โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ตรวจจับยาก แฮกเกอร์ใช้ Deepseek ปลอมตัวตนบนโลกออนไลน์

Techhub

อัพเดต 20 ก.พ. 2568 เวลา 09.17 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. 2568 เวลา 09.17 น.

ต้องยอมรับว่าในยุคที่ AI เติบโต ไม่ใช่แค่ผู้ใช้งาน ที่มีการใช้งาน AI เพิ่มขึ้น แต่ฝั่งแฮกเกอร์ ก็มีการ AI นำมาใช้เพื่อเสริมการโจมตีมากขึ้นเช่นกัน

รายงานจาก Checkpoint เปิดเผยว่าแฮกเกอร์บางส่วน ได้มีการนำ Deepseek มาใช้โจมตี หลอกลวง และใช้เขียนสตอรี่ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

เมื่อเทียบกับการโจมตีแบบเดิม ๆ การใช้ AI อย่างเช่น DeepSeek ทำให้จะช่วยลดต้นทุนด้านเวลาและทรัพยากรของผู้ไม่หวังดี โดยเฉพาะการสร้างแคมเปญฟิชชิ่งจำนวนมากหรือการปรับเนื้อหาเพื่อเลี่ยงระบบตรวจจับได้แบบอัตโนมัติ

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมถึงไทย) เป็นพื้นที่ที่อาชญากรไซเบอร์มองว่าคุ้มค่าเสี่ยงเนื่องจากผู้ใช้จำนวนมากอาจขาดความตระหนักด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เทียบเท่าประเทศที่พัฒนาแล้ว นอกจากนี้ ยังมีการทำธุรกรรมออนไลน์สูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงเป็นช่องโหว่ให้เกิดการโจมตีด้วยโมเดล AI ได้มากยิ่งขึ้น

วิธีการที่อาชญากรไซเบอร์ใช้ DeepSeek

1.ใช้ DeepSeek ในการสร้างหรือดัดแปลงรูปภาพ วิดีโอ หรือเสียงของบุคคลจริงให้ดูสมจริง เพื่อนำไปใช้หลอกเหยื่อ เช่น แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร ผู้จัดการ หรือบุคคลที่เหยื่อไว้วางใจ ซึ่งได้เพิ่มโอกาสให้เหยื่อหลงเชื่อและเปิดเผยข้อมูลสำคัญ หรือโอนเงินให้โดยไม่ได้ตรวจสอบ

2.สร้างฟิชชิ่ง (Phishing) และสแปมอีเมล (Spam Campaign)
โมเดล AI สามารถสร้างข้อความฟิชชิ่งจำนวนมากได้อัตโนมัติ โดยสามารถปรับเปลี่ยนเนื้อหา การใช้ถ้อยคำ หรือสไตล์การเขียนให้แตกต่างได้หลากหลาย สามารถหลบเลี่ยงตัวกรองสแปมในระดับพื้นฐานได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ยังใช้การวิเคราะห์ข้อมูลของเหยื่อ เช่น พฤติกรรมการใช้อีเมล โซเชียลมีเดีย เพื่อเจาะจงข้อความให้ตรงความสนใจหรือสถานการณ์ของเหยื่อได้แม่นยำ ซึ่งแน่นอนว่า การแปลภาษา ก็ทำได้แนบเนียน ทำการวิธีป้องกัน Phishing เดิม ๆ อาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป

ต้องยอมรับว่า DeepSeek เป็นตัวอย่างหนึ่งของโมเดล AI ที่อาชญากรไซเบอร์นำมาใช้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่มีตัวเลขชี้ชัดด้านอัตราการใช้งาน แต่ก็ถือว่ามีการเติบโตแบบก้าวกระโดดตามแนวโน้มการใช้ AI เพื่อการโจมตีไซเบอร์ทั่วโลก

จุดเด่นที่สำคัญ คือความสามารถในการปลอมแปลง (ภาพ เสียง วิดีโอ) การวิเคราะห์เป้าหมาย และสร้างเนื้อหาฟิชชิ่งแบบเฉพาะเจาะจงในปริมาณมากได้อย่างแม่นยำ

วิธีที่ช่วยได้คือ พยามสร้างการตระหนักรู้และ รวมทั้งองค์กนต่าง ๆ ควรนำมาตรการป้องกันที่ทันสมัยมาใช้ โดยเฉพาะการใช้ AI เพื่อตรวจสอบ AI ด้วยกันเอง รวมถึงการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและตัวตนของคู่สนทนา ถือเป็นหัวใจสำคัญในการลดความเสี่ยงจาก DeepSeek และเครื่องมือ AI อื่น ๆ ที่อาจตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดีครับ

ที่มา
งานแถลงข่าว Checkpoint CPX 2025


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...