฟางพูดพลางทุบอกตัวเองด้วยความคับแค้น

“แล้วก็กงเฉิน พอแม่เลี้ยงแกออกไปแล้ว รีบไปหาลุงแก ให้เขาไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาด่วนเลย ต้องหย่า! บ้านเซียวหลอกให้เราแต่งงาน! เรื่องนี้จะปล่อยผ่านไม่ได้เด็ดขาด!”

จางตงเกินหันไปมองลูกชายด้วยสายตาแน่วแน่ เขาต้องการให้เซียวเหมยลี่ออกไปจากบ้านจางให้เร็วที่สุด

“เธอมาแล้วๆๆ”

ทั้งสามเห็นเซียวเหมยลี่เดินเข้าบ้าน ก็ตัวสั่น รีบถอยไปหลบมุม ลดการมีตัวตนของตัวเองให้มากที่สุด

“ไอ้พวกตัวขี้เกียจ! แอบอยู่ในบ้านทำไม ไม่รู้จักช่วยทำงานบ้าง!”

แต่ดูเหมือนว่าเซียวเหมยลี่จะตั้งใจมาหาเรื่องโดยเฉพาะ ในบ้านจึงมีเพียงเสียงโอดครวญดังขึ้น…

น่าสงสารพวกเขาทั้งสาม โดนซ้อมจนตัวเขียวไปหมด จากนั้นก็ต้องกวาดบ้าน ซักผ้า หุงหาอาหาร ตักน้ำ ไม่มีเวลาหยุดพักแม้แต่นาทีเดียว พอทนถึงเช้าได้สำเร็จ จางตงเกินก็รู้สึกราวกับเห็นแสงจันทร์หลังเมฆหมอกผ่านพ้น

“ไปกันเถอะ”

เซียวเหมยลี่เดินนำหน้าออกมา วันนี้เป็นวันกลับบ้านเดิมฝั่งภรรยาตามธรรมเนียมหลังแต่งงาน

“จ้า ๆ ๆ”

จางตงเกินถือของขวัญในมือ อธิษฐานในใจขอให้เซียวเหมยลี่ไปแล้วอย่ากลับมาอีกเลย

ที่หน้าบ้านตระกูลเซียวในหมู่บ้านถังซาน

เช้าตรู่ หยางชีอันกับเซียวต้าเจียงมายืนรอลูกสาวกับลูกเขยอยู่หน้าบ้าน ข้าง ๆ มีลูกชายคนเล็ก เซียวหม่าเซียน ยืนทำหน้าหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากพ่อแม่ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

“เดี๋ยวเจอก็อย่าลืมเรียกเขาว่าพี่เขยให้บ่อยๆ หน่อยล่ะ”

เซียวต้าเจียงกำชับลูกชายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

บ้านพวกเขาน่ะสู้บ้านจางไม่ได้ ยังไงก็ต้องหวังให้ทางฝั่งลูกเขยช่วยเหลือในอนาคต ที่สำคัญ ลูกชายเซียวหม่าเซียนต้องใช้เงินเยอะกว่าจะเรียนจบและมีเมียได้ พี่สาวอย่างเซียวเหมยลี่ก็ต้องช่วยดูแลบ้าง

“มาแล้ว ๆ”

หยางชีอันมองเห็นเงาคนจากที่ไกล ๆ

“อ้าว? หน้าลูกเขยทำไมบวมขนาดนั้น?” เซียวต้าเจียงตาไว สังเกตเห็นความผิดปกติ พอเข้ามาใกล้ก็ยิ่งชัด แก้มแดงปูดจนตาแทบลืมไม่ขึ้น

“ตงเกิน ไปทำอะไรหน้าถึงได้เป็นแบบนี้?”

หยางชีอันถามออกไปตรง ๆ เพราะบาดแผลนั้นดูไม่ดีเอาเสียเลย

“อะ…เผลอหกล้มน่ะครับ…”

จางตงเกินโกหกหน้าตาย จะให้พูดว่านั่นฝีมือลูกสาวพวกเขาน่ะหรือ? ใครจะกล้าล่ะ เดี๋ยวเซียวเหมยลี่เกิดบ้าขึ้นมาแล้วเล่นงานเขาอีก จะทำไง?

“เข้า ๆ ไปเร็ว แม่จะเอาไข่ต้มกลิ้งหน้าให้ เผื่อจะช่วยลดบวมลงได้หน่อย”

เสียงเซียวต้าเจียงดังลั่น เต็มไปด้วยความเป็นห่วงจนอยากให้คนทั้งหมู่บ้านได้ยิน แน่นอนล่ะ ใครในหมู่บ้านจะไม่รู้ว่าลูกสาวบ้านเซียวแต่งเข้าบ้านจางแล้ว

“ยืนบื้ออยู่ทำไม รีบไปชงน้ำชามาสิ”

พอเข้าบ้าน เซียวต้าเจียงก็สั่งเซียวเหมยลี่เหมือนอย่างที่เคยทำมา หวังจะเอาใจจางตงเกินให้เห็นว่าลูกสาวเธอเชื่อฟังดีแค่ไหน

เซียวเหมยลี่นั่งลงเฉย ๆ ไม่สนใจอะไร บ้านตระกูลเซียวเล็กมาก เป็นแค่บ้านดินพออยู่ได้เท่านั้น เซียวต้าเจียงกับหยางชีอันก็ชัดเจนว่าให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่า ลูกสาวอย่างเธอไม่เคยได้รับความรักอบอุ่นเลยสักนิด

“ผัวเมียกันก็ต้องมีทะเลาะกันบ้างแหละ เค้าว่ากันว่าตบคือรัก ด่าคือห่วง ผู้หญิงน่ะ ต้องรู้จักอ่อนข้อ ต้องอดทนไว้…หย่ากันไป ใครเขาจะเอา? ถ้าแกไม่ทำตัวไม่ดี เขาจะตีแกทำไมล่ะ? แกควรทบทวนตัวเองด้วยซ้ำ!”

สิ่งที่เซียวเหมยลี่เคยเผชิญในบ้านตระกูลจาง พ่อแม่ของเธอไม่ใช่ไม่รู้ แต่ก็เลือกจะเข้าข้างบ้านฝ่ายชายอย่างชัดเจน ไม่แม้แต่จะสนใจว่าเธออยู่ในสภาพไหนเลย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเจ้าของร่างเดิมถึงยอมหนาวตายอยู่ข้างนอกในคืนฤดูหนาว ก็ยังดีกว่ากลับบ้านนี้

“ไม่ต้อง ๆ ฉันทำเองก็ได้”

จางตงเกินรีบพูดแทรกขึ้น เขาเห็นชัดว่าเซียวเหมยลี่ก็เป็นบ้าไม่แพ้กันทั้งที่บ้านนี้เหมือนกัน เขามันซวยแท้ ๆ เซียวต้าเจียงกับหยางชีอันหัวเราะยิ้ม ชื่นใจไปตามประสา คิดว่าจางตงเกินคงรักลูกสาวของพวกเขา แบบนี้ยิ่งดีเข้าไปใหญ่!

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ที่หน้าบ้านตระกูลเซียวก็เต็มไปด้วยผู้คนแน่นขนัด

ทันทีที่เซียวเหมยลี่กับจางตงเกินออกจากบ้านไป จางกงเฉินก็รีบวิ่งไปบ้านลุงเพื่อฟ้องทันที!

ตอนที่ 3 : Arc 1 สะใภ้ชนบทผูู้อาภัพ (3)

“อะไรนะ? คิดจะก่อกบฏหรือไง! เธอกล้าลงมือกับพวกแกเลยเหรอ?!”

เมื่อเห็นรอยฟกช้ำและแผลถลอกเต็มตัวของจางกงเฉิน จางตงเหิงก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจอย่างถึงที่สุด

แม้ว่าเจ้าตัวจะขึ้นชื่อเรื่องโกหกหลอกลวง แต่ร่องรอยบนตัวนั่นมันหลอกใครไม่ได้ ระหว่างพูดก็น้ำตาร่วงเป็นสาย ดูแล้วน่าสงสารจนใจหาย ทันใดนั้น ความโกรธก็พุ่งพรวด

เคยได้ยินแต่เรื่องผู้ชายตบผู้หญิง ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าผู้หญิงกล้าลงมือกับสามีตัวเอง!

ถึงจะเคืองใจที่ฉูชีฟางมักลำเอียงเข้าข้างจางตงเกิน แต่ยังไงก็เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน พอได้ยินเรื่องนี้ จางตงเหิงก็รีบออกไปเรียกหัวหน้าหมู่บ้านให้มาช่วยตัดสินความ

ไม่นาน หัวหน้าหมู่บ้านและเหล่าคนบ้านใกล้เรือนเคียงที่อยากรู้อยากเห็นก็พากันกรูเข้ามา พอได้ยินเสียงฝีเท้าด้านนอก จางตงเกินก็รีบยืดอกยืนตัวตรงทันที

“พวกเขากำลังจะทำอะไรกันน่ะ?”

เซียวเหมยลี่กับเซียวต้าเจียงมองดูจางตงเหิงและฉูชีฟางเดินนำเข้ามาด้วยท่าทีเอาเรื่อง ก็อดสงสัยไม่ได้

“แม่! พวกแม่มาถึงพอดีเลย!”

จางตงเกินรีบวิ่งเข้ามารายงานอย่างกระตือรือร้น

“ดูนี่สิ ทุกคนช่วยดูที! ลูกสะใภ้คนใหม่ใจดำเกินไปแล้ว!”

“ไม่ใช่แค่ทำร้ายแม่สามี กับสามีก็ไม่เว้น แม้แต่เด็กยังลงมือได้! ดูแผลที่กงเฉินสิ แค่เด็กคนเดียวยังโดนซะขนาดนี้ ใจคอจะโหดร้ายไปถึงไหน?”

“โถ่เอ๊ย! ครอบครัวเราช่างโชคร้ายเสียจริง ดันรับตัวหายนะมาอยู่ในบ้าน ลูกชายฉันอย่างตงเกินทั้งขยันทั้งเก่ง ทำไมถึงได้ชะตาร้ายแบบนี้ เพิ่งเข้ามาอยู่ในบ้านก็ทำตัวป่าเถื่อนซะแล้ว อย่างนี้จะใช้ชีวิตด้วยกันต่อไปยังไง? หรือว่าอยากฆ่าคนทั้งบ้านให้ตายถึงจะพอใจ…”

“ฮือ ฮือ… ย่า… พ่อ… มือฉันเจ็บมากเลย…”

ฉูชีฟางพูดพลางถกเสื้อของจางกงเฉินขึ้นให้ทุกคนเห็นรอยช้ำบนตัวเด็ก ก่อนจะเริ่มคร่ำครวญเสียงดัง ทั้งย่าทั้งหลานผลัดกันร้องไห้ราวกับแข่งกัน

“โอ๊ยตายแล้ว! แบบนี้ไม่ไหวแล้วล่ะ!”

“ตงเกิน แกเองก็โดนตีด้วยเหรอ?”

“สามคนยังเอาผู้หญิงคนเดียวไม่อยู่เหรอ? นึกไม่ถึงว่าลูกสะใภ้บ้านจางจะเก่งขนาดนี้! ผู้หญิงที่ไหนกล้าทำร้ายแม่สามีกับสามีตัวเอง?”

“ไร้กฎระเบียบ! กล้าลงมือกับเด็กด้วย นี่ไม่ใช่ลูกในไส้ก็ใช่ย่อยเลยสิ!”

“ใช่ๆ บ้านนี้ซวยจริง ดันแต่งคนไม่อยู่สุขเข้ามา”

เสียงซุบซิบของคนดูแถวนั้นดังสนั่นไม่หยุด

“เป็นไปไม่ได้หรอก พวกเราเองก็รู้จักลูกสาวตัวเองดี จะให้ไปแพ้พวกเขาได้ยังไง?”

เซียวต้าเจียงที่ได้ยินฝั่งจางตงเกินพูดราวกับโลกถล่มก็แทบไม่อยากเชื่อ นิสัยของเซียวเหมยลี่ เธอกับสามีรู้ดีอยู่แก่ใจ อย่าว่าแต่จะกล้าตบแม่สามีกับลูกเลย แค่จางตงเกินตบเธอทีเดียวก็คงกระเด็นปลิวไม่เป็นท่า คนที่พวกนั้นเอ่ยถึง ไม่ใช่ลูกสาวของเธอแน่นอน!

“แม่! ฉันว่าพวกมันตั้งใจหลอกแต่งงานแน่ๆ!”

“คนแบบนี้ ฉันไม่เอาไว้หรอก! คืนเงินสินสอดกับของขวัญทั้งหมดมาเลย!”

พอมีคนหนุนหลัง จางตงเกินก็ยืดอกขึ้นมาทันที กลับมาแสดงท่าทางยโสเหมือนเดิม

“ใช่แล้ว! คนใจร้ายแบบนี้ควรถูกฟ้าผ่าซะให้เข็ด บ้านจางเราไม่รับไว้เด็ดขาด! แถมยังทำร้ายแม่ฉัน น้องชายฉัน หลานชายฉันแบบนี้ ยังจะต้องมีค่ารักษาอีกนะ!”

จางตงเหิงพูดเสริม แต่ในใจยังรู้สึกขัดใจไม่น้อย ตอนเขาแต่งงานไม่เห็นได้สินสอดอะไรเลย แต่น้องชายที่หย่ามาแล้วยังมีเงินสินสอดอีก ชัดเลยว่าแม่ลำเอียงแบบออกนอกหน้า

“เซียวเหมยลี่ แกพูดมาให้ชัด ใช่แกรึเปล่าที่ตีตงเกิน กงเฉิน แล้วก็แม่สามีแก?”

ท่ามกลางเสียงเอะอะของผู้คน หัวหน้าหมู่บ้านก็ก้าวออกมาเพื่อจัดการความวุ่นวาย

“ต้องมีอะไรเข้าใจผิดแน่ๆ ลูกสาวฉันไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก”

หยางชีอันกับเซียวต้าเจียงพยายามปลอบและอธิบายให้คนเข้าใจ

“ใช่ ฉันตีเองนั่นแหละ”

เสียงของเซียวเหมยลี่ไม่ดังไม่เบา ทว่าชัดเจนจนทุกคนได้ยินถนัด

“จริงเหรอ! แกเป็นคนลงมือตีจริงๆ?!”

“ดูหน้าเธอสิ ทำเหมือนไม่ใช่เรื่องของตัวเอง นึกไม่ถึงเลยนะ!”

“ไม่อยากจะพูดหรอกนะ แต่เซียวเหมยลี่ แกกล้าทำร้ายแม่สามีกับเด็กได้ยังไง? มีบ้านไหนเขาทำกันแบบนี้?”

“คนเราต้องรู้จักกตัญญูต่อแม่สามีนะ ไม่งั้นจะรับมาเป็นสะใภ้ทำไม?”

บรรยากาศเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่กลุ่มป้าทั้งหลายจะพร้อมใจกันส่งเสียงวิจารณ์อีกระลอก

พวกเธอล้วนเป็น “กองหนุน” ที่ฉูชีฟางตั้งใจลากมา กลุ่มป้าที่ชอบนินทาเป็นชีวิตจิตใจ และเก่งเรื่องเติมแต่งจนเล่าลือกันไปทั่ว อดีตของเซียวเหมยลี่ก็เคยถูกปากพวกเธอนี่แหละทำลายเสียจนหมดหนทาง

“เซียวเหมยลี่ จริงเหรอ?! นี่แกมันลูกอกตัญญู! ยังจะไม่รีบคุกเข่าขอโทษอีก!”

หยางชีอันที่ได้ยินลูกสาวยอมรับถึงกับทุบโต๊ะดังลั่น ก่อนจะเงื้อมือขึ้นหวังจะฟาดลงไป

เขาไม่เพียงตกใจที่ลูกสาวกล้าลงมือจริง แต่ยังกลัวว่าตระกูลจางจะเลิกคบกันไป แล้วจะต้องคืนสินสอดทุกอย่างให้หมด แต่ยังไม่ทันที่ฝ่ามือจะฟาด เซียวเหมยลี่ก็ยกแขนขึ้นรับไว้ แล้วเหวี่ยงกลับเต็มแรง หยางชีอันหมุนตัว 360 องศาแล้วล้มตึงลงกับพื้น นอนนิ่งไม่ไหวติง

“แก… บ้าไปแล้วเหรอ?! นั่นพ่อแท้ๆ ของแกนะ!”

เซียวต้าเจียงกรีดร้องลั่น แต่พอเซียวเหมยลี่หันมามองแค่แวบเดียว ก็กลืนน้ำลายแทบไม่ทัน เงียบกริบลงในทันที เธอรู้สึกได้ว่าลูกสาวไม่เหมือนเดิม ตั้งแต่เมื่อคืนที่จับมัดแล้วส่งเข้าบ้านจางไป หรือว่า… เธอจะเป็นบ้าไปจริงๆ?

“เห็นมั้ยล่ะ ขนาดพ่อแม่ตัวเองยังกล้าลงมือเลย!”

จางตงเกินรีบถอยกรูดไปหลบอยู่หลังพี่ชาย พูดพลางยื่นคอออกมาโวยวาย

“เซียวเหมยลี่ แกไม่กลัวกฎหมายเลยรึไง?”

หัวหน้าหมู่บ้านอ็ดตะโรลั่น

“เงียบไปเถอะ ตาแก่หัวล้าน คนแก่ครึ่งเท้าก้าวเข้าโลงแล้วยังเสือกเรื่องชาวบ้านไม่เลิก! อีกอย่าง สามีภรรยาทะเลาะกันมันก็เรื่องปกตินี่ จะมาแส่ทำไมให้เปลืองลมหายใจ?”

เซียวเหมยลี่พูดด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ ไม่เห็นหัวใครทั้งสิ้น เพราะหัวหน้าหมู่บ้านก็ใช่คนดีอะไร

“โอ้โห! กล้าทำแบบนี้เหรอ! วันนี้ฉันจะสั่งสอนให้รู้สำนึก!”

จางตงเหิงที่ตัวใหญ่กำยำ ม้วนแขนเสื้อแล้วหยิบเข็มขัดหนังขึ้นมา จะเดินเข้ามาฟาดทันที คนรอบข้างไม่มีใครแม้แต่จะบอกให้ยั้งมือ

“ต้องตีให้หนักเลย!”

“ผู้หญิงที่ไหนปากคอเราะร้ายขนาดนี้ ต้องสั่งสอนให้รู้จักเจ็บ จะได้เชื่องขึ้น!”

ทุกคนพากันสมน้ำหน้ากันอย่างเห็นได้ชัด

“มีหมู่บ้านที่ไหนรังแกกันขนาดนี้บ้าง?!”

เซียวเหมยลี่ตะโกน ก่อนจะคว้าข้อมือจางตงเหิงแย่งเข็มขัด แล้วหวดกลับไปเต็มแรง จางตงเหิงยกแขนขึ้นกันโดยสัญชาตญาณ แต่ก็โดนเข้าจังๆ จนแขนบวมแดงทันที คงกระดูกร้าวแน่นอน คนอื่นเห็นจางตงเหิงเสียท่า ก็รีบพากันเข้ามาช่วย หนึ่งคน สองคน สามคน สี่คน ห้าคน…

แต่เซียวเหมยลี่ราวกับเข้าสู่โหมดเดือด ใครเข้ามาก็โดนหมด ไม่มีใครหลุดรอดได้แม้แต่คนเดียว และไม่มีใครทำให้เธอบาดเจ็บได้เลย ไม่นาน คนที่เข้ามาทุกคนก็ลงไปนอนร้องโอดครวญอยู่กับพื้นกันหมด ยกเว้นหัวหน้าหมู่บ้าน เพราะแก่ใกล้ตายอยู่แล้ว แค่แตะตัวนิดเดียวก็คงหักกระจุย

“ดีมาก พากันฟ้องให้ทั่วเลยสิ! ไม่รู้หรือไงว่าความอัปยศในหมู่บ้านไม่ควรแพร่งพรายออกไปน่ะ! พวกแกนี่มันทำให้ฉันปวดหัวจริงๆ!”

แน่นอนว่า… จางตงเกินเองก็หนีไม่รอดจากการถูกหวด เสียงเข็มขัดฟาดลงบนตัวเขาดังเปรี้ยงปร้างไม่หยุด

เมื่อเห็นลูกชายถูกซัด ฉูชีฟางรีบพุ่งเข้าไปดึงตัวเขาออกมา แต่เซียวเหมยลี่กลับกระชากผมของเธอแล้วฟาดฝ่ามือไปหลายฉาด เสียงดังเพี้ยะ ๆ ฟันหน้าที่เคยหลุดไปก่อนหน้านี้ยังไม่ทันจะได้รักษา ดันโดนซัดจนฟันที่เหลือหักเพิ่มอีก…

จางกงเฉินโผเข้ามาอ้าปากจะกัด เซียวเหมยลี่ก็ฟาดฝ่ามือเข้าใส่อีกครั้ง จนหน้าเขาร้อนวูบ เจ็บแสบไปถึงกระดูก คนรอบข้างพอเห็นแบบนั้นก็รีบคลานถอยห่างออกมา ไม่กล้าขยับเข้าใกล้ ตอนนี้ในสายตาของทุกคน เซียวเหมยลี่กลายเป็นผู้หญิงบ้าเลือดที่ไม่เว้นแม้แต่พ่อแม่ของตัวเอง!

“ป้าหยง ปากป้านี่น่ะ เก็บให้ดีหน่อยเถอะ หรือเพราะไม่ได้แอบไปหาเฒ่าซ่านถึงได้เหงาจนพูดไม่หยุด?”

“แล้วลุงด้วยนะ ลุงอัน เมียเขาสวมเขาให้แท้ ๆ เด็กก็ไม่ใช่ลูกลุง แต่เธอก็ยังอยู่บ้านลุง ใช้เงินลุง แถมลุงยังได้เลี้ยงลูกชาวบ้านที่ไหนก็ไม่รู้อีกต่างหาก”

“ป้าซุน ป้าบอกไม่มีเงิน ที่แท้เอาเงินชดเชยจากที่พ่อแม่โดนรถชนเก็บไว้คนเดียวใช่มั้ย? อย่างน้อยก็ควรแบ่งให้พี่น้องบ้างสิ”

“ลุงหวาง ลองคิดดูสิ ใช้ชีวิตข้างนอกจนแก่ เมียตัวเองดันไปพันกับน้องชายตัวเอง แบบนี้น่าสงสารแค่ไหนกันล่ะ?”

เซียวเหมยลี่ยิ้มอย่างสบายใจ ขณะที่ล้วงเรื่องเน่าของแต่ละคนออกมาแฉอย่างไม่ปรานี

สมัยนี้น่ะ อย่าคิดว่าแค่พวกรุ่นใหม่จะทำเรื่องอื้อฉาวได้ รุ่นพ่อรุ่นแม่ก็แสบใช่ย่อย เธอพูดเปิดโปงความลับของคนในหมู่บ้านโดยไม่พักหายใจแม้แต่น้อย

“อะไรนะ! ที่แกพูด…มันเรื่องจริงเหรอ?!”

“แกมันผู้หญิงชั้นต่ำ! บอกมานะ แกแอบไปนอนกับใครมาจริง ๆ รึเปล่า?! กล้าทำให้ฉันขายหน้าเรอะ?!”

“พี่! ไม่ใช่ว่าบอกว่าไม่มีเงินหรอกเหรอ? ที่แท้เก็บไว้คนเดียวแบบนี้เองเหรอ?!”

แต่ละคนที่ถูกพูดถึงต่างหน้าซีดเผือด ยังไม่ทันจะหาคำแก้ตัว ก็ดันโดนญาติพี่น้องที่อยู่ข้าง ๆ ซัดก่อนแล้ว คราวนี้ไม่ต้องรอให้เซียวเหมยลี่ลงมือ ทุกคนก็หันมาตบตีกันเอง

“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

เสียงตะโกนของหัวหน้าหมู่บ้านดังขึ้นพร้อมกับท่อนไม้เท้ากระทุ้งพื้นอย่างแรง ทว่า…ไม่มีใครฟังเขาเลย

“เซียวเหมยลี่! แกคิดจะทำอะไรกันแน่!”

เขาจ้องมองเธอตรง ๆ ด้วยแววตาเครียดจัด

“นี่ปู่หัวหน้าหมู่บ้าน ต้นดอกหอมหมื่นลี้ในสวนปู่น่ะ ปีไหน ๆ ก็ออกดอกหอมดีจริง ๆ สงสัยว่าใต้ดินคงมีอะไรเป็นสารอาหารดี ๆ ให้มันอยู่เยอะเลยเนอะ”

เซียวเหมยลี่พูดด้วยน้ำเสียงใส ๆ พร้อมรอยยิ้ม

ทันใดนั้น สีหน้าของหัวหน้าตระกูลก็ซีดเผือด ตาเบิกโพลง ตัวสั่นเทาเหมือนจะล้มลง ดวงตากลอกขาวขึ้น แล้วร่างของเขาก็ล้มฟุบลงไปตรงนั้น

“หัวหน้าหมู่บ้าน!!”

เสียงอุทานของฝูงชนดังก้อง ทุกคนแตกตื่นวุ่นวายกันใหญ่

ส่วนครอบครัวเซียวของเธอนั้น ยืนอึ้งไปหมด จนไม่ทันรู้ตัวเลยว่าเซียวเหมยลี่หายตัวออกจากฝูงชนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอตรงไปยังห้องของหยางชีอันกับเซียวต้าเจียง แล้วเปิดตู้ที่ล็อกไว้ออก ในตู้มีสมบัติทั้งหมดของบ้านอยู่

เงินสดก้อนหนึ่งกับสมุดบัญชีสองเล่ม เงินสดเป็นสินสอดจากจางตงเกิน ส่วนเงินในบัญชีเป็นเงินเก็บของครอบครัวทั้งหมดตลอดหลายปี เซียวเหมยลี่เก็บทุกอย่างใส่กระเป๋าแล้วเดินออกจากบ้านไปทันที

ในขณะเดียวกัน ข้างนอกก็กำลังวุ่นวายยิ่งกว่าเดิม หัวหน้าตระกูลสิ้นใจระหว่างทางไปโรงพยาบาล ทุกบ้านเริ่มทะเลาะกันเอง ยิ่งทำให้สถานการณ์วุ่นวายยิ่งกว่าเดิม เมื่อสามคนจากบ้านจางกลับถึงบ้าน ก็เห็นเซียวเหมยลี่นั่งสงบนิ่งอยู่ตรงกลางบ้าน จ้องมองพวกเขานิ่ง ๆ

สามคนนั้นตกใจ รีบหันหลังวิ่งหนีไปทันที ยังไม่ทันพ้นประตู ไม้ยาวอันหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่ ฟาดเข้าเต็มขา ทำเอาทั้งสามล้มกลิ้งเหมือนหมาคว่ำ

“เฮ้อ ทำไมไม่ยอมเรียนรู้เสียทีนะ?”

เซียวเหมยลี่เดินเข้ามายืนมองทั้งสามจากมุมสูง

“เซียวเหมยลี่ ฉันผิดไปแล้ว…” จางตงเกินพูดเสียงสั่น ตัวก็สั่นไปด้วย

ถูกซ้อมมาสามวันติด ตอนนี้เขากลัวเธอเข้าไส้จนตัวสั่นทุกครั้งที่เห็นหน้า

“นายจะไปผิดอะไรล่ะ? ก็เราน่ะ…เป็นครอบครัวเดียวกันนี่นา”

เธอยิ้มอ่อนโยน แต่ในสายตาของบ้านจางกลับเหมือนปีศาจในฝันร้าย!

เช้าวันต่อมา เซียวเหมยลี่ตื่นขึ้นมาล้างหน้าตามปกติ น้ำก็ถูกเตรียมไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว

เสียงฝีเท้าเธอที่เดินลงมาทำให้ทั้งสามคนที่กำลังทำครัวอยู่สะดุ้งเฮือก หลังเมื่อคืนต้องนอนทรมานจากอาการปวด จางกงเฉินที่ถือไม้กวาดรีบเร่งมือทันทีที่เห็นเธอเดินออกมา ส่วนฉูชีฟางก็นั่งเป่ากองไฟอยู่ หน้าเบี้ยวปากแหว่งเพราะฟันหลุด เวลาพูดทีไร ลมรั่วทุกคำ

เซียวเหมยลี่เดินเข้าไปในครัว แล้วหยิบมีดทำครัวเล่มหนึ่ง

“เธอ…จะทำอะไรน่ะ!” จางตงเกินเกือบฉี่ราด คิดว่าเธอจะบ้าคลั่งถึงขั้นฆ่าคนแล้ว

แต่เซียวเหมยลี่ไม่ได้พูดอะไร ถือมีดเดินไปนั่งบนเก้าอี้ไม้หวายอย่างสงบ ไม่ทันไร กลุ่มคนที่เมื่อวานถูกซ้อม—รวมหยางชีอันกับเซียวต้าเจียงก็มาถึงหน้าบ้านในสภาพยุ่งเหยิง พวกเขามาเพราะตั้งใจจะหาเรื่องอย่างเต็มที่

“เซียวเหมยลี่! แกทำให้พ่อฉันหัวใจวายตาย แบบนี้จะรับผิดชอบยังไง!”

“อีกอย่าง พวกเราถูกแกซ้อมไปตั้งเยอะ แกต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้พวกเราด้วย!”

“ใช่! แล้วเงินสินสอดกับสมุดบัญชีหายไปจากบ้านฉัน แกเป็นคนเอาไปใช่มั้ย?!”

เสียงเอะอะโวยวายดังกระหึ่ม ลูกชายกับลูกสะใภ้ของหัวหน้าหมู่บ้านทำหน้าดุดัน ราวกับพร้อมกระโจนเข้าใส่ …ที่จริงหัวหน้าตระกูลตายเพราะหัวใจวายซึ่งเป็นโรคประจำตัว เซียวเหมยลี่ไม่ได้แตะต้องเขาแม้แต่น้อย ที่พวกเขามาวันนี้ ก็เพราะต้องการข่มขู่รีดเงินเท่านั้น

หยางชีอันกับเซียวต้าเจียงพอรู้ว่าทรัพย์สินหายไป ก็แน่ใจทันทีว่าเธอเป็นคนเอาไปแน่ๆ

“มาเลยสิ มา…มาทบทวนความหลังกันหน่อย ดีไหม?”

เซียวเหมยลี่พูดพร้อมยกมีดทำครัวขึ้น แสงแดดส่องกระทบใบมีดจนแวววาวจับตา คนทั้งหมดชะงักไปพร้อมกัน ไม่กล้าก้าวเข้าใกล้แม้แต่น้อย

พวกเขาจำได้ดี…ว่าเมื่อวานนี้ เซียวเหมยลี่น่ากลัวขนาดไหน!

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...