โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SJWD ขอโตใน OVERSEA วางเป้าเพิ่มมาร์เก็ตแคป “แสนล้าน” ในปี73

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 มี.ค. 2568 เวลา 16.06 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2568 เวลา 09.06 น.

SJWD วางเป้าหมายเพิ่มมาร์เก็ตแคปเป็น 1 แสนล้านบาท เพิ่มสัดส่วนกำไรจากต่างประเทศเป็น 40% ภายในปี 2573 ผ่าน 4 ธุรกิจธุรกิจดาวรุ่งโฟกัส OVERSEA มุ่งเป้าขยายโลจิสติกส์เชื่อมจีน เวียดนาม สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์

นายบรรณ เกษมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD หลังจาก เอสซีจี และ เจดับเบิ้ลยูดี ได้ Synergy ต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจโลจิสติกส์และซัพลายเชนอาเซียนครบวงจรรวมถึงจีนตอนใต้ ผ่านการขยายความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์รายใหญ่ทุกประเทศ โดย SJWD ถือหุ้นใหญ่ที่สุดหรือถือหุ้นครึ่งๆ

ในปี 2567 ที่ผ่านมา SJWD สามารถทำผลประกอบการได้ดีกว่าตลาดค่อนข้างมาก โดยมียอดขายเติบโต3% จาก2.2 หมื่นล้านบาทเป็น2.4% หมื่นล้านบาท ขณะที่กำไรเติบโตสูงถึง 47% เป็น 1,119 ล้านบาทจาก 871 ล้านบาท

ภายใต้ 2 ธุรกิจหลักคือ

1. ธุรกิจโลจิสติก ซึ่งกินสัดส่วน 90% ของพอร์ต แบ่งเป็นTransportation ประมาณ 49.7% Warehouse15% และ OVERSEA ซึ่งวันนี้นับว่าเป็น “ดาวรุ่ง”

“ธุรกิจโลจิสติกส์ในเมืองไทยเราเป็นเบอร์ 2 ซึ่งการจะเติบโตมากกว่านี้เราต้องไปโตต่างประเทศ โดยจะใช้ฐานโลจิสติกเดิม SCG เป็นสปริงบอร์ดเข้าไปในธุรกิจที่มี Hi-Value เช่นห้องเย็น ซึ่งจะช่วยติดปีกให้ธุรกิจต่างประเทศ”

2. ธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับโลจิสติก สัดส่วน 10% ของพอร์ตเป็นธุรกิจซอสซิ่งหรือเทรดดิ้งทั้ง ขายน้ำมัน ซื้อขายยางรถยนต์ นำเข้ายางรถยนต์ เปลี่ยนแบตเตอรี่มียอดขาย 1,500 ล้านบาท รวมไปถึง Food supply chain ที่สามารถทำรายได้กว่า 500 กว่าล้านบาท

ทั้งนี้ SJWD มีเป้าหมายเพิ่มมาร์เก็ตแคปเป็น 1 แสนล้านบาท และเพิ่มสัดส่วนกำไรจากต่างประเทศเป็น 40% ภายในปี 2573 รวมถึงมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2593 ผ่านการให้บริการ Green Logistics

โดยปัจจุบันบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจในอาเซียน 9 ประเทศ และจีนตอนใต้ มีพื้นที่คลังสินค้าทั่วไป คลังสินค้าอันตราย ลานจอดยานยนต์ สินค้าควบคุมอุณหภูมิ รวมทั้งสิ้นกว่า 2.3 ล้านตารางเมตร มีเครือข่ายรถขนส่งกว่า 14,000 คัน เครือข่ายเรือบรรทุกสินค้ากว่า 220 ลำ และฐานลูกค้ากว่า 2,400 ราย รวมถึงมีพาร์ทเนอร์ชั้นนำในธุรกิจโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม SJWD กล่าวว่า ปี 2568 บริษัทฯ มุ่งสร้างเติบโตผ่านการต่อยอดการ Synergy ของกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ และพันธมิตรธุรกิจ

โดยมุ่งขยายธุรกิจดาวรุ่งที่มีศักยภาพ ได้แก่

“ธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็น” จะเปิดบริการห้องเย็นใหม่อีก 4 แห่งในปีนี้ พื้นที่รวมกว่า 37,000 ตารางเมตร ได้แก่ เชียงใหม่ (ก่อสร้างเสร็จปลายปีที่ผ่านมา) 2,700 ตารางเมตร, สระบุรี (เฟส 2) 3,400 ตารางเมตร, รังสิต 14,595 ตารางเมตร และห้องเย็น (เฟส 3) ของบริษัท เอสซีจี นิชิเร พื้นที่ 17,091 ตารางเมตร ที่จังหวัดปทุมธานี

รวมถึงจะขยายบริการคลังสินค้าห้องเย็นแก่กลุ่มอุตสาหกรรมยาและเฮลท์แคร์ วางแผนร่วมทุนกับลูกค้าสร้างคลังสินค้าห้องเย็นแห่งใหม่ ศึกษาดีลกับพาร์ทเนอร์ ตลอดจนขยายเครือข่ายขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ

“ธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์” บริษัทฯ ให้บริการแก่รถยนต์กว่า 5 แสนคันในปีที่ผ่านมา คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนรถยนต์ที่ผลิตในประเทศรวมกว่า 1.46 ล้านคัน แผนงานปีนี้จะขยายการให้บริการแก่รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และขยายบริการนำเข้าและส่งออกวัตถุดิบและชิ้นส่วนยานยนต์

“ธุรกิจ Freight” หรือตัวแทนขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ จะเพิ่มรายได้เป็น 2,500 ล้านบาทภายในปี 2572 จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 1,500 ล้านบาท ล่าสุด ได้จัดตั้งบริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี เฟรท จำกัด เพื่อเพิ่มศักยภาพให้บริการ

รวมถึงจะรุกสร้าง New S-Curve จากการเป็นผู้ให้บริการโลจิสติสก์ครบวงจรรายแรกที่มีบริการดิจิทัลแพลตฟอร์ม สำหรับเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ NSW Service Provider (NSP) ซึ่งเป็นระบบบริการจัดส่งข้อมูลที่เชื่อมต่อหน่วยงานภาครัฐ (กรมศุลกากร) และภาคธุรกิจ สำหรับการนำเข้า ส่งออก และโลจิสติกส์และจะผสานความร่วมมือกับ ANI และ บมจ.ไซไน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SINO ในฐานะพาร์ทเนอร์ เชื่อมโครงข่ายบริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

ส่วน“ธุรกิจต่างประเทศ” จะโฟกัสการขยายธุรกิจในจีน เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยในจีนจะร่วมมือกับ JUSDA ให้บริการขนส่งสินค้าข้ามแดน คลังสินค้า และนำเข้า-ส่งออก จากจีนมาไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอกนิกส์ และเครื่องจักร เพื่อเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าระหว่างจีน เวียดนาม สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งมีมูลค่าตลาดถึง 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมา

และร่วมกับ Ruiyun Logistics ศึกษาโอกาสทางธุรกิจบริการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิข้ามแดนระหว่างไทย เวียดนาม และจีน ส่วนในเวียดนามจะเริ่มรับรู้รายได้เต็มปีจากการถือหุ้น 100% ใน SCGJWD Logistics (Vietnam) Co., Ltd. (เดิมชื่อ SCG International Vietnam)

และปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ดังกล่าวได้รับงานจาก VIETNAM CONSTRUCTION MATERIALS JOINT STOCK COMPANY (VCM) ในเครือเอสซีจี ผู้ผลิตซีเมนต์ในเวียดนาม เพื่อให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรแบบ End-to-End Supply Chain Solution

ขณะที่มาเลเซียได้ร่วมกับ SWIFT จัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อรุกธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็นในมาเลเซีย 3 แห่ง พื้นที่รวมกันกว่า 31,000 ตารางเมตร คาดว่าจะทยอยเปิดบริการไตรมาส 1/2569 รวมถึงจะใช้ความเชี่ยวชาญขยายธุรกิจในธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์ในอินโดนีเซีย และรุกขยายธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็นในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ที่มีศักยภาพเติบโตสูง

“SJWD จะเติบโตได้ต้องเติบโตใน OVERSEA มากกว่าเมืองไทย แต่การโตใน OVERSEA ยากกว่าโตในไทยเพราะในไทยเราเป็นที่รู้จัก แต่การโตตปท.ต้องมีพาร์ทเนอร์ที่ดี เช่น จีน ซึ่งหลายบริษัทต้องออกจากจีนมาทำธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งเรามั่นใจว่าประสิทธิภาพการทำLogisticsและ supply chain Solutionในไทยและอาเซียนของเรามีประสิทธิภาพ

เดิมเรามีมีพาร์ทเนอร์ในจีนตอนใต้อยู่แล้วคือ JUSDA และยังเซ็น MOU กับ Ruiyun Logistics บริษัทโคลด์เชนแพลตฟอร์มโลจิสติกในจีนที่สนใจมาตั้งธุรกิจในไทย การร่วมมือครั้งนี้คาดว่าจะสามารถส่งออกสินค้าจากไทยไปจีนได้กว่า 220,000 ตันโดยเฉพาะอาหารและผลไทย”

นอกจากนี้ ธุรกิจคลังสินค้าทั่วไปที่ดำเนินการก่อสร้างโดยบริษัทแอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด มีแผนเสนอขายสินทรัพย์บางส่วน มูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท แก่กองรีทที่เป็นพาร์ทเนอร์เพื่อนำมาขยายการลงทุนต่อเนื่อง

และในเดือนกันยายนนี้คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากการเปิดดำเนินการและรับบริหารคลังสินค้าแห่งใหม่ในย่านนิคมอุตสาหกรรมบางกระดีแก่บริษัท บี.กริม แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงให้บริการด้านโลจิสติกส์และ Fulfillment

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...