โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เจ้าฟ้าจุ้ย” พระราชโอรสองค์ใหญ่พระเจ้าตาก “เกือบ” ได้เป็นพระเจ้ากรุงกัมพูชา ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 12 พ.ย. 2568 เวลา 01.33 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2568 เวลา 01.21 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - จิตรกรรมพระราชประวัติ “ทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์” ในศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ วัดสมณโกฎฐาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

“เจ้าฟ้าจุ้ย” พระราชโอรสองค์ใหญ่พระเจ้าตาก “เกือบ” ได้เป็นพระเจ้ากรุงกัมพูชา ก่อนเหตุการณ์ผลัดแผ่นดิน ยึดอำนาจกรุงธนบุรี

เรื่องราวของ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์หรือ “เจ้าฟ้าจุ้ย” พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ดูจะเป็นส่วนหนึ่งอันเลือนลางในประวัติศาสตร์ไทย ย้อนแย้งกับพระราชประวัติของ “พ่อ” ที่ถูกเล่าซ้ำ ตีแผ่ วิเคราะห์เจาะลึกกันไปมากมาย “ลูกชายคนโต” อย่างเจ้าฟ้าจุ้ยกลับเป็นที่รับรู้น้อยมาก และคนจำนวนไม่น้อยแทบไม่รู้ถึงตัวตนหรือบทบาทของพระองค์

เจ้าฟ้าจุ้ย เป็นพระราชโอรสในพระเจ้าตากที่ประสูติแต่ กรมหลวงบาทบริจาหรือ “เจ้าครอกหอกลาง” พระมเหสีซึ่งเป็นพระภรรยามาตั้งแต่ก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้ากรุงธนบุรี เรียกว่าเป็นเจ้าฟ้าที่ “ประสูตินอกเศวตฉัตร”พระยศแรกเริ่มเมื่อเข้าสู่สมัยแผ่นดินพระเจ้ากรุงธนบุรีจึงเป็นเพียง พระองค์เจ้าจุ้ยเท่านั้น

บทบาทของเจ้าฟ้าพระองค์นี้ปรากฏอยู่ในหลักฐานพระราชพงศาวดาร – จดหมายเหตุต่าง ๆ อยู่บ้างอย่างประปรายตลอดรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าตากสิน กระทั่ง พ.ศ. 2324 ปลายกรุงธนบุรี ก่อนการผลัดแผ่นดินไปสู่รัชกาลที่ 1 เจ้าฟ้าจุ้ยได้รับมอบหมายจากพระราชบิดาให้ร่วมทัพปราบจลาจลในแผ่นดินกัมพูชา โดยมีสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (รัชกาลที่ 1) เป็นแม่ทัพใหญ่

พระบรมราชโองการของพระเจ้าตากที่ติดตามกองทัพปราบกบฏในคราวนั้นคือ เมื่อแผ่นดินเขมรสงบราบคาบแล้ว “ให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกตั้งพระเจ้าลูกเธอ กรมขุนอินทรพิทักษ์อยู่ครองกรุงกัมพูชาสืบไป”

กล่าวคือ ให้ “เจ้าฟ้าจุ้ย” ปกครองแผ่นดินเขมรเป็น “พระเจ้ากรุงกัมพูชา” นั่นเอง

นโยบายดังกล่าวนอกจากจะเพื่อขยายพระราชอำนาจ กระชับอำนาจและความสัมพันธ์ระหว่างกรุงสยามกับกรุงกัมพูชาแล้ว ยังเป็นการปูทางอำนาจให้ เจ้าฟ้าสุพันธุวงศ์หรือ “เจ้าฟ้าเหม็น”พระราชโอรสอีกพระองค์ (ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาฉิมใหญ่) ที่พระเจ้าตากทรงวางให้เป็นองค์รัชทายาท “ตัวจริง” สืบราชบัลลังก์กรุงธนบุรี เพราะเป็น “หลานตา” ของเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ขุนนางที่ทรงอิทธิพลในราชสำนัก

ในสงครามคราวนั้น กองทัพไทยยกไปตั้งอยู่ ณ เมืองเสียมราฐ สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกซึ่งดูแลทัพหลวงอยู่ที่นั่นให้เจ้าพระยาสุรสีห์ แม่ทัพหน้า ยกไปทางเมืองพระตะบอง ด้านตะวันตกของทะเลสาบเขมร แล้วให้พระยายมราชยกทัพไปตีเมืองอุดงมีชัย โดยมีทัพของเจ้าฟ้าจุ้ยยกพลไปหนุน

เมื่อฝ่ายเขมรรู้ว่ากองทัพไทยมาก็หนีลงไปตั้งฐานที่มั่นที่เมืองพนมเปญ แล้วขอความช่วยเหลือจากกองทัพญวณ เจ้าพระยาสุรสีห์จึงยกกองทัพตามไปที่พนมเปญ ส่วนเจ้าฟ้าจุ้ยทรงตั้งมั่นอยู่ที่อุดงมีชัย

ในระหว่างนั้นเอง ฝั่งกรุงธนบุรีได้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้น เมื่อความทราบมาถึงสมเด็จเจ้าพระมหากษัตริย์ศึกที่เสียมราฐ สงครามปราบกบฏในเขมรจึงแปรเปลี่ยนเป็นการยุติ “จลาจล” ในกรุงธนบุรี อันนำไปสู่การยึดอำนาจพระเจ้าตาก

พระราชประสงค์ที่จะให้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์ หรือ “เจ้าฟ้าจุ้ย” ปกครองกัมพูชาจึงสิ้นสูญไปพร้อม ๆ กับพระชนม์ชีพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งถูกสำเร็จโทษในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325

แล้ว “เจ้าฟ้าจุ้ย” อยู่ตรงไหน ? มีพระชะตากรรมอย่างไรในบั้นปลายเกมการเมืองอันร้อนระอุนี้ ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ใน “สับประวัติศาสตร์ ZAB HISTORY : ‘เจ้าฟ้าจุ้ย’ พระราชโอรสพระเจ้าตาก ผู้ถูกลืมในหน้าประวัติศาสตร์”

อ่านเเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 1 มีนาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เจ้าฟ้าจุ้ย” พระราชโอรสองค์ใหญ่พระเจ้าตาก “เกือบ” ได้เป็นพระเจ้ากรุงกัมพูชา ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...