โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฟรนไชส์รุ่งหรือร่วง? เช็กด้วย NPS ง่ายๆ แค่ 1 คำถาม

ThaiFranchiseCenter

เผยแพร่ 20 ก.พ. 2568 เวลา 23.16 น.

ยิ่งการแข่งขันทางธุรกิจมีสูง การพัฒนาธุรกิจตัวเองให้ตรงกับความต้องการลูกค้าคือสิ่งที่จำเป็น พูดง่ายๆ คือทำยังไงให้ลูกค้า “พอใจ” และเลือกซื้อสินค้า / บริการจากธุรกิจที่เราทำอยู่ ในด้านการตลาดมีเครื่องมือชี้วัดอยู่หลายประเภทที่นักการตลาดเอามาใช้ แต่ที่ชัดเจนและเห็นผลมากที่สุดคือ Net Promoter Score (NPS)

ซึ่ง NPS ถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกในปี 2003 โดย Fred Reichheld จากบริษัท Bain & Company และบริษัท Satmetrix เป็นเครื่องมือที่ใช้ศึกษาประสบการณ์ของลูกค้า วัดความภักดีของลูกค้าที่มีต่อธุรกิจ คะแนนของ NPS จะถูกวัดด้วยคำถามเดียว และรายงานผลด้วยตัวเลขระหว่าง -100 จนถึง +100

คำถามที่ว่าก็ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนอะไร แค่ถามว่า “คุณจะแนะนำธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ ให้เพื่อนหรือคนใกล้ตัวหรือไม่”

  • ลูกค้าจะตอบคำถามข้างต้น ผ่านการให้คะแนนตั้งแต่ 0-10 คะแนน
  • 0 คะแนน หมายความว่า ไม่แนะนำธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ อย่างแน่นอน
  • 10 คะแนน หมายความว่า แนะนำธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ อย่างแน่นอน

หลังจากเก็บข้อมูลแล้ว ก็นำข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์ผ่านการแบ่งลูกค้าออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

  • ลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์ (Promoters)
  • ลูกค้าทั่วไป (Passives)
  • ลูกค้าที่ไม่พึงพอใจ (Detractors)

ทีนี้ก็จะนำตัวเลขในแต่ละกลุ่มมาคิดว่าเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าที่ทำแบบสอบถามทั้งหมด

สูตรคือ

เปอร์เซ็นต์ลูกค้าแต่ละกลุ่ม = (จำนวนลูกค้าในกลุ่ม / จำนวนลูกค้าที่ทำแบบสอบถามทั้งหมด) x 100

เมื่อหาเปอร์เซ็นต์ลูกค้าแต่ละกลุ่มเสร็จแล้ว ก็นำมาหาค่า NPS ต่อด้วยสูตรดังนี้

  • NPS = (% ของกลุ่ม Promoters) ลบด้วย (% ของกลุ่ม Detractors)
  • ค่า NPS ที่ได้ จะบอกความภักดีที่ลูกค้ามีต่อธุรกิจของเรา ยิ่งค่า NPS ยิ่งสูง ก็หมายความว่า ลูกค้ามีความภักดีต่อแบรนด์มากขึ้นตามไปด้วย

ถึงแม้ดูเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยากและวุ่นวายในการหาค่าตัวเลขต่างๆ แต่แบรนด์ใหญ่ๆ เขาก็นิยมใช้วิธีนี้ยกตัวอย่าง Apple, America Express, Amazon นำ NPS มาใช้ในการวัดผลการทำงานของบริษัทเปรียบเทียบความสามารถและความพึงพอใจในอุตสาหกรรม เช่น Apple มีค่า NPS เฉลี่ยสูงเท่ากับ 72% เป็นต้น

อย่างไรก็ดีงานวิจัยจำนวนไม่น้อยพบว่า NPS มีความสัมพันธ์กับอัตราการเจริญเติบโตของธุรกิจ โดยธุรกิจที่มีค่า NPS สูงมักมีอัตราการเติบโตสูงกว่าบริษัทคู่แข่ง ในแวดวงแฟรนไชส์ก็เช่นกัน แม้อัตราการชี้วัดความพึงพอใจ อาจดูได้จากยอดขายหรือรายได้ของแต่ละแฟรนไชส์

แต่อาจไม่ได้ชี้วัดในเรื่องความภักดีต่อแบรนด์หรือความพอใจที่ชัดเจน หากต้องการเห็นภาพที่ถูกต้องแม่นยำ บรรดาแฟรนไชส์ซอเองอาจใช้ NPS เข้ามาสนับสนุนด้านการทำตลาดเพื่อให้มองเห็นทิศทางของธุรกิจว่าอยู่ในระดับไหนในใจของกลุ่มลูกค้า หากตัวเลข NPS ต่ำเกินไป จะได้หาวิธีแก้ไขและพัฒนาธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ของธุรกิจระยะยาวได้มากขึ้นด้วย

------------------------------------------

รวมแฟรนไชส์ไทย >660 แบรนด์ - www.ThaiFranchiseCenter.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...