LHMH ทุ่มหมื่นลบ.ตอกหมุด 4 โรงแรมหรูลุมพินี- ราชประสงค์-เยาวราช-พัทยา
LHMH วางกลยุทธ์ลงทุน 3 ปี “หมื่นล้าน” ขยายพอร์ตเซกเมนต์ Upper Up Scale - Luxury ประเดิมปีเมษาฯ 68 เปิด “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี” พร้อมเปิด-ลงเสาเข็ม 3 โรงแรมใหม่ต่อจิ๊กซอว์ ราชประสงค์-เยาวราช-พัทยา รับนทท.ไทย-ต่างชาติ-Staycation ล็อกเป้ารายได้แตะ “หมื่นล้าน” ใน 3 ปี
นางสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เปิดเผยว่า ช่วง 17 ปีที่ผ่านมา LHMH เพิ่มโรงแรมเข้ามาใน Portfolio อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นพื้นที่สำคัญในกรุงเทพฯ ที่มีนักท่องเที่ยวรู้จักรวมไปถึงพัฒนาโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่าง “พัทยา”
ผลประกอบการในรอบปี 2024 ที่ผ่านมา LHMH มีรายได้จากโรงแรม 7 แห่งถึง 5,775 ล้านบาท เติบโต 18% จากปี 2023 ซึ่งเติบโตก้าวกระโดดจากช่วงก่อนโควิด 64%
โดยโรงแรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา” ตามมาด้วย “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 พัทยา” และ “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 อโศก”
ทั้งนี้ LHMH คาดการณ์ว่าปี 2025 นี้จะสามารถทำรายได้เติบโตขึ้น 15% จากปีที่แล้ว จากการเพิ่มโรงแรมใหม่เข้ามาใน Portfolio ทั้งในกรุงเทพฯและพัทยา ซึ่งยังมีช่องว่างการตลาดที่ยังเติบโตได้อีกเยอะมากและเป็นโลเคชั่นที่นักท่องเที่ยวชอบ สามารถจับกลุ่มลูกค้าได้ทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทย โดยโรงแรมใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะถูกพัฒนาให้มีความหรูหรามากขึ้นเรื่อยๆ
เริ่มจากเปิดตัว“แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี” (Grande Centre Point Lumphini) มูลค่าการลงทุน 4,800 ล้านบาท ซึ่งเป็นโรงแรม Prestige Collection หรูหราระดับ World Class แห่งแรกของ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์
ทั้งนี้ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี เป็นโครงการ Mixed-Use ที่มีทั้งโรงแรมระดับ 5 ดาว และพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่รองรับทั้งนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ ด้วยห้องพักและห้องสวีทสุดหรู 512 ห้อง ห้องประชุมขนาดใหญ่ 6,000 ตารางเมตร และเซอร์วิสออฟฟิศให้เช่าเชื่อมต่อกับย่านธุรกิจ ถนนพระราม 4 และศูนย์การค้าที่สำคัญ
โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ นักธุรกิจ นักเดินทางที่ตามหาความสะดวกสบาย การเดินทางสะดวกและอยู่ใจกลางเมือง เบื้องต้นตั้งเป้าเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ 60% และนักท่องเที่ยวไทย 40% รวมทั้งลูกค้า Staycation ด้วย และลูกค้าพักต่อเนื่องก่อนและหลังงานจัดเลี้ยง ไปจนถึงกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดที่เข้ามาทำธุระในกรุงเทพฯ
รายได้หลักจะมาจากห้องพักโรงแรม ตามมาด้วยห้องประชุมจัดเลี้ยง และพื้นที่ออฟฟิศซึ่งปัจจุบันขายพื้นที่ไปแล้วกว่า 50% และคาดว่าสิ้นปีนี้จะขายพื้นที่ออฟฟิศให้เช่าได้หมด
“การเปิดตัว แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี เป็นการเปิดตัวเทียร์ใหม่เข้าสู่ตลาดก็คือ Prestige Collection ซึ่งพัฒนาจากความต้องการของนักเดินทางปัจุบันที่ต้องการประสบการณ์ที่มากขึ้น ไม่ได้โรงแรมเป็นแค่ที่พักแต่ต้องการประสบการณ์การเข้าพักที่พิเศษ ดังนั้นทั้ง Service และ Facility ต้องพรีเมี่ยมและตอบโจทย์ทั้ง Luxury Travel, Business Travel และนักท่องเที่ยวต่างชาติ
โดยโรงแรมกลุ่ม Prestige Collection จะเน้นจับลูกค้า Luxury เป็นหลักเพราะฉะนั้นโลเคชั่นโรงแรมเราจะปักหมุดใน Super Core CBD ของกรุงเทพ เพื่อให้ลูกค้าเดินทางสะดวก นอกจากนี้เรายังเข้าสู่ตลาดใหม่อย่างตลาดการประชุม ด้วยห้องประชุมที่พรีเมียมขึ้น ลักชัวรี่ขึ้นและตอบโจทย์มากขึ้น”
ด้านนายกิตติ วรวรรธก กรรมการผู้จัดการบริษัทแอล เอช เอ็ม เอช โฮเทล จำกัด (LHMH) เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา LHMH เติบโตในระดับ Double Digit ที่ค่อนข้างสูง จากการตอบรับที่ดีของลูกค้าในปี2024 ที่ผ่านมาโรงแรมในกรุงเทพมี Ocpotency Rate ตั้งแต่ 85-90% ขณะที่โรงแรมในพัทยามี Ocpotency Rate สูงถึง 92-94%
ซึ่ง LHMH มองว่ายังมีโอกาสที่จะเติมโปรเจกต์โรงแรมใหม่ ๆ เข้าไปในโลเคชั่นเดิมให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น รวมถึงโลเคชั่นใหม่ที่จะช่วยขยายฐานลูกค้าได้อีก นอกเหนือจาก “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี” ซึ่งเป็นแฟลกชิพของ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์แล้ว ยังมีแผนจะเปิดโรงแรมใหม่เพิ่ม 3 แห่งเพิ่มห้องพักอีก 1,354 ห้อง
แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ
มูลค่าการลงทุน 4,500 ล้านบาท โรงแรมกลุ่ม Prestige Collection แห่งที่สองของแบรนด์ ความสูง 45 ชั้นจำนวน 509 ห้อง ตั้งอยู่แยกราชประสงค์ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าเพนนินซูล่าพลาซ่าเดิมบนพื้นที่เช่าจากโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยระยะเวลา 30 ปีพร้อมกับวิวสมาคมราชกรีฑาสโมสร
การได้มาซึ่งโรงแรมแห่งนี้เมื่อรวมกับ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ จะทำให้ LHMH มีสินค้าตั้งแต่ Upper Up Scale ไปจนถึง Luxury มีราคาห้องพักตั้งแต่ 5,000 บาทไปจนถึงหมื่นต้น ๆ และจะทำให้มีห้องพักกลางแยกราชประสงค์มากกว่า 1,000 ห้อง
และทำให้ LHMH กลายเป็นผู้ประกอบการที่มี Market Share ใหญ่ที่สุดในแยกราชประสงค์ ซึ่งคาดว่าจะเปิดบริการในช่วงปลายปีนี้
แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา
มูลค่าการลงทุน 4,500 ล้านบาท โรงแรมแห่งที่ 3 ในพัทยาโดยใช้ “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา” เป็นต้นแบบในการพัฒนาให้เหนือระดับขึ้นไปอีก
บนที่ดินมากกว่า 22 ไร่ สวนน้ำ 1.8 หมื่นตารางเมตร ห้องพักขนาดใหญ่ทั้ง 494 ห้องความสูง 33 ชั้นที่สามารถมองวิวได้ทุกห้อง ซึ่งจะสามารถขยายฐานลูกค้าได้ทั้งกลุ่มคนไทยและต่างชาติ คาดว่าจะเปิดบริการในช่วงไตรมาส 3 ปี2026
แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ กรุงเทพฯ
มูลค่าการลงทุน 3,600 ล้านบาท บนที่ดินแปลงสำคัญที่ตั้งของ “เฉลิมบุรี” เดิม เกือบ 4 ไร่ จำนวน 351 ห้องความสูง 11 ชั้น ซึ่ง LHMH ชนะประมูลมาเพื่อสร้างโรงแรม 5 ดาวแห่งแรกของเยาวราชและเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเยาวราช
ออกแบบโดยบริษัทผู้ออกแบบ The Bund, Shanghai ที่มีทั้งที่จอดรถตอบโจทย์ลูกค้าที่เข้าพัก เป็นจุดนัดพบ มีพื้นที่ร้านค้าและร้านอาหารรายรอบ เป็นจุดเช็คอินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้และรูฟท็อป โดยจะเริ่มเข้าพื้นที่และก่อสร้างภายในสิ้นปีนี้และเปิดบริการในช่วงไตรมาส 2ปี 2028
“จากการลงทุนทั้งหมดนี้จะทำให้ปี 2028 LHMH มีจำนวนห้องพักรวมไม่น้อยกว่า 5,000 ห้องและรายได้แตะหมื่นล้านบาท โดยมี แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี เป็นโรงแรมที่สร้างรายได้สูงสุด โดยในช่วงครึ่งปีหลัง 2025 นี้คาดว่า Ocpotency Rate จะอยู่ที่ราวๆ 60-80 %”