โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นาทีชีวิต ช่วยหมาเป็นฮีทสโตรก นอนชักอยู่ใต้ท้องรถ เจ้าของใจหายเกือบไม่รอดแล้ว ชาวเน็ตแห่ชมสติดีมาก

Khaosod

อัพเดต 05 มี.ค. 2568 เวลา 09.03 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2568 เวลา 08.40 น.

นาทีชีวิต ช่วยหมาเป็นฮีทสโตรก นอนชักอยู่ใต้ท้องรถ เจ้าของใจหายเกือบไม่รอดแล้ว ชาวเน็ตแห่ชมสติดีมาก

วันที่ 5 มี.ค.68 สมาชิก TikTok @sroi1234 โพสต์คลิปนาทีชีวิตของสุนัขพันธุ์ผสมไซบีเรียน หลังจู่ๆ เกิดอาการฮีทสโตรกเพราะอากาศร้อน โดยระบุข้อความว่า "เพิ่งเคยเห็นหมาเป็นฮีสโตรก ตกใจทำไรแทบไม่ถูก อากาศก็ร้อนมากๆ จริงๆ"

โดยในคลิปผู้โพสต์ได้เดินออกมาหาสุนัข ก่อนจะได้ยินเสียงแปลกๆ ใต้ท้องรถกระบะ จึงลองก้มไปดูก็พบสุนัขของเธอกำลังชักอยู่ เธอตัดสินใจรีบถอยรถออก แล้วเรียกคนในบ้านให้ออกมาช่วย

จากนั้นเธอก็ลงไปปั๊มหัวใจ แล้วคิดว่าอาจเป็นเพราะอากาศร้อน ก่อนวิ่งไปตักน้ำมาราดตัว แล้วแฟนของเธอก็พยายามประคองตัวและเรียกชื่อ พอราดน้ำได้สักพักสุนัขก็เริ่มมีอาการดีขึ้น หลังจากนั้นจึงพาไปหาหมอ

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไป ก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์แสดงความเป็นห่วงจำนวนมาก และชมว่าเจ้าของสติดีมากๆ ไม่เช่นนั้นน้องอาจจะตุยไปแล้วก็ได้ รวมทั้งยังสอบถามอาการด้วย ซึ่งเธอก็ตอบว่า ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว แต่เพลียมาก ยังนอนไม่ลุก

นอกจากนี้ยังมีคนเข้ามาแนะนำเรื่องดูแลน้องหมาช่วงหน้าร้อน เพราะอาจมีอาการฮีทสโตรกได้ง่าย ควรพาไปอยู่ในห้องแอร์ หรือหาที่เย็นๆ ให้อยู่ รวมทั้งให้กินน้ำบ่อยๆ และยังโชคดีที่คราวนี้เจ้าของมาเห็นทัน ไม่เช่นนั้นสุนัขอาจจะไม่ได้อยู่แล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นาทีชีวิต ช่วยหมาเป็นฮีทสโตรก นอนชักอยู่ใต้ท้องรถ เจ้าของใจหายเกือบไม่รอดแล้ว ชาวเน็ตแห่ชมสติดีมาก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...