โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ราคากาแฟ” จ่อขึ้นราคา 25% ทั่วโลก ต้นทุนราคาเมล็ดกาแฟในบราซิลพุ่ง 170% ผู้บริโภครัดเข็มขัด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 มี.ค. 2568 เวลา 11.58 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 04.58 น.

ไม่ดื่ม ก็ตื่นได้! "ราคากาแฟ" จ่อขึ้นราคา 25% ทั่วโลก ต้นทุนราคาเมล็ดกาแฟในบราซิลพุ่ง 170% ผู้บริโภครัดเข็มขัด ผู้บริโภคทั่วโลกรับภาระปรับพฤติกรรม จากเทกาแฟทิ้ง สู่ชงพอดีถ้วย

วันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลา 06.25 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า หากสังเกตว่ากาแฟแบรนด์โปรดหายไปจากชั้นวาง ไม่ต้องตกใจ เพราะสินค้าจะกลับมาในไม่ช้า แต่ที่น่ากังวลกว่าคือ ราคาที่อาจเพิ่มขึ้นถึง 25% จากปีก่อน แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมกาแฟเผยกับ Reuters ว่า บริษัทผู้คั่วกาแฟรายใหญ่ เช่น Lavazza, Illy, Nestlé และ JDE Peet’s (ผู้ผลิตกาแฟ Douwe Egberts) กำลังเจรจากับห้างค้าปลีกเพื่อขอปรับขึ้นราคาสินค้า สืบเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า ที่พุ่งขึ้นเกือบ 2 เท่า ในช่วงปีที่ผ่านมา

ราคาเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้ายต่อเนื่อง 4 ฤดูกาล ทำให้ผลผลิตลดลง ขณะที่ความต้องการผู้บริโภคยังสูง ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนต่อเนื่องในบางประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ ร้านค้าปลีกชื่อดังอย่าง Albert Heijn ถึงกับไม่มีสินค้าบางแบรนด์บนชั้นวางเป็นการชั่วคราว ระหว่างที่กำลังเจรจาราคากับ JDE Peet’s โดยสินค้ากลับมาเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พร้อมราคาที่สูงขึ้น

JDE Peet’s ระบุว่า บริษัทได้รับผลกระทบจากต้นทุนกาแฟที่พุ่งขึ้นจนกระทบต่อกำไร ขณะเดียวกันสามารถเจรจาขึ้นราคาได้แล้ว 90% ของตลาดทั่วโลก

ราคากาแฟอาราบิก้าในตลาดโลกพุ่งกว่า 20% ในปีนี้ หลังจากที่ปี 2566 พุ่งไปแล้ว 70% โดยเฉพาะจากวิกฤตภัยแล้งในบราซิล ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยต้นทุนวัตถุดิบคิดเป็น 40% ของราคากาแฟบดสำเร็จรูปที่ขายส่ง ซึ่งหากมีการส่งผ่านต้นทุนทั้งหมดให้ผู้บริโภค อาจหมายถึงราคาขายปลีกเพิ่มขึ้นถึง 28% ตามการประเมินของ ING Bank

ในบราซิล ซึ่งเป็นทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภคกาแฟรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ราคากาแฟ ในประเทศเพิ่มขึ้น 170% เมื่อเทียบเป็นสกุลเงินท้องถิ่น ทำให้บริษัทคั่วกาแฟรายใหญ่ 3 Coracoes ปรับราคาขายขึ้น 3 รอบใน 3 เดือนติดต่อกัน (ธ.ค.- มี.ค.) รวมเกือบ 40% สมาคมผู้ผลิตกาแฟบราซิล (ABIC) ระบุว่า ผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ลดการชงกาแฟครั้งละมาก ๆ หันมาใช้แบบพอดีเพื่อเลี่ยงการทิ้งของเหลือ

ผู้บริโภคในสหรัฐและยุโรปเริ่มเบรกการซื้อกาแฟราคาแพง โดยยอดขายกาแฟบดในภูมิภาคเหล่านี้ลดลง 3.8% ในปีที่แล้ว ขณะที่ราคาขายปลีกเพิ่มขึ้น 4.6% บริษัทกาแฟรายใหญ่อย่าง J.M. Smucker เจ้าของแบรนด์ Folgers, Dunkin, Café Bustelo เตรียมขึ้นราคาอีกรอบในปีงบประมาณใหม่ และคาดว่ายอดขายจะลดลงตามมา ขณะที่แบรนด์ร้านค้าปลีก (private label) เช่น Tesco's Finest หรือยี่ห้อในซูเปอร์มาร์เก็ตเริ่มเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด โดยในสหรัฐฯ สัดส่วนของแบรนด์กลุ่มนี้เพิ่มจาก 20.5% เป็น 23.1% ระหว่างปี 2021–2024

ปัจจุบันบริษัทผู้คั่วกาแฟและเทรดเดอร์หลายแห่งพยายามชะลอการซื้อเมล็ดกาแฟใหม่ เพราะยากจะส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้ค้าปลีก มีรายงานว่าคลังสินค้ากาแฟใกล้ท่าเรือสหรัฐ มีสต็อกน้อยกว่าปกติถึงครึ่งหนึ่ง

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...