โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ตรัง บังยาบุกจับจงอางคู่รักซุกโพรงดินผสมพันธุ์กลางสวนทำไม่กล้าออกกรีดยาง

77kaoded

อัพเดต 22 ก.พ. 2568 เวลา 21.06 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2568 เวลา 13.43 น. • 77Kaoded

ชาวบ้านนับ 100 ชีวิต แห่มุง ‘บังยา บองหลาคิงค์’ นำทีมจับงูข้ามจังหวัด บุกจับอสรพิษร้าย ‘จงอางคู่ผัวเมีย’ ซุกโพรงดินลึก 2 เมตร กลางสวนยางพารา หลังทำชาวสวนหวาดผวาหนัก จำใจต้องหยุดกรีดยางขาดรายได้ไปแล้ว 3 วัน

ล่าสุดพบตัวเมียผสมพันธุ์แล้ว มีไข่เต็มท้อง ขณะที่ตัวผู้เหิมหนัก ดุร้าย พร้อมจะทำร้ายทีมจับตลอดเวลา ท่ามกลางความโล่งใจของชาวสวนภายหลังจับได้สำเร็จทั้ง 2 ตัว

วันนี้ 22 ก.พ.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปัญญา ตุลยสุข หรือ “บังยา บองหลาคิงค์” ที่ได้รับฉายาว่าเป็นมือปราบงูแห่งแดนใต้ พร้อมด้วยทีมงานจับงู ได้เดินทางมาจาก จ.กระบี่ ร่วมสมทบกับทีมงานในพื้นที่ จ.ตรัง เข้าตรวจสอบภายในสวนยางพาราในพื้นที่ หมู่ 6 บ้านคลองลำชาน ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง ภายหลังจากได้รับการขอความช่วยเหลือจากคนกรีดยางและชาวบ้านให้ช่วยเข้าจับ คู่รักงูจงอาง จำนวน 2 คู่ หลบซ่อนอยู่ภายในโพรงดินขนาดใหญ่ภายในสวนยาง จนทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัว ต่างไม่กล้าออกไปกรีดยางพารากันมากว่า 3 วันแล้ว เกรงว่าจะถูกทำร้าย

เมื่อไปถึงสวนยางพาราดังกล่าว ได้มีชาวบ้านในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 100 ชีวิต หลังทราบข่าวว่า “บังยา บองหลาคิง” พร้อมด้วยทีมงานจะเข้ามาจับงู ต่างแห่เดินทางมาให้กำลังใจ และร่วมลุ้นในการจับครั้งนี้จนแน่นขนัด พบว่าบริเวณท้ายสวนยาง ได้มีโพรงดินที่อยู่ภายในคูน้ำที่แห้งขอด ขนาดความลึกประมาณ 2 เมตร ทีมจับได้พยายามส่องไฟลอดเข้าไปดู พบว่ามีงูจงอางจำนวน 1 คู่ เพศผู้และเมีย นอนซุกกันอยู่จริงตามที่ชาวบ้านแจ้งไป ก่อนจะพยายามใช้มีดพร้าฟันต้นไม้และหญ้าที่ปกคลุมอยู่ รวมทั้งใช้จอบขุดปากโพรงให้กว้างขึ้น เพื่อเคลียร์พื้นที่และง่ายต่อการทำงาน

ก่อนจะใช้มือล้วงเข้าไปในโพรง โดยสามารถดึงงูจงอาง เพศเมีย ออกมาได้เป็นตัวแรกด้วยมือเปล่า วัดความยาวได้ประมาณเกือบ 3 เมตร ผ่านการผสมพันธุ์มาแล้ว ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงตั้งท้อง และมีไข่เต็มท้อง ก่อนจะรีบนำใส่ถุงตาข่ายในทันที หลังจากนั้นจึงได้พยายามดึงงูจงอางตัวที่ 2 ออกมาได้โดยมือเปล่า ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย วัดความยาวประมาณ 3.80 เมตร ซึ่งมีลักษณะนิสัยดุร้าย

ก่อนทีมจับจะนำตัวขึ้นมาบนพื้นด้านบน ซึ่งเป็นพื้นที่กว้าง และกันไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปใกล้ เนื่องจากมีนิสัยที่ดุร้าย และพยายามจะทำร้ายทีมจับอยู่ตลอดเวลา ก่อนจะจับใส่ถุงตาข่าย และเตรียมนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่ห่างใกล้ต่อไป ท่ามกลางเสียงปรบมือและขอบคุณจากชาวบ้าน โดยใช้ระยะเวลาในการจับประมาณ 1.30 ชั่วโมง

สอบถาม “บังยา บองหลาคิงค์” กล่าวว่า ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัวเมื่อพบเห็นว่ามีงูจงอาง 1 คู่ ซุกซ่อนอยู่ในสวนยาง เนื่องจากอันตรายและมีพิษร้าย เมื่อถูกกัดแล้วพิษจะเข้าอย่างรวดเร็วไม่เกิน 30 นาที ซึ่งเมื่อมาเจอก็พบว่าทั้งคู่ผสมพันธ์กันแล้ว ทำให้งูเพศผู้จะดุร้าย จะมีการไล่กัดซึ่งอันตรายต่อคนที่อยู่ใกล้ โดยความยากง่ายกับการไปขุดงูที่อยู่ในรูหรือในโพรงออกมานั้น จะมีความเสี่ยงสูงมาก จะต้องระมัดระวังสุด ๆ

ไฟฉายจะต้องไม่ให้ขาดและจะต้องเห็นงูอยู่ตลอดเวลา เพราะเราจะไม่รู้ว่างูจะเผลอออกมาเมื่อไร พลาดแค่ 2 วินาที งูก็จะพุ่งมาถึงตัวของเราได้เลย โดยงูจงอางเพศเมียที่จับได้ ผสมพันธุ์แล้ว รอการลอกคราบเสร็จแล้วจะไปหาที่วางไข่ และฝักไข่ต่อ แต่โชคดีตัวนี้ยังไม่วางไข่ออกมา ส่วนเพศผู้นั้น 90 เปอร์เซ็นตัวผู้จะใหญ่กว่าตัวเมีย โดยช่วงนี้งูอยู่ในช่วงงูอยู่ในช่วงเข้าคู่ผสมพันธุ์ และจะมีนิสัยดุร้าย จึงฝากเตือนหากเจอเหตุการณ์เช่นนี้ เสี่ยงต่อชีวิตให้แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้ามาจับช่วยเหลือนำออกไป

ขณะที่ น.ส.เรณู มหาเพ็ง อายุ 50 ปี คนกรีดยางภายในสวนยางดังกล่าว บอกว่า ก่อนหน้านี้กรีดยางตามปกติ ก็พบเห็นงูจงอางตัวอื่นๆ เลื่อยอยู่บนถนนและตามทางบ่อยครั้ง แต่ปรากฏว่าได้มีน้องที่รู้จักกัน ซึ่งเลี้ยงวัวอยู่ในพื้นที่ได้เดินมาพบว่ามีงูจงอาง 1 คู่ เพศผู้ เพศเมีย อาศัยอยู่ในโพรงดินในสวนยางพาราที่ตนกรีดอยู่ จึงเกิดความหวาดกลัว จึงไม่กล้าที่จะออกมากรีดยาง 3 วันแล้ว จนหวาดกลัวอย่างมาก เมื่อ “บังยา บองหลาคิงค์” และทีมงานเข้ามาช่วยเหลือจับไปได้ก็รู้สึกโล่งใจไป โดยในวันพรุ่งนี้ (23 ก.พ.) ก็จะกลับมากรีดยางตามปกติแล้ว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...