โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Feierabend ศิลปะการเลิกงานแบบเยอรมัน — เลิกงานอย่างไรให้ชีวิตสุดปังในทันที!

นิตยสารคิด

อัพเดต 09 เม.ย. 2568 เวลา 03.18 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2568 เวลา 03.18 น.
feierabend-cover

คริสเตน โกดีซี (Kristen Ghodsee) นักวิชาการชาวอเมริกันที่เพิ่งมาถึงเยอรมันกำลังทำงานต่อหลังเวลาเลิกงานอยู่ในสำนักงานของเธอ แสงไฟจากคอมพิวเตอร์ส่องสะท้อนตัวเธอท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เงียบงัน ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น และผู้อำนวยการสถาบันของเธอก็เดินเข้ามา

"เขาอยากรู้ว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า" คริสเตนในวัย 49 ปี ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านรัสเซียและยุโรปตะวันออกศึกษาที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย รำลึกความหลังให้กับ โจซี่ เลอ บล็อนด์ (Josie Le Blond) นักข่าวจาก BBC ฟัง คริสเตนตอบว่า “เธอสบายดี” แต่ผู้อำนวยการมองนาฬิกาของเขาและส่ายหัว

ตอนนั้นเป็นเวลา 17:30 น. ทำไมเธอถึงยังทำงานอยู่อีก? คริสเตนรู้สึกว่า "มันเกือบจะเหมือนว่าเขาตำหนิฉัน เหมือนกับเขากำลังจะสื่อว่า “คุณอยู่ในเยอรมนีแล้ว กลับบ้านไปได้แล้ว!'"

การทำงานต่อหลังเลิกเวลางาน ดูจะเป็นเรื่องไม่แปลกอะไรของคนจำนวนมากและสำหรับมนุษย์ออฟฟิศชาวไทย แต่สำหรับคนเยอรมันกลับกลายเป็นสิ่งที่แทบจะจินตนาการไม่ออกเลยด้วยซ้ำ เพราะแม้คนเยอรมันจะถูกมองว่าเป็นคนทำงานหนัก แต่วัฒนธรรมการทำงานที่พวกเขาให้ความสำคัญไม่แพ้เวลาทำงานก็คือ “เวลาพักผ่อน” ที่มีชื่อเรียกว่า “ไฟเออร์อาเบนด์” (Feierabend) ซึ่งเป็นคำภาษาเยอรมันที่หมายถึงทั้งการสิ้นสุดวันทำงานและการตัดขาดจากงานโดยสิ้นเชิง

(Mikail Duran / Unsplash)

คนเยอรมันวางแผน Feierabend ของตัวเองในทุก ๆ วัน
เวลางานทั่วไปของคนเยอรมันจะเข้างานเวลา 8 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น หรือไม่ก็ 9 โมงเช้า แล้วเลิก 6 โมงเย็นคล้าย ๆ กับเวลาทำงานของคนทั่วโลก แต่เมื่อนาฬิกาดังบอกเวลาเลิกงาน นั่นหมายความว่า Feierabend ก็เริ่มต้นขึ้นทันที และโดยมากก็จะตามมาด้วยช่วงเวลาแห่ง Feierabendbeir! ที่ประกอบด้วยเครื่องดื่มสีอำพันขวัญใจชาวอินทรีเหล็ก

สำหรับคนทำงานที่กำลังดิ้นรนเพื่อปรับตัวเข้ากับการทำงานทางไกลและปัญหาใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของเหล่าฟรีแลนซ์ก็คือ การไม่มีจุดสิ้นสุดที่ชัดเจนของวันทำงาน เพราะการทำงานทางไกลหรือการทำงานจากที่บ้าน มักจะทำให้คุณทำงานมากกว่าชั่วโมงที่คุณควรทำจริง ๆ ทำให้ชาวเยอรมันจำนวนมากต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือเหตุจำเป็นที่จะต้องมีการตัดขาดที่ชัดเจนระหว่างงานและชีวิต และ Feierabend คือคำตอบที่สามารถช่วยได้

สำหรับคนที่ไม่ใช่ชาวเยอรมัน นักข่าวจาก BBC กล่าวว่า แนวคิดของ Feierabend อาจจะแปลแล้วเข้าใจยากอยู่บ้าง กล่าวอย่างง่ายก็คือ มันเป็นการนำคำว่า “celebration” (การเฉลิมฉลอง) และ “evening” (ตอนเย็น) มาผสมกัน ซึ่งบางครั้งก็แปลว่า “เวลาเลิกงาน” หรือ “ชั่วโมงแห่งความสุข”

ในยุคเกษตรกรรมตอนต้น การตีระฆังของโบสถ์เป็นสัญญาณสิ้นสุดวันทำงานและเริ่มต้นการสวดมนต์ยามเย็นและการพักผ่อน ต่อมา "ในบริบทของการปฏิวัติอุตสาหกรรม คำถามเกี่ยวกับวิธีการจัดการ 'เวลา' ในชีวิตประจำวันกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้คนจำนวนมากขึ้น เนื่องจากเกิดแรงงานรูปแบบใหม่ ทั้งสภาพการทำงานก็เปลี่ยนแปลงไป" ดร.แคโรไลน์ โรเทาจ์ (Caroline Rothauge) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์สมัยใหม่และร่วมสมัยแห่งมหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งไอช์สเต็ท-อิงโกลสตัดท์ (The Catholic University of Eichstätt-Ingolstadt) กล่าว

"คนงานในโรงงานต่อสู้เพื่อชั่วโมงการทำงานที่สั้นลง และเพื่อช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่าง 'Feierabend' หรือวันหยุดสุดสัปดาห์" เธอเสริมว่าแนวคิดทั่วไปในช่วงปี 1900 คือการที่ “เวลาว่าง” ควรถูกใช้ในการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ "ดังนั้นการทำงานและเวลาว่างจึงถูกมองว่าเป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน การใช้เวลาว่างอย่างเหมาะสมจะทำให้เราฟิตพร้อมสำหรับการทำงานอีกครั้ง และในทางที่ดีที่สุดยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ด้วย"

ช่วงเวลา 'Feierabend' สามารถเป็นอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นการออกไปเดินเล่นข้างนอก สังสรรค์ที่บ้านเพื่อน กินข้าวกับพ่อแม่ หรือไป Kneipe ซึ่งเป็นผับเล็ก ๆ แบบเรียบง่าย เน้นขายเบียร์และของกินเล่น เป็นที่ที่คนท้องถิ่นมักจะมานั่งพูดคุยกัน คล้ายกับห้องนั่งเล่นของชุมชน ดร.แคโรไลน์กล่าวต่อว่า “คนเยอรมันจะรู้สึกถึงการพักผ่อนที่แท้จริง ก็ต่อเมื่อพวกเขามีช่วงเวลาเหล่านี้ และเมื่อถึงตอนนั้น การใช้เวลาว่างอย่างมีประสิทธิภาพจึงจะเกิดขึ้นได้”

(Tara-mae Miller / Unsplash)

Feierabend ไม่ใช่แค่การมี Work-Life Balance
คำว่า Feierabend ไม่ใช่แค่คำภาษาเยอรมันที่แปลว่า สมดุลชีวิตและการทำงาน หรือ Work-Life Balance ที่หลาย ๆ คนมักพูดกัน แม้จะมีความเกี่ยวข้องกัน แต่แนวทางของชาวเยอรมันดูเหมือนจะยอมรับว่า จะมีความตึงเครียดระหว่างตัวตนในที่ทำงานกับตัวตนส่วนตัวอยู่เสมอ แทนที่จะพยายามประนีประนอมทั้งสองด้าน และการตัดขาดที่มาพร้อมกับ Feierabend จะช่วยสร้างขอบเขตที่พวกเขาอยากแบ่งออกจากกันได้ง่ายขึ้น

การตัดขาดจากการทำงานเป็นได้แม้แต่สิ่งที่เรียบง่ายอย่างการ “เปลี่ยนเสื้อผ้า” เช่น การเปลี่ยนจากการใส่กางเกงทำงานเป็นกางเกงวิ่งที่ใส่สบายหลังเลิกงาน ก็สามารถปิดโหมดการทำงานของจิตใจคุณได้แล้ว ซึ่งกิจวัตรเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ได้ค่อย ๆ หายไปในความไร้ขอบเขตของงานและกิจวัตรส่วนตัวนับจากช่วงการระบาดของโควิด-19

ยีน เจอร์ริเอนน์ (Gene Gerrienne) หุ้นส่วนและผู้จัดการของบริษัทที่ดูแลสตาร์ทอัปชื่อ Early Metrics เล่าประสบการณ์ของตัวเองในช่วงโควิด-19 ว่า “ขอบเขตระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัวของผมมันเริ่มเบลอมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมจำได้ว่ามีอยู่วันหนึ่ง ผมสงสัยว่าทำไมไม่มีใครตอบข้อความ Slack ของผมเลย ปรากฏว่าวันนั้นเป็นวันเสาร์ ตอนนั้นแหละที่ผมรู้ตัวว่าต้องเปลี่ยนวิธีการทำงานแล้ว”

การตัดขาดอย่างชัดเจนระหว่างตัวตนในที่ทำงานกับตัวตนในชีวิตส่วนตัว และการหาวิธีเปลี่ยนผ่านระหว่างสองสถานะของการเป็นอยู่ ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อคนทำงานเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อนายจ้างด้วยเช่นกัน "แม้แต่บริษัทต่าง ๆ ก็เห็นว่ามีปัญหา หากผู้คนเปิดคอมพิวเตอร์อยู่เสมอและทำงานตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน" นีลส์ แบ็กเฮาส์ (Nils Backhaus) ที่ปรึกษาด้านการวิจัยและนโยบายของสถาบันความปลอดภัยและสุขภาพในการทำงานของเยอรมนีกล่าว "ดังนั้น พวกเขาจึงต้องลาพักร้อนบ่อยขึ้น พวกเขามักจะโทรมาลาป่วย จะมีปัญหามากมายที่สามารถมองเห็นได้ หากการตัดขาดจากกันนี้หายไป”

ฉะนั้นสำหรับคนทั่วไปที่นอกเหนือไปจากคนเยอรมัน ก็สามารถนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้กับตัวเองได้ เพราะแท้จริงแก่นของแนวคิด Feierabend ก็คือการยอมรับว่าการอยู่ในที่ทำงาน หรือ 'โหมดทำงาน' นั้น กินพลังงานชีวิตของเราไปมาก เราจึงจำเป็นต้องได้รับการผ่อนคลายอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ อย่างที่ผู้จัดการบริษัท Early Metrics กล่าวว่า "เมื่อพูดถึงสมดุลของชีวิตและการทำงาน ผมเชื่อว่ามันไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด ทุกคนต้องค้นหาสิ่งที่เหมาะกับตนเองที่สุด แต่สิ่งที่ Feierabend มอบให้คือโอกาสในการควบคุมชีวิตของเราเอง และช่วยให้เราตัดสินใจอย่างมีสติ แทนที่จะปล่อยให้ชีวิตควบคุมเรา”

ที่มา : บทความ “How 'Feierabend' helps Germans disconnect from the workday” โดย Krystin Arneson
บทความ “Can Germans’ right to switch off survive the digital age?” โดย Josie Le Blond
บทความ “What the German language reveals about attitudes to work” โดย Joseph Pearson
บทความ “Labor law in Germany – What you need to know about working hours, breaks and overtime” จาก corum-pg.de
บทความ “Have the Germans become lazy at work?” โดย Insa Wrede
วิดีโอ “Germans & Their Efficiency At Work | Germany In A Nutshell” จาก DW Euromaxx

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

The Romantic เป็นอัลบั้มชุดแรกของ Bruno Mars ที่เปิดตัวอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard

THE STANDARD

การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่! แค็ตตาล็อกใหม่เผยคลื่นความโน้มถ่วงเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ชี้เป้าการชนกันของหลุมดำสุดประหลาด

SPACEMAN

รู้จัก ยิวยิตสู ศิลปะป้องกันตัวที่ใช้ความอ่อนน้อมสยบความแข็งแกร่ง

INN News

Jacob Elordi เตรียมทำตามสัญญาตั้งแต่อายุ 15 ว่า จะพาคุณแม่ไปงานออสการ์ถ้าได้เข้าชิง

THE STANDARD

มะยงชิด-มะยงห่าง-มะปราง-กาวาง ไม้ตระกูลเดียวกัน ผลคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน

ศิลปวัฒนธรรม

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยมีธนาคารของตัวเองจริงหรือ?

ศิลปวัฒนธรรม
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...