โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กำเนิด “วัฒนธรรมรถแห่” ภาคอีสาน กับขบวนแห่แชมป์ลีกสมัยที่ 20 ของลิเวอร์พูล

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 29 เม.ย. 2568 เวลา 04.12 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2568 เวลา 09.15 น.
(ซ้าย) ขบวนแห่บวชนาคภาคอีสาน มีรถแห่อยู่ด้านหลัง (ขวา) ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียลีก ฤดูกาล 2024-2025 (ภาพจาก เฟซบุ๊ก รถแห่ เซิ้งอีสาน ออนทัวร์ บุรีรัมย์ / Premier League)

กำเนิดวัฒนธรรมรถแห่ภาคอีสาน กับขบวนแห่แชมป์ลีกสมัยที่ 20 ของ “ลิเวอร์พูล”

เด็กหงส์ทั่วไทยเตรียมจัดใหญ่ฉลองแชมป์ลีก ขนสารพัดพาหนะออกมา “แห่แชมป์” กันมืดฟ้ามัวดิน เพราะนี่คือการเฉลิมฉลองแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษสมัยที่ 20 (พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 2) ของทีมลิเวอร์พูล ซึ่งกลายเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จในรายการดังกล่าวสูงสุดเทียบเท่าทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อริตลอดกาลของพวกเขา และขึ้นแท่นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของอังกฤษ!

ดูผิวเผินการแห่แชมป์ของลิเวอร์พูลไม่น่าเกี่ยวข้องอะไรกับ “วัฒนธรรมรถแห่” ของภาคอีสาน…

แต่ส่วนเสี้ยวอันน้อยนิดที่จะขอหยิบยกมาโยง (ให้ได้) คือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นที่เมืองลิเวอร์พูลในอีกราว 1 เดือนข้างหน้า และดูเหมือนจะเกิดขึ้นแล้วในไทย คือการ “แห่” ฉลองความสำเร็จของเหล่าเดอะค็อป ซึ่งมีองค์ประกอบร่วมกับรถแห่ภาคอีสาน คือ ความสนุกสนานครื้นเครง และ “พื้นที่” ของผู้มีความสนใจเดียวกันที่จะมาปลดปล่อยอารมณ์สุดเหวี่ยงร่วมกัน

รถแห่จัดเป็นสื่อการแสดงพื้นบ้าน (Folk Performance) เป็นการแสดงสดแบบวงดนตรีบนรถบรรทุก โดยมากจะเน้นการแสดงแนวเพลงหมอลำซิ่ง ความพิเศษคือเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว โยกย้ายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ได้ง่าย นิยมใช้แสดงประกอบสื่อประเพณีพิธีกรรมต่าง ๆ ในช่วงพิธีแห่ เช่น งานบวช งานบุญบั้งไฟ ฯลฯ

จะว่าไปแล้ว รถแห่ก็เป็นลักษณะการใช้งานแบบเดียวกับขบวนแห่ดนตรีสด เช่น วงแห่กลองยาว วงแห่พิณ ซึ่งจัดเป็นสื่อการแสดงพื้นบ้าน ใช้ประกอบสื่อประเพณีพิธีกรรมที่มีมาอย่างยาวนานในภาคอีสานนั่นเอง

รถแห่ไม่ได้มีแต่ความสนุกเท่านั้น เพราะสามารถเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของวัยรุ่นอีสานในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี อย่างที่ รุ่งลดิศ จตุรไพศาลได้ให้นิยามมิติทางวัฒนธรรมของรถแห่ไว้ในบทความ “รถแห่: สื่อการแสดงพื้นบ้านในการสืบทอดประเพณีประดิษฐ์ของกลุ่มวัยรุ่นอีสาน”(มนุษยศาสตร์สาร, มช. ปีที่ 25 ฉบับที่ 1 : 2567) ตอนหนึ่งว่า

“รถแห่เป็นสื่อการแสดงพื้นบ้านที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงภายใต้บริบทสังคมอีสานใหม่ ผ่านการตอบสนองกลุ่มผู้ชมในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะรสนิยมทางด้านดนตรี นับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รถแห่สามารถสร้างความนิยมและดึงกลุ่มวัยรุ่นเข้ามามีส่วนร่วมได้เป็นอย่างดี ซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้นับเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมท้องถิ่นอีสานไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างหนึ่ง”

10-20 ปีที่ผ่านมานี้ คนในภาคอีสานนิยมจ้างรถแห่มากกว่าขบวนแห่ดนตรีสดประเภทอื่น เนื่องจากสามารถเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้ง่าย ไม่ต้องเตรียมการเยอะ และมีเทคโนโลยีที่มีศักยภาพแบบเดียวกับเวทีคอนเสิร์ตหมอลำซิ่ง

รถแห่ไม่ได้ใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้านเป็นหลัก แต่ใช้เครื่องดนตรีสากล ได้แก่ คีย์บอร์ด กีตาร์ไฟฟ้า เบส และกลองชุด บรรเลงเพลงหมอลำซิ่ง ตลอดจนเพลงติดกระแสที่กำลังเป็นที่นิยมในสังคม และมักจะดัดแปลงให้มีทำนองรูปแบบเหมือนหมอลำซิ่งเสมอ

รถแห่จึงมีลักษณะเฉพาะคือเป็นสื่อการแสดงพื้นบ้านที่ผสมผสานความเป็นสากลเข้ากับความเป็นท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

เมื่อสืบดูความต่อเนื่องของวัฒนธรรมรถแห่ จะยิ่งเห็นความเชื่อมโยงระหว่างการแต่งเติมความสนุกสนานเข้าไปไว้ร่วมกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลงตัวของคนอีสาน ซึ่งอิทธิพล ทองศรีเกตุได้สรุปพัฒนาการความเปลี่ยนแปลงจากขบวนแห่ดนตรีสดมาสู่รถแห่เป็น 4 ยุค ดังนี้

1. ยุคดั้งเดิมก่อนทศวรรษ 2520 เป็นขบวนแห่ดนตรีสดทั่วไป (ยังไม่มีรถ) ยังไม่มีนักร้อง เช่น แห่กลองยาว แห่พิณ การแสดงเรียกว่า “ลาย”

2. ยุคผสมวง ประมาณทศวรรษ 2520 มีขบวนแห่ดนตรีสด เริ่มนำเครื่องดนตรีสากลมาผสมผสาน แต่ยังไม่ไม่นักร้อง เริ่มมีการใช้รถเข็นมาขนเครื่องขยายเสียงสำหรับการแสดงดนตรี เรียกว่า “รถยู้”

3. ยุครถแห่ดนตรี ประมาณกลางทศวรรษ 2530 กำเนิดรถแห่ เริ่มเอารถบรรทุกขนาดเล็กมาขนเครื่องเสียงและเครื่องดนตรีเพื่อทำการแสดงบนรถ มีการเปิดแผ่นเสียงที่มีเนื้อร้อง แต่หากเป็นการแสดงสดจะยังไม่มีนักร้องอยู่ดี

4. ยุครถแห่ดนตรีสด ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2550 เป็นต้นมา มีการบรรเลงดนตรีแบบแปลกใหม่ ดัดแปลงรถบรรทุกติดตั้งเครื่องเสียงและไฟเหมือนเป็นเวทีคอนเสิร์ต ใช้หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ติดตั้งตัวรถเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และเพนต์สีฉูดฉาดเป็นเอกลักษณ์ ทั้งต่อเติมโครงสร้างบางส่วนเพื่อให้รถสามารถบรรทุกทั้งเครื่องเสียง นักร้อง นักดนตรี รวมถึงติดไฟแสงสีอลังการ

ตั้งแต่ทศวรรษ 2550 เป็นต้นมา รถแห่เป็นพื้นที่ของกลุ่มวัยรุ่นที่มาสนุกสนานกันจนเกิดเป็นกลุ่ม “แฟนคลับ” ที่ติดตามรถแห่ไปทุกทีตามงานต่าง ๆ และเป็นพื้นที่ให้ศิลปินวัยรุ่นยุคใหม่ได้แสดงความสามารถเช่นกัน

รถแห่จึงเป็นสิ่งเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม เป็นสื่อฯ ที่มีลักษณะของสิ่งที่เรียกว่า “ประเพณีประดิษฐ์”(Invented Tradition) เพราะวัฒนธรรมประเพณีในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับอดีตทั้งหมด แม้รูปแบบจะแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องจากสมัยก่อนก็ตาม

คงไม่ผิดนักหากจะบอกว่า รถแห่ (ในงานพิธีอีสาน) คือการประดิษฐ์ประเพณีโดยคนอีสาน ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นมีบทบาทขับเคลื่อนทั้งการเป็นศิลปินและผู้ชม ความน่าสนใจคือพวกเขาไม่ใช่ชนชั้นนำทางวัฒนธรรม เพราะการประดิษฐ์ประเพณีส่วนใหญ่จะเป็นบทบาทของผู้มีอำนาจทางสังคม แต่รถแห่แสดงให้เห็นว่า ประชาชนรากหญ้าก็สามารถสร้างประเพณีได้

อย่างไรเสียรถแห่ก็พัฒนามาเพื่อสอบสนองโจทย์ทางธุรกิจ ต้องสร้างผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ให้กับผู้ประกอบการ แต่ถึงอย่างนั้นต้องยอมรับว่าการมีกลุ่มวัยรุ่นเข้ามาร่วมในฐานะศิลปินและผู้ชม ทั้งมีส่วนกำหนดและเลือกสรรรูปแบบการแสดงก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ผู้มีอำนาจในการประดิษฐ์ประเพณีไม่ได้เป็นระดับผู้ประกอบการแต่เพียงฝ่ายเดียว

ถึงตรงนี้หากมีผู้ลงทุน “แห่” ความสำเร็จเนื่องในโอกาสคว้าแชมป์ลีกของลิเวอร์พูล ด้วย “รถแห่” แบบอีสาน ความพยายามเชื่อมโยงของผู้เขียนย่อมไม่เสียแรงเปล่า (ฮา)

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

รุ่งลดิศ จตุรไพศาล. รถแห่: สื่อการแสดงพื้นบ้านในการสืบทอดประเพณีประดิษฐ์ของกลุ่มวัยรุ่นอีสาน. มนุษยศาสตร์สาร, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปีที่ 25 ฉบับที่ 1.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 28 เมษายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กำเนิด “วัฒนธรรมรถแห่” ภาคอีสาน กับขบวนแห่แชมป์ลีกสมัยที่ 20 ของลิเวอร์พูล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...