โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

นโยบายทรัมป์ 2.0: ส่องส่งออกยางรถยนต์ไทยกับมาตรการเก็บภาษีตอบโต้ของสหรัฐ

The Bangkok Insight

อัพเดต 25 ก.พ. 2568 เวลา 02.14 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2568 เวลา 02.14 น. • The Bangkok Insight

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดส่งออกยางรถยนต์ไทยไปสหรัฐ อาจยังโตได้ แม้เจอมาตรการปกป้องการค้าภายใต้ ทรัมป์ 2.0

ในปี 2568 ยางรถยนต์ไทยอาจเจอมาตรการเก็บภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariffs) ใน
อัตราที่เท่าเทียมจากสหรัฐ ซึ่งจะไม่กระทบส่งออกยางรถยนต์นั่งและรถปิกอัพ ทว่า
อาจกระทบส่งออกยางรถบัสและรถบรรทุก จากความเสี่ยงด้านราคา เมื่อเทียบกับคู่แข่ง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า การส่งออกยางรถยนต์ไทยไปสหรัฐในปี 2568 คาดจะเติบโต 5% โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการส่งออกยางรถยนต์นั่งและรถปิกอัพ ซึ่งยังสามารถแข่งขันด้านราคาได้ แม้ในกรณีที่ไทยและประเทศคู่แข่งถูกเก็บภาษีตอบโต้จากสหรัฐ

ไทยมีบทบาทแค่ไหนในตลาดยางรถยนต์สหรัฐ

สหรัฐ นำเข้ายางรถยนต์จากไทยเป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2558 จนล่าสุดในปี 2567 ไทยมีส่วนแบ่งสูงถึง 26% ของตลาดยารถยนต์นำเข้าของสหรัฐ หรือคิดเป็นกว่า 58 ล้านเส้น โดยแบ่งเป็นยางรถยนต์นั่งและรถปิกอัพ 42 ล้านแส้น, ยางรถบัส และรถบรรทุก 16 ล้านเส้น

สำหรับในแต่ละประเภทยาง พบว่า สหรัฐนำเข้าจากไทยในปริมาณที่สูงกว่าคู่แข่งอันดับ 2 อย่างเม็กซิโก และเวียดนาม ถึงเกือบเท่าตัว

ไทยขึ้นเป็นผู้นำส่งออกยางรถยนต์ในสหรัฐได้อย่างไร

หลังจีนโดนขึ้นภาษีนำเข้ายางรถยนต์จากมาตรการต่าง ๆ ของสหรัฐ ตั้งแต่ปี 2558 ทั้งมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping: AD) มาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duty: CVD) และ มาตรา 301 เพื่อปกป้องการค้าที่ไม่เป็นธรรม การเข้ามาลงทุนผลิตยางรถยนต์ในไทยก็เพิ่มขึ้น จนไทยขึ้นเป็นผู้นำส่งออกยางรถยนต์ไปสหรัฐ แทนจีน

อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ปี 2564 สหรัฐก็ตอบโต้การย้ายฐานส่งออกดังกล่าว โดยปรับขึ้นภาษีนำเข้ายางรถยนต์จากไทยภายใต้มาตรการ AD

จับตายุค Trump 2.0 ยางรถยนต์ไทยจะถูกขึ้นภาษีเพิ่มหรือไม่

โอกาสส่งออกยางรถยนต์ไทยต้องเผชิญความเสี่ยงอีกครั้ง หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า อาจเก็บภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariffs) ในอัตราเท่าเทียม โดยจะพิจารณาหลังวันที่ 1 เมษายนนี้ กับประเทศที่เกินดุลสูงกับสหรัฐ ซึ่งไทยและประเทศคู่แข่งหลักส่งออกยางรถยนต์ไปสหรัฐ ต่างมีโอกาสเป็นหนึ่งในนั้น

ทั้งนี้ ไม่รวมคู่แข่งอย่างเม็กซิโกและแคนาดาที่กำลังอยู่ระหว่างเจรจาในกรณีถูกเรียกเก็บภาษี 25% จากมาตรการปกป้องการค้าอื่นของสหรัฐ โดยอัตราภาษีตอบโต้ ที่แต่ละประเทศอาจถูกเก็บนั้น เบื้องต้นน่าจะต่างกันไปตามอัตราภาษีนำเข้าที่ประเทศนั้น ๆ เรียกเก็บจากสหรัฐ

วิเคราะห์กรณีไทยถูกขึ้นภาษีตอบโต้จากสหรัฐ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า หากไทยและประเทศคู่แข่งต่างก็ถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้จากสหรัฐเช่นเดียวกัน ผลกระทบต่อการส่งออกยางรถยนต์นั่งและรถปิกอัพไทยไปสหรัฐ อาจไม่มาก ขณะที่ยางรถบัส และ รถบรรทุกอาจเผชิญความเสี่ยงจากความสามารถในการแข่งขันด้านราคาที่ลดลง ดังรายละเอียดต่อไปนี้

โอกาสการส่งออกยางรถยนต์นั่ง & รถปิกอัพไปสหรัฐ คาดยังไปต่อได้พิจารณาจาก

  • อัตราภาษีนำเข้ายางรถยนต์นั่งและรถปิกอัพของไทยที่ต่ำกว่าคู่แข่ง แม้กรณีถูกเก็บภาษีตอบโต้แล้ว เนื่องจากอัตราภาษีนำเข้าปัจจุบันของไทยอยู่ในระดับ 7.82% ซึ่งมากกว่าอัตราภาษีปกติ 4% และภาษีตอบโต้ที่สหรัฐ อาจเก็บจากไทยก็อยู่ในอัตราเพียง 10% ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่ง (รูปที่ 3)
  • ราคายางรถยนต์นั่งและรถปิกอัพจากไทย ที่รวมภาษีนำเข้าของสหรัฐแล้ว คาดว่าจะต่ำกว่าคู่แข่งหลัก แม้กรณีถูกเก็บภาษีตอบโต้เพิ่ม เนื่องจากทั้งราคานำเข้าตั้งต้นและอัตราภาษีตอบโต้ที่ไทยอาจถูกเก็บนั้น ต่างอยู่ในอัตราไม่สูงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

ขณะที่โอกาสการส่งออกยางรถบัสและรถบรรทุกไปสหรัฐ คาดเผชิญความเสี่ยงด้านราคาเมื่อเทียบกับคู่แข่ง โดยเฉพาะเวียดนามและกัมพูชา โดยพิจารณาจาก

อัตราภาษีนำเข้ายางรถบัสและรถบรรทุกของไทยที่จะสูงกว่าคู่แข่ง หากถูกเก็บภาษีตอบ
โต้จากสหรัฐ เนื่องจากอัตราภาษีนำเข้าปัจจุบันของไทยสูงกว่าคู่แข่งอยู่แล้วที่
16.33% ทำให้แม้จะเจอภาษีตอบโต้ในอัตราที่ต่ำกว่า แต่อัตราภาษีนำเข้าโดยรวมที่ไทย
จะถูกเก็บ ก็จะยังคงอยู่สูงกว่าคู่แข่งทั้งหมด

ส่วนราคายางรถบัสและรถบรรทุกจากไทยที่รวมภาษีนำเข้าของสหรัฐแล้ว คาดว่าจะอยู่สูงกว่าคู่แข่ง (รูปที่ 6) โดยเฉพาะเวียดนามและกัมพูชา ที่ราคาต่ำกว่าไทยไม่น้อยกว่า
24% และกำลังทยอยเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดสหรัฐ ขึ้นเรื่อย ๆ

โอกาสเติบโตยางรถยนต์ไทยส่งไปสหรัฐปี 2568

สำหรับปี 2568 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า การส่งออกยางรถยนต์ไทยไปสหรัฐโดยรวมน่าจะยังมีโอกาสขยายตัว 5% หรือคิดเป็นการส่งออกยางรถยนต์รวม 61 ล้านเส้น

ทั้งนี้เพราะยางรถยนต์นั่งแลัรถปิกอัพ ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 72% ของปริมาณส่งออกยางล้อทุกประเภทไปยังสหรัฐ ยังสามารถแข่งขันด้านราคาได้ แม้กรณีที่ไทยและประเทศคู่แข่งถูกเก็บภาษีตอบโต้

อย่างไรก็ดี กรณีหากไทยเป็นประเทศเดียวที่ถูกเก็บภาษีตอบโต้ หรือคู่แข่งถูกเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า ย่อมกระทบความสามารถในการแข่งขันของยางรถยนต์ไทยอย่างไม่อาจเลี่ยง

บทความโดย: หทัยวัลคุ์ ตุงคะธีรกุล เจ้าหน้าที่วิจัยอาวุโส ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...