รมว.ศึกษาฯ ย้ำ! รร.ปฏิบัติตามระเบียบ พานักเรียนไปทัศนศึกษาอย่างเคร่งครัด
หลังจากวานนี้ (24 มี.ค. 68) เกิดเหตุหนึ่งในสามรถบัสที่นำนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 103 คน และคณะครู 22 คน ของโรงเรียนอนุบาลบ่อพลอยราษฎร์รังสรรค์ จังหวัดตราด ขัดข้องและมีกลุ่มควันออกมา ในระหว่างเดินทางไปทัศนศึกษาที่วิสาหกิจชุมชนบ้านธรรมชาติล่าง ตำบลคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด
ล่าสุด วันนี้ (25 มี.ค. 68) พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนรู้สึกห่วงใยนักเรียนและครูทุกคน โดยเฉพาะรถบัสคันที่ 3 ซึ่งเป็นคันที่เกิดเหตุ และทราบภายหลังว่าในขณะเกิดเหตุรองผู้อำนวยการโรงเรียนและครู ได้นำเด็กออกมาจากรถไปอยู่ในที่ปลอดภัย ก่อนนำกลับมาส่งถึงมือผู้ปกครองที่รออยู่ที่โรงเรียนในเวลา 17.45 น.
“ทราบเบื้องต้นว่า เหตุดังกล่าวเกิดจากเครื่องกรองแอร์ขัดข้องหรือลัดวงจร เพราะหลังจากนักเรียนแจ้งกับพนักงานขับรถว่าแอร์ไม่เย็น ก็มีกลิ่นเหม็นไหม้จากบริเวณท้ายรถ จึงจอดรถเพื่อตรวจสอบ ก่อนจะมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมา ทุกคนจึงรีบเปิดประตูฉุกเฉิน และประตูรถทุกบาน เพื่อนำเด็กออกจากรถโดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม ผมได้สั่งการ สพฐ. ให้มอบผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด ลงไปดูแลนักเรียนและครูทุกคนอย่างใกล้ชิด พร้อมหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ และสรุปรายงานต่อ รมว.ศธ. โดยเร็ว พร้อมเน้นย้ำการปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตลอดจนแนวทางปฏิบัติในการพานักเรียนไปนอกสถานศึกษาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการตรวจสอบรถยนต์โดยสาร ให้มีความปลอดภัยครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด” รมว.ศธ.กล่าว
โดยการพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษาทุกประเภทให้ปฏิบัติ ดังนี้
1. ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการเดินทางและการพักแรมเป็นอันดับแรก
2. ต้องได้รับอนุญาตก่อน โดยขออนุญาตตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
3. ให้หัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา จำนวน 1 คน เป็นผู้ควบคุม และจะต้องมีครูหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา จำนวน 1 คน ต่อนักเรียนไม่เกิน ๓๐ คน เป็นผู้ช่วยผู้ควบคุมกรณีที่มีนักเรียนและนักศึกษาเป็นหญิงไปด้วย ให้มีครูสตรีควบคุมไปด้วยตามความเหมาะสม
4. ให้หัวหน้าสถานศึกษาเป็นผู้พิจารณาเลือกเส้นทางที่จะเดินทาง ยานพาหนะที่จะใช้ ในการเดินทางซึ่งต้องอยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง รวมถึงพนักงานขับรถหรือควบคุมยานพาหนะที่มีความรู้ความชำนาญด้วย
5. ในการเดินทางให้พิจารณาขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำหรือขอความร่วมมืออื่นๆ เท่าที่จำเป็น รวมถึงจัดให้มีป้ายข้อความที่ระบุโครงการ กิจกรรม และสถานศึกษาแสดงให้เห็นเด่นชัดติดที่ด้านข้างรถ และมีหมายเลขกำกับติดที่ด้านหน้าและด้านหลังรถในตำแหน่งที่เห็นชัดเจน กรณีการพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษาโดยใช้รถโดยสารไม่ต่ำกว่า 40 ที่นั่ง จำนวน 3 คัน ขึ้นไป ควรจัดให้มีรถนำขบวน สำหรับการใช้รถโดยสารต่ำกว่า 40 ที่นั่ง จำนวน 3 คันขึ้นไป ให้หัวหน้าสถานศึกษาพิจารณาตามความเหมาะสม
6. จัดให้มีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นประจ ารถหรือยานพาหนะ และดูแลนักเรียนและนักศึกษาที่มีโรคประจำตัวเป็นพิเศษ
7. เพื่อการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายของนักเรียนและนักศึกษาในการพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา ให้สถานศึกษาจัดให้มีการประกันภัยการเดินทางแก่นักเรียนและนักศึกษา เว้นแต่สถานศึกษาได้จัดให้มีการประกันภัยที่คุ้มครองกรณีดังกล่าวแก่นักเรียนและนักศึกษาอยู่ก่อนแล้ว