โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“มนพร” เพิ่มเที่ยวบินลงนครพนม 12 เที่ยวต่อวัน อัดงบอัพเกรดสนามบิน สกลนคร-มุกดาหาร’ ดันเมืองน่าเที่ยว

77kaoded

อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 20.31 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2568 เวลา 13.31 น. • 77Kaoded

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 ‘ประชาสัมพันธ์กระทรวงคมนาคม’ รายงานว่า นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท่าอากาศยานนครพนม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2568 และการตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (นครพนม สกลนคร และมุกดาหาร) พร้อมประชุมติดตามการดำเนินงานหน่วยงานในกำกับกรมท่าอากาศยาน (ทย.) และบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2568

นางมนพร กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีนโยบายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ซึ่งในปี 2568 รัฐบาลจะผลักดันให้เป็นปีทองแห่งการท่องเที่ยว พร้อมปรับรูปแบบเมืองรองการท่องเที่ยวเป็น “เมืองน่าเที่ยว” ทั่วไทย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้าง Soft Power ให้กับประเทศไทย ด้วยการทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 จังหวัดภาคอีสานตอนบน 2 ประกอบด้วย จังหวัดนครพนม สกลนคร และมุกดาหาร ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล เดินหน้าพัฒนาโครงการพื้นฐานด้านคมนาคมรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ ให้สามารถเดินทางได้สะดวกและครอบคลุมทุกมิติ สำหรับการคมนาคมทางอากาศได้ผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานคมนาคมและสายการบิน เพิ่มเส้นทางการบินมายังท่าอากาศยานนครพนมและสกลนคร เพื่อสนับสนุนและยกระดับเมืองท่องเที่ยวตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองของรัฐบาลที่สอดคล้องกับนโยบายคมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย ปัจจุบันท่าอากาศยานนครพนม มี 3 หลุมจอด สามารถเดินทางด้วยสายการบินพาณิชย์ในประเทศ รวม 12 เที่ยวบิน ด้วยสายการบินไทยแอร์เอเชีย 8 เที่ยวบินต่อวัน และสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ (เริ่มวันที่ 19 มิถุนายน 2568) 4 เที่ยวบินต่อวัน ในส่วนของท่าอากาศยานสกลนคร มี 4 หลุมจอด สามารถเดินทางด้วยสายการบินพาณิชย์ในประเทศ รวม 8 เที่ยวบิน ให้บริการด้วยสายการบินไทยแอร์เอเชียและนกแอร์ สำหรับโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานมุกดาหาร ปัจจุบันและอยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม

นางมนพร ได้สั่งการให้ ทย. จัดพื้นที่ภายในและบริเวณโดยรอบท่าอากาศยานให้เกิดความสะดวก สะอาด และรวดเร็วแก่ผู้โดยสาร กำชับเรื่องการจัดเตรียมไฟฟ้าสำรองในทุกท่าอากาศยานเมื่อยามเกิดเหตุฉุกเฉิน บริหารจัดการจุด Check in ให้มีความคล่องตัวไม่ติดขัด รวมถึงให้เข้มงวดกับเจ้าหน้าที่ในการตรวจสิ่งของผิดกฎหมาย พร้อมจัดเตรียมรถโดยสารสาธารณะให้เพียงพอกับผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในการเดินทางไปยังสถานที่ภายในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง สามารถเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างไร้รอยต่อ รวมถึงการจัดกิจกรรมภายในท่าอากาศยานตามแนวคิด “สนามบินมีชีวิต” เพื่อสร้างอัตลักษณ์ของจังหวัด ชูจุดเด่นด้านต่าง ๆ ของจังหวัด สนับสนุนร้านค้าท้องถิ่นในชุมชนหรือจัดงานตามวันเทศกาลที่สำคัญของไทยภายในท่าอากาศยาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อภาคการท่องเที่ยวเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยานให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด รวมถึงจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

จากนั้น นางมนพร ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ และเป็นประธานพิธีปิดโครงการ “โดรนเกษตรปลอดภัย” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง บวท. กับกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย ในการส่งเสริมเกษตรกรให้ใช้เทคโนโลยีโดรน เพื่อการเกษตรหรือ “นครพนมโมเดล” ทั้งในส่วนของการให้ความรู้เกี่ยวกับห้วงอากาศอย่างปลอดภัยและการบินโดรนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในพื้นที่นำร่องประมาณ 22 ไร่ ณ แปลงนาสาธิตผลิตข้าวเหนียวพันธุ์ กข22 บ้านพนอม อำเภอท่าอุเทน ซึ่งจากการดำเนินโครงการพบว่า เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เพิ่มมากขึ้นและมีรายได้มากกว่าเดิม ทั้งนี้ ภายในงานได้มีการแจกข้าวเหนียวคุณภาพดีจากแปลงสาธิตให้ผู้ร่วมงานด้วย โดยหลังจากนี้จะขยายผลไปยังพื้นที่เกษตรกรรมอื่น ๆ ทั่วประเทศ ตามนโยบาย 1 ตำบล 1 โดรนการเกษตรของรัฐบาล ที่มุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีทำการเกษตรที่มีความแม่นยำสูง ลดต้นทุน ลดการใช้แรงงาน ลดการสัมผัสยาฆ่าแมลง เพิ่มคุณภาพชีวิตและรายได้ให้เกษตรกรอย่ายั่งยืน

นอกจากนี้ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ณ หอควบคุมการจราจรทางอากาศนครพนม ที่ให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศเขตสนามบินครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบ ระยะ 9 กิโลเมตร ความสูง 2,000 ฟุต จากพื้นดิน โดยภายในหอควบคุมฯ มีความพร้อมเกี่ยวกับการบริการเครื่องอำนวยความสะดวกการเดินอากาศ อาทิ DVOR/DME ILS/DEM NDB และ Instrument Approach Chart ระบบเรดาร์ที่ใช้สัญญาณจาก SSR อุดรธานี และระบบควบคุมจราจรทางอากาศอัตโนมัติ (TopSky Tower) ทั้งนี้ นางมนพรได้เน้นย้ำถึงมาตรการการยกระดับการให้บริการจราจรทางอากาศให้มีศักยภาพสามารถรองรับได้เต็มประสิทธิภาพของท่าอากาศยาน การจัดให้มีระบบอุปกรณ์ และเครื่องช่วยการเดินอากาศด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย การบริหารจัดการความคล่องตัวการจราจรทางอากาศให้เกิดประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด เพื่อลดความล่าช้าของเที่ยวบิน ทั้งที่ท่าอากาศยานต้นทางและปลายทาง

นางมนพร กล่าวต่ออีกว่า เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพของท่าอากาศยานได้มอบหมายให้ ทย. ดำเนินโครงการพัฒนาท่าอากาศยานนครพนมในปี 2568 ด้วยงบประมาณกว่า 165.99 ล้านบาท ดำเนินการแล้ว 4 โครงการ ประกอบด้วย งานปรับปรุงระบบประปา งานซื้อและติดตั้งผิวต่างสัมผัสสำหรับผู้พิการทางการมองเห็น จัดหาพร้อมติดตั้งระบบตรวจสอบรถยนต์เข้า – ออก และอยู่ระหว่างดำเนินการ 4 โครงการ ประกอบด้วย งานปรับปรุงระบบไฟฟ้าสนามบินทั้งระบบ จัดหารถดับเพลิง ระบบกริ่งสัญญาณเตือนฉุกเฉิน และงานก่อสร้างระบบจ่ายน้ำดับเพลิงอากาศยาน สำหรับการพัฒนาท่าอากาศยานสกลนคร มีแผนงานดำเนินโครงการด้วยงบประมาณ 4.29 ล้านบาท จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย งานปรับปรุงระบบจ่ายไฟสำรองอัตโนมัติ (UPS) จัดหาเครื่องตรวจอาวุธและวัตถุระเบิดแบบเดินผ่าน (Walk Through) และงานระบบจ่ายน้ำดับเพลิงอากาศยาน สำหรับ บวท. ได้ดำเนินโครงการในปี 2568 – 2572 ด้วยงบประมาณรวม 359.47 ล้านบาท จำนวน 4 โครงการ ดังนี้ 1) โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบช่วยการเดินอากาศ ILS/DME (Instrument Landing System / Distance Measuring Equipment) งบประมาณ 208.91 ล้านบาท จะเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2569 2) โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบ Digital Voice Recording and Replay System งบประมาณ 40.11 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้เดินทางไปการทดสอบและทดลองที่โรงงาน (Factory Acceptance Test: FAT) ณ โรงงานผู้ผลิต เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เรียบร้อยแล้ว 3) โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบการจ่ายไฟฟ้าสำรอง UPS ณ สถานี NDB และอาคารหอควบคุมการจราจรทางอากาศ งบประมาณ 58.13 ล้านบาท อยู่ระหว่างพิจารณาอนุมัติร่างขอบเขตงาน (TOR) และ 4) โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบการจ่ายไฟฟ้าสำรอง UPS ณ สถานี Localizer งบประมาณ 52.32 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างทบทวนร่าง TOR

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...