ความเสียหายจากแผ่นดินไหว ขั้นต่ำ 2 หมื่นล้าน ‘กสิกร’ เผยอาฟ์เตอร์ช็อคทางเศรษฐกิจ ทำกำลังซื้อทรุด การท่องเที่ยวเสียหาย โดยเฉพาะในกรุงเทพ
The Structure
อัพเดต 01 เม.ย. 2568 เวลา 17.15 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. 2568 เวลา 11.00 น. • The Structureศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานถึงความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากเหตุแผ่นดินไหว ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2568 ที่ผ่านมา ว่าในเบื้องต้นน่าจะมีความสูญเสียไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท
หลักๆ มาจากการหยุดชะงักหรือเลื่อน ออกไปของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคการบริการในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล หัว เมืองหลักอย่างเช่นเชียงใหม่ เป็นต้น ทั้งงานอีเวนท์ ร้านอาหาร ค้าปลีก การคมนาคมขนส่ง ฯลฯ
รวมถึงกำลังซื้อที่อาจลดลง เนื่องจากธุรกิจและครัวเรือนจะต้องโยกกระแสเงินสด/รายได้ ไปใช้เพื่อการตรวจสอบความเสียหายและซ่อมแซมอาคาร ทั้งนี้ หากรวมความเสียหายต่ออาคาร ทรัพย์สิน การทรุดตัว/การสั่นสะเทือนของอาคารบางแห่งเพิ่มเติม รวมถึงการซ่อมแซม และการเคลมประกันหลังจากนี้ ผลกระทบจะมากกว่านี้
สำหรับผลกระทบต่อภาคธุรกิจนั้น แม้การซ่อมแซมฟื้นฟูความเสียหาย และความต้องการในการหาที่พักสำรอง จะทำให้การก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง ที่พักแนวราบ ได้รับอานิสงส์ แต่ผลกระทบด้านลบคงจะมีต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่อาจช้าลงในบางโครงการ
อีกทั้งความต้องการเช่า (ไม่ต้องการเป็นเจ้าของ) คงจะมีมากขึ้น ขณะที่ จากข้อมูล REIC (ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์) พบว่า จำนวนอาคารชุดสะสมรอขายในกรุงเทพฯ อยู่ที่กว่า 6.5 หมื่นหน่วย มูลค่า 3.75 แสนล้านบาท
ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย เป็นอีกกลุ่มที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในระยะสั้นตามความเชื่อมั่นต่อการเดินทางและการหาที่พักในพื้นที่ที่เกิดความเสียหาย ขณะที่โรงแรมในกรุงเทพฯส่วนใหญ่เป็นอาคารสูง
แม้จะไม่ใช่ช่วงไฮซีซั่น จากเดิมก็มี Downside อยู่แล้วหลังตลาดนักท่องเที่ยวหลักของไทย เช่น จีน มาเลเซีย เกาหลีใต้ เริ่มลดต่ำลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีความเสี่ยงมากขึ้นที่ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2568 ที่ 37.5 ล้านคน ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย จะถูกทบทวนปรับลง
ด้านมาตรการช่วยเหลือจากสถาบันการเงิน คงช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม ประเด็นกำลังซื้อที่เปราะบางและหนี้ที่สูง จะยังเป็นแรงกดดันต่อการใช้จ่ายในภาพรวมของครัวเรือนและธุรกิจในระยะข้างหน้า ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า สถานการณ์ข้างหน้าในช่วงที่เหลือของปีนี้ ความเสี่ยงด้านลบจะมีมากขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย อุตสาหกรรมหลัก รวมถึงการขยายสินเชื่อและคุณภาพหนี้
ทั้งนี้ ผลกระทบต่อ GDP จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวประเมินเบื้องต้นอยู่ที่ -0.06% ซึ่งทำให้ประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 มีโอกาสปรับลดลงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.4% อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังรอติดตามการประกาศผลการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ (Reciprocal tariff) ในวันที่ 2 เมษายนนี้ หากไทยโดนภาษีในอัตรา 25% ก็จะส่งผลกระทบต่อ GDP เพิ่มเติมอีกราว -0.3%
จากผลกระทบสถานการณ์แผ่นดินไหวประกอบกับความเสี่ยงสงครามการค้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า กนง. มีโอกาสสูงขึ้นที่จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้นกว่าเดิมที่คาดว่าจะปรับลดในช่วงครึ่งหลังของปี มาเป็นรอบการประชุมในเดือนเมษายนนี้
ในขณะที่ กนง. (คณะกรรมการนโยบายการเงิน) มีโอกาสที่จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วงที่เหลือของปี 2568 ท่ามกลางช่องว่างของนโยบาย (policy space) ที่ลดลง
อ่านรายงานฉบับเต็มของศูนย์วิจัยกสิกรไทย – https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-social-media/Pages/Econ-Earthquake-CIS3571-FB-2025-03-31.aspx?utm_source=CIS3571&utm_medium=link&utm_campaign=fb&fbclid=IwY2xjawJYen9leHRuA2FlbQIxMAABHXysdXlUiPfojqkNPXmAkFtD-Px0zuZ5rg6Rj0Un0MWjiS1-4IM7z0pmRg_aem_88Bv03R00PEy2LC_r9-b_A