โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมบางครั้งเราถึงรู้สึกไม่ดีกับเพื่อนที่มองโลกบวกตลอดเวลา? พลังบวกเชิงลบจาก ‘Toxic Positivity’ การมองโลกในแง่ดีมากเกินไปในทุกสถานการณ์ จนละเลยอารมณ์เชิงลบของตนเองและผู้อื่น

Mirror Thailand

อัพเดต 09 เม.ย. 2568 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2568 เวลา 10.44 น.
ภาพไฮไลต์

เคยสงสัยไหม? ว่าทำไมเราจึงรู้สึกไม่ดีกับคนที่น่ารัก แสนดี ใสซื่อ หรือดูไม่มีพิษภัยอะไรเลย

อันดับแรก เราอาจต้องทบทวนตัวเองเสียก่อนว่า เรามีอคติบางอย่างกับคนคนนั้นหรือเปล่า หากคิดอย่างถี่ถ้วนโดยปราศจากอคติส่วนตัวแล้ว แต่ก็ยังไม่วายตั้งคำถามต่อความแสนดีนั้น บางทีอีกฝ่ายอาจตกอยู่ใน ‘ภาวะคิดบวกเป็นพิษ’ หรือ ‘Toxic Positivity’ การมองโลกในแง่ดีมากเกินไป จนกลายเป็น ‘พลังบวกเชิงลบ’ ที่ย้อนกลับมาทำให้ผู้อื่นรู้สึกแย่ก็เป็นได้

แน่นอนว่า การคิดบวกถือเป็นสิ่งที่ดีต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์อย่างมาก เพราะช่วยให้คนเราก้าวข้ามผ่านเรื่องราวแย่ๆ และมองเห็นแง่มุมที่ดีของเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิต อย่างไรก็ตาม การคิดบวกควรเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การฝืนใจตัวเอง หรือบังคับให้คนอื่นต้องมองโลกในแง่ดี เพื่อปิดบังความเศร้าหรือความเจ็บปวดภายใน

เว็บไซต์ Psychology Today ระบุว่า พฤติกรรมที่เข้าข่าย Toxic Positivity คือการหลีกเลี่ยงอารมณ์และประสบการณ์เชิงลบ ไม่ว่าจะเป็นการกดทับความรู้สึกของตัวเอง หรือการปฏิเสธอารมณ์เชิงลบของคนอื่น

การฝืนคิดบวกมากจนเกินไปในทุกสถานการณ์ อาจทำให้เราไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นได้อย่างแท้จริง เพราะนั่นเปรียบเสมือน ‘การฝังกลบปมปัญหา’ มากกว่ารักษาบาดแผลทางใจ

เช่น เมื่อมีคนพูดว่า “ทำงานเหนื่อยมาก มีแต่เรื่องปวดหัว” ผู้ที่ตกอยู่ในภาวะ Toxic Positivity อาจตอบกลับว่า “ไม่เป็นไรนะ อย่างน้อยก็ยังมีงานทำ” แม้คำตอบเช่นนี้จะชี้ให้เห็นถึงแง่มุมที่ดีของสถานการณ์ย่ำแย่ ทว่าในบางสถานการณ์ ความคิดบวกนั้นกลับไม่ต่างอะไรจากการลดทอนหรือละเลยความรู้สึกที่แท้จริงของผู้พูด ทำให้เขารู้สึกว่า ตัวเองไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้สึกแย่ ทั้งที่ ณ เวลานั้น เขาอาจต้องการแค่ใครสักคนที่พร้อมรับฟังและเข้าใจ

ในทางกลับกัน การมองโลกในแง่ดีหรือการปลอบใจด้วยคำพูดเชิงบวก อาจเหมาะสมในบางสถานการณ์ เช่น เมื่อเพื่อนกำลังรู้สึกท้อแท้จากการสอบ การตอบกลับว่า “ไม่เป็นไรนะ ครั้งหน้าทำได้ดีกว่านี้แน่นอน” อาจช่วยเพิ่มกำลังใจให้เขามีแรงสู้ต่ออีกครั้ง

การจำแนกระหว่าง ‘ความคิดบวก’ (Positive Thinking) กับ ‘ความคิดบวกเป็นพิษ’ (Toxic Positivity) อย่างชัดเจนจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เราจำเป็นต้องพิจารณาการกระทำและคำพูดของอีกฝ่ายอย่างรอบคอบ พร้อมทบทวนความรู้สึกของตนเองให้แน่ชัด แต่หากใครบางคนเมินเฉยต่อความรู้สึกด้านลบของเราอยู่เสมอ จนทำให้เรารู้สึกเหมือนถูกบังคับให้มองโลกในแง่ดีตลอดเวลา นั่นอาจเป็นสัญญาณของ Toxic Positivity

แม้การเผชิญกับอารมณ์เชิงลบจะเป็นสิ่งที่ยาก แต่การยอมรับความรู้สึกทั้งด้านบวกและลบ คือส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์ บางครั้งการเก็บกดความรู้สึกมากเกินไป อาจยิ่งทำให้ปัญหาภายในใจรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์และสุขภาพจิตในระยะยาว ดังนั้น เราควรแสดงออกทางอารมณ์ทั้งแง่บวกและลบอย่างสมดุล รวมถึงเหมาะสมต่อบริบทสถานการณ์ เพื่อเปิดพื้นที่โอบรับทุกความรู้สึกของการเป็นมนุษย์

อ้างอิง

https://www.psychologytoday.com/us/basics/toxic-positivity

https://www.manarom.com/blog/toxic_positivity.html

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...