โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ร้านสุกี้หนีตาย แตกไลน์สินค้าบุกเชล์ฟค้าปลีก เพิ่มรายได้

Positioningmag

อัพเดต 05 เม.ย. 2568 เวลา 03.36 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2568 เวลา 03.36 น.

สมรภูมิ ตลาดสุกี้ มูลค่า 23,000-25,000 ล้านบาท (อ้างอิงศูนย์วิจัยกสิกรไทย) ยังคงเผชิญความท้าทายด้านการแข่งขันดุเดือดอย่างต่อเนื่อง
จากในอดีตมี “เอ็มเค” ครองตลาดใหญ่สุด โดยเฉพาะในตลาดกลุ่มกลาง-บน (ราคาเฉลี่ย 400+ บาท/คน) สะท้อนจากรายได้ “หลักหมื่นล้านบาท” และกำไร “หลักพันล้านบาท"
แต่นับตั้งแต่ปี 2562-2564 มีแบรนด์สุกี้หน้าใหม่ถือกำเนิดขึ้น อาทิ ฮอตพอตแมน สุกี้ตี๋น้อย ลัคกี้สุกี้ โดยแบรนด์ใหม่เลือกตีตลาดแมสที่ยังมีช่องว่างทางการตลาดที่เอ็มเคยังไม่เจาะ
และถือว่ามาได้ “ถูกจังหวะ” เพราะช่วงยุคโควิดต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน กำลังซื้อคนไทยลดลง ทำให้หาร้านอาหารราคาเข้าถึงง่าย โดยมองว่า “บุฟเฟต์” เป็นอาหารที่คุ้มค่า เพราะรับประทานได้ไม่จำกัด ทำให้จุดพลุแบรนด์สุกี้ตี๋น้อย ตามด้วยลัคกี้สุกี้ให้ติดตลาดมากขึ้น
[caption id="attachment_1517511" align="alignnone" width="1045"]

สุกี้ตี๋น้อย

สุกี้ตี๋น้อย[/caption]
สะท้อนจากผลประกอบการของสุกี้ตี๋น้อยที่ขยายตัวสูง ดังนี้

  • ปี 2562 มีรายได้ 499 ล้านบาท กำไร 15 ล้านบาท (ปีฐาน)

  • ปี 2563 รายได้ 1,223 ล้านบาท เติบโต 145% กำไร 140.3 ล้านบาท เติบโต 835%

  • ปี 2564 รายได้ 1,572 ล้านบาท เติบโต 28% กำไร 148 ล้านบาท เติบโต 5.5%

  • ปี 2565 รายได้ 3,976 ล้านบาท เติบโต 152% กำไร 591.5 ล้านบาท เติบโต 299%

  • ปี 2566 รายได้ 5,262.4 ล้านบาท เติบโต 32% กำไร 907.1 ล้านบาท เติบโต 53%

  • ปี 2567 รายได้ (ยังไม่ประกาศ) กำไรสุทธิ 1,169 ล้านบาท (อ้างอิงส่วนแบ่งกำไร JMART) เติบโต 28.9%

สวทางกับผลประกอบการของ เอ็มเค ที่ยังไม่ฟื้นตัวเท่าช่วงก่อนโควิด ดังนี้

  • ปี 2562 รายได้ 17,739 ล้านบาท โต 3% และกำไรสุทธิ 2,604 ล้านบาท โต 1%

  • ปี 2563 รายได้ 13,622 ล้านบาท ลดลง 23% และกำไรสุทธิ 907 ล้านบาท ลดลง 65%

  • ปี 2564 รายได้ 11,368 ล้านบาท ลดลง 17% และกำไรสุทธิ 131 ล้านบาท ลดลง 86%

  • ปี 2565 รายได้ 15,938 ล้านบาท โต 40% และกำไรสุทธิ 1,439 ล้านบาท โต 999%

  • ปี 2566 รายได้ 16,974 ล้านบาท โต 6% และกำไรสุทธิ 1,682 ล้านบาท โต 17%

  • ปี 2567 รายได้ 15,809 ล้านบาท ลดลง 7% และกำไรสุทธิ 1,442 ล้านบาท ลดลง 14%


จากการแข่งขันที่ดุเดือด ทำให้สุกี้แบรนด์เริ่มมองหาน่านน้ำรายได้ใหม่

โดย “เอ็มเค” ได้เจาะตลาดค้าปลีก ผ่านการส่ง “ชุดบะหมี่หยกลูกชิ้นรวมมิตร“ ราคา 69 บาท/ชุด วางขายในร้านสะดวกซื้อเซเว่น และน้ำจิ้มสุกี้ น้ำจิ้มบ๊วย ราคา 65-119 บาท ขายในร้านสะดวกซื้อ และโมเดิร์นเทรด อาทิ บิ๊กซี แม็คโคร โลตัส
ล่าสุด “สุกี้ตี๋น้อย” ได้ส่งชุดผักสุกี้เข้าจำหน่าย ราคา 139 บาท ประเดิมวางขายในแม็คโครและโลตัสทั่วประเทศ โดยปัจจุบันมีการเปิดขายทางออนไลน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
[caption id="attachment_1517513" align="alignnone" width="2365"]

แพ็กเก็ตสินค้าสุกี้ตี๋น้อยและเอ็มเค ที่จัดจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ/โมเดิร์นเทร[/caption]
“แม้ปัจจุบันสุกี้ตี๋น้อยจะยังโตต่อเนื่อง แต่ถ้าเจาะลึกกำไรสุทธิต่อสาขาจะเห็นว่าลดลง โดยปี 2567 มีกำไรสุทธิ 1,169 ล้านบาท จาก 78 สาขา เท่ากับทำกำไร 14.9 ล้านบาท/สาขา จากปี 2566 ทำกำไรสุทธิ 913 ล้านบาท จาก 55 สาขา เท่ากับทำกำไร 16.6 ล้านบาท/สาขา“
ประกอบกับผู้เล่นสุกี้ตลาดแมสหน้าใหม่ก็เข้ามาชิงมาร์เก็ตแชร์ อย่าง ลัคกี้สุกี้ ก็ทำผลงานได้ดี สะท้อนจากผลประกอบการ 3 ปี ดังนี้

  • ปี 2565 รายได้ 79 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2.6 ล้านบาท

  • ปี 2566 รายได้ 409 ล้านบาท เติบโต 413% กำไรสุทธิ 46 ล้านบาท เติบโต 1,635%

  • ปี 2567 รายได้ 1,000 ล้านบาท เติบโต 148% กำไรสุทธิ N/A

นั่นจึงเป็นเหตุผลให้แบรนด์สุกี้เริ่มวางจำหน่ายสินค้าตนเองบนเชลฟ์ค้าปลีกมากขึ้น และเทรนด์นี้คาดจะขยายตัว แม้จะไม่สร้างรายได้สูงเท่าหน้าร้าน แต่ก็เป็นช่องทางการเคลื่อนตัวหาผู้บริโภค พร้อมกับสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจในยุคที่ตลาดสุกี้หม้อร้อนเข้าสู่ภาวะเรดโอเชี่ยน!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...