โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ท่องเที่ยวสุขภาพไทย โต 120% มูลค่าทะลุ 431 พันล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 เม.ย. 2568 เวลา 14.16 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2568 เวลา 07.16 น.

สมาคมสปาไทย เผยเทรนด์ ท่องเที่ยวสุขภาพ โตกว่า 120% มูลค่ารวมกว่า 431 พันล้านบาท ขึ้นอันดับ 1 สินค้าและบริการส่งเสริมสุขภาพไทย นทท.ต่างชาติยอมจ่าย 6 หมื่นซื้อบริการ นทท.ในประเทศยอมจ่ายเพิ่ม 23% Medical Spa-Mental Wellness ขายดีสุดชี้ยังมีช่องให้เติบโตเพียบ

นายสุนัย วชิรวราการ นายกสมาคมสปาไทย กล่าวถึง การเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ที่กำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วโลกว่า เทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพถือเป็นผลบวกต่อธุรกิจสปา รวมถึงธุรกิจบริการด้านสุขภาพและธุรกิจบริการด้านการแพทย์ของไทยอย่างมาก เนื่องจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีคำจำกัดความที่กว้างและเกี่ยวข้องกับการดูสุขภาพในทุกมิติ ตั้งแต่การป้องกัน ส่งเสริม ดูแล รักษา รวมถึงสร้างความผ่อนคลายให้กับนักท่องเที่ยวและผู้มาใช้บริการ

ข้อมูลล่าสุดจากสถาบันโกลบอลเวลเนส (Global Wellness Institute หรือ GWI) ฉบับรายงานเฉพาะประเทศไทย เผยว่า มูลค่ารวมสินค้าและบริการเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพมีมูลค่าอยู่ที่ 40.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 1.42 ล้านล้านบาท อยู่ในอันดับ 24 ของโลก จาก 218 ประเทศ เป็นอันดับที่ 9 ของเอเชียแปซิฟิก โดยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมาเป็นอันดับหนึ่งมูลค่ารวม 12.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 431.41 พันล้านบาท เป็นอันดับที่ 15 ของโลก

ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติมีการใช้จ่ายในกิจกรรมและบริการด้านสุขภาพ เฉลี่ยในไทยประมาณ 1,735 ดอลลาร์ หรือ ประมาณ 60,650.60 บาทต่อทริป ส่วนของธุรกิจสปามีการเติบโตอยู่ที่ 9.4% มูลค่ารวม 1.598 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 55.93 พันล้านบาท โดยสปาทางการแพทย์ (Medical Spa) เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 22%

หากมองจากข้อมูลดังกล่าว ผนวกกับศักยภาพและความสามารถของผู้ประกอบการไทย การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพถือว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ดังนั้นผู้ประกอบการต้องยกระดับการให้บริการ พัฒนาการบริการใหม่ๆ ให้ครอบคลุมและหลากหลายขึ้น ซึ่งบริการด้านสุขภาพที่มีแนวโน้มดี อาทิ

สปาทางการแพทย์ (Medical Spa) ที่ให้บริการบำบัดและดูแลสุขภาพแบบผสมผสานด้านการแพทย์ โดยบุคลากรทางการแพทย์ การบริการด้านสุขภาวะทางจิต (Mental Wellness) การช่วยบำบัดด้านการนอนหลับ การดูแลสุขภาพด้วยอาหาร อสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ บริการด้านการแช่น้ำพุร้อน ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เกิดความสนใจ มีการใช้จ่าย และอยู่ในประเทศไทยนานขึ้น ส่งผลดีต่อภาพรวมธุรกิจและยั่งยืนมากกว่าการแข่งขันด้านราคา

สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายในด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากที่สุด คือ กลุ่มนักท่องเที่ยวอายุ 25-34 ปี ซึ่งคนกลุ่มนี้นอกจากจะสนใจในเรื่องสุขภาพแล้ว ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนด้วย ผู้ประกอบการจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความใส่ใจนี้

ทั้งนี้สมาคมร่วมจัดงาน Food & Hospitality Thailand 2025 ครั้งแรก พร้อมเปิดเวที ASEAN Wellness Tourism Congress 2025 และงานประกาศรางวัล Thailand Spa & Well-being Awards 2025 ครั้งที่ 8 เพื่อพัฒนาศักยภาพและยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการให้สูงขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการไทย ในการเป็นผู้นำในการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...