LHFG ตั้งเป้าสินเชื่อปีนี้โต 7-8% คุม NPL ต่ำกว่า 3% พร้อมรุกงานที่ปรึกษาการเงิน
LHFG ตั้งเป้าสินเชื่อปีนี้โต 7-8% คุม NPL ต่ำกว่า 3% พร้อมรุกงานที่ปรึกษาการเงิน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 ก.พ. 68 16:42 น.
LHFG เผยปี 68 ตั้งเป้าสินเชื่อเติบโต 7-8% เน้นกลุ่มรายใหญ่ - เอสเอ็มอี พร้อมคุม NPL ให้ต่ำกว่า 3% - ตั้งสำรองปีนี้ลดลง ส่วนธุรกิจหลักทรัพย์ เร่งปรับตัวรุกงานที่ปรึกษาการเงินมากขึ้น
นายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน) หรือ LHBANK เปิดเผยว่า ตั้งเป้าสินเชื่อรวมของธนาคารในปีนี้จะเติบโต 7-8% โดยแบ่งเป็นการเติบโตของสินเชื่อเอสเอ็มอีที่ 10-16% , สินเชื่อรายย่อยเติบโต 20% , สินเชื่อรายใหญ่เติบโต 7% และ สินเชื่อสีเขียวที่คาดว่าจะเติบโตแรงกว่า 30% มาอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท จากปี 67 ที่ 2,200 ล้านบาท
ซึ่งในปีนี้ธนาคารให้ความสำคัญกับการขยายสินเชื่อรายใหญ่ และ เอสเอ็มอี โดยมุ่งเน้นขยายสินเชื่อธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพ รวมถึงบริการ Trade Finance และ FX เพื่อรองรับกาลงทุนจากต่างประเทศ(FDI)
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนสินเชื่อเอสเอ็มอีผ่านการพัฒนา Product Program ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า รวมทั้งขยายช่องทางการให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าในพื้นที่เศรษฐกิจ EEC ซึ่งเป็นศูนย์กลางการลงทุน และ อุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ โดยจะเปิดสาขาอมตะซิตี้ ชลบุรี ในช่วงต้นไตรมาส 2/68
ในส่วนของลูกค้ารายย่อยธนาคารมุ่งเน้นการขยายตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัย การออกผลิตภัณฑ์เงินฝากใหม่ๆ เช่น เงินฝากอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกค้า Wealth และ เงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศ (FCD) รวมถึงการเพิ่มฐานลูกค้าผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและ Ecosystem ของพันธมิตร
ประกอบกับ ธนาคารให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Sustainable Banking) โดยมีแผนสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของลูกค้าผ่านการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม และ สินเชื่อเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว โดยร่วมมือกับพันธมิตร และบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้านสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม จากกรณีที่จะมีการนำมาตรการ LTV มาใช้นั้น คาดจะส่งผลดีต่อสินเชื่อบ้านของธนาคาร โดยธนาคารเน้นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะราคาบ้านในช่วง 3-20 ล้านบาท ซึ่งปีก่อนสินเชื่อบ้านเติบโต 12% สูงกว่าระบบที่เติบโตเพียง 3%
สำหรับหนี้เสียที่มิก่อให้เกิดรายได้(NPL Ratio) ไม่เกิน 3% จากปีก่อนที่อยู่ 2.34% โดยยอมรับ NPL ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น และ มีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ซึ่งที่ผ่านมาในช่วงโควิดธนาคารมีการตั้งสำรองสูงมาอย่างต่อเนื่อง โดยปีก่อนธนาคารตั้งสำรองไปทั้งสิ้น 1,283 ล้านบาท และ มี coverage ratio สูงถึง 214% ซึ่งในปีนี้ธนาคารคาดจะตั้งสำรองลดลงจากปีก่อน
"สถานการณ์ NPL กลุ่มรายย่อยยังมีความเสี่ยงอยู่ ด้วยหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ก็ทำให้สภาพคล่องของลูกค้าลดลง ส่วนเอสเอ็มอี ก็ยังน่าห่วงเช่นกัน และ รายใหญ่ก็ต้องดูสภาพคล่อง เพราะถ้าบริษัทหันมาระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้ และ เรตติ้งไม่ดี ก็จะทำให้เวลาต้องชำระคืนหุ้นกู้ ก็อาจประสบปัญหาได้เหมือนในอดีตที่ผ่านมา"นายฉี ชิง-ฟู่ กล่าว
ทางด้านอัตรากำไรสุทธิจากดอกเบี้ย(Net Interest Margin) ปีนี้อยู่ที่ 2.2-2.3% และ การเติบโตของรายได้หลัก(Core Income) ปีนี้ไว้ที่ 10%-15% และ อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้(Cost/Income Ratio) ปีนี้ไม่เกิน 50%
นายกานต์ อรรถธรรมสุนทร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน) หรือ LH Securities เปิดเผยว่าธุรกิจหลักทรัพย์ของบริษัทในปีนี้คาดว่า จะพลิกกลับมามีกำไรได้ จากปีก่อนที่ขาดทุน ซึ่งปีก่อนมีการตั้งสำรองฯหนี้สูญกลุ่มลูกค้าที่บริษัทให้มาร์จิ้นออกไป
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ธุรกิจโบรกเกอร์ภาพรวมตั้งแต่ปีที่แล้วถึงต้นปีที่ผ่านมายังไม่เห็นการฟื้นตัว จากภาวะความผันผวนของปัจจัยต่างๆ และ ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลง ทำให้มูลค่าการซื้อขายยังลดลงจากปีก่อน
ซึ่งในปีนี้บริษัทจะหันมาเน้นการสร้างรายได้ใหม่จากงานที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนด้านอื่นๆแทนโดยรายได้ใหม่ๆของบริษัทในปีนี้จะมาจากธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งบริษัทเพิ่งได้รับใบอนุญาตเมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้ปีนี้บริษัทจะรุกงานด้านที่ปรึกษาทางการเงินมากขึ้น
โดยเฉพาะการให้บริการให้คำปรึกษาทำดีล M&A รวมทั้งการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มกับ CTBC ในการนำลูกค้าไปซื้อขายหลักทรัพย์ในไต้หวัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่สร้างรายได้อื่นๆ เข้ามาให้กับบริษัท นอกเหนือจากรายได้จากการให้บริการซื้อขายในตลาดหุ้นไทย
รายงาน โดย กรณัช พลอยสวาท เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ