'พิมรี่พาย' งัดหลักฐาน โต้ 'ส้ม' ผู้ป่วยติดเตียง ช็อกโดนกล่าวหาอมเงินบริจาค
‘พิมรี่พาย’ งัดหลักฐาน โต้ ‘ส้ม’ ผู้ป่วยติดเตียง ช็อกโดนกล่าวหาอมเงินบริจาค
กรณี พิมรี่พาย แม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง ได้เผยแพร่คลิป “ลุกขึ้นใหม่ได้เสมอ” นำเสนอเรื่องราว “ส้ม” สาวแม่ลูกสาม อาชีพขายของออนไลน์และขายของในตลาด ที่วันหนึ่งก็มีอาการขาไม่มีแรง หมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคกล้ามเนื้อสลาย โดยพิมรี่พายให้ทีมงานเข้ามาช่วยเก็บห้อง ทิ้งขยะ จากนั้นพาไปหาหมอกายภาพบำบัด และออกค่าใช้จ่ายให้ ทว่าต่อมาส้มร้องเรียนผ่านเพจดังว่าทีมงานของพิมรี่พายได้ขนของขายของใช้ไปด้วยนั้น
อ่าน : แม่ลูก 3 ร้องเพจดัง ขอ ‘พิมรี่พาย’ คืนของ หลังทีมงานทำความสะอาด ขนสินค้า-ของใช้ไป
ล่าสุดวันที่ 15 พ.ค. พิมรี่พายได้ออกมาไลฟ์ชี้แจง โดยระบุว่า ที่มาของเคสพี่ส้ม เป็นผู้ป่วยนอนติดเตียงที่ขยับร่างกายไม่ได้นอกจากศีรษะ โดยพี่ส้มต้องการความช่วยเหลือและแสดงเจตนารมณ์ที่จะหาย ยินดีให้พิมรี่ช่วยทุกอย่าง
พิมรี่กล่าวต่อว่า ได้พาพี่ส้มไปหาคุณหมอ โดยพี่ส้มบอกว่าไม่มีบัตรคนพิการ ซึ่งคุณหมอแจ้งว่าที่ไม่ได้เขียนบัตรพิการให้ เพราะเคสนี้มีโอกาสหาย ซึ่งพิมรี่และทั้งทีมงานดีใจว่าอีกไม่นานพี่ส้มก็จะหาย โดยคุณหมอแจ้งว่าต้องรักษา 16 ครั้ง และรับรองว่าจะดีขึ้นตามลำดับอย่างแน่นอน
แต่เมื่อเชิญคุณหมอมาที่ห้องของคุณส้ม (ห้องเต็มไปด้วยข้าวของ) คุณหมอบอกว่าถ้าเป็นแบบนี้ขยับร่างกายไม่ได้ และไม่มีที่ให้เดิน เชื้อรา แบคทีเรีย อากาศไม่ถ่ายเท ออกซิเจนไม่มี จะทำให้หายช้า ซึ่งตามปกติเราก็เก็ตแล้วว่าอยากให้ชีวิตเขาดี ก็เลยเข้าไปทำความสะอาด พูดง่ายๆ ว่าเราเสือก
เราไปว่าจ้างบริษัททำความสะอาด โดยตอนที่เก็บ คุณแม่ของพี่ส้มอยู่ และจะเป็นคนบอกว่าเอาอันไหน ทิ้งอันไหน ซึ่งทีมงานแจ้งพิมรี่ว่ามีของที่คุณแม่เลือกไว้ไม่ให้ทิ้งเยอะมาก พิมรี่เลยบอกว่าไม่ยาก ก็ให้เช่าห้องเก็บของ แล้วขอให้ห้องของพี่ส้มเป็นห้องสำหรับอยู่เพื่อทำกายภาพ โดยพิมรี่เช่าห้องสำหรับเก็บของ 3 เดือนเพื่อการรักษา ระหว่างเดือน พ.ย. 64 -ม.ค. 65 เสียค่าใช่จ่ายทั้งหมด ได้แก่ ค่าหมอ 16 ครั้ง ค่าทำความสะอาด ค่าเฟอร์นิเจอร์ ค่าห้องเช่า ค่ารถพยาบาล และจิปาถะ รวม 1.2 แสนบาท
เมื่อถึง ม.ค. 65 ทางพี่ส้มโทรมาหาทีมงานว่า “หนูยังเดินไม่ได้” พิมรี่ไม่รอช้าบอกว่าให้เช่าห้องให้พี่ส้มอีก 3 เดือน รวมเป็น 6 เดือน
ถามว่าทำไมยังเดินไม่ได้ ย้อนกลับไปยังเอกสารการทำกายภาพบำบัดของพี่ส้ม ซึ่งระบุว่าตอนนี้อาการดีขึ้นตามลำดับ สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ สามารถเปลี่ยนอิริยาบถจากนอนเป็นนั่งและจากนั่งเป็นยืนได้
ต่อมา 25 ธ.ค.64 ซึ่งเป็นการรักษาวันสุดท้ายตามคอร์ส คุณหมอลงตารางไว้ คนไข้บอกว่าปวดหัว ปวดหลัง ปวดตัวตั้งแต่ครั้งที่ 4 ปฏิเสธการรักษา ขอไม่ทำกายภาพ คุณหมอโทรมาบอกว่าไม่ไปทำกายภาพที่บ้านให้แล้ว เพราะพี่ส้มไม่ให้ความร่วมมือ
วันที่ 26 พ.ย. 64 พี่ส้มได้ทักมาหาทีมงานของพิมรี่ว่าบริษัททำความสะอาดขนของหายไปเยอะเลย พร้อมเขียนรายการของที่ทีมงนทำความเสียหายและขอเรียกเงินชดเชย จำนวน 32,415 บท
สรุปว่าพี่ส้มต้องการค่าใช้จ่าย 32,415 บาท ซึ่งขอชี้แจงว่าของในห้องของพี่ส้มเอาไป ก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ในเมื่อเขาขอ พิมรี่ให้ เดี๋ยวจะให้ทีมงานโอนเงินไปให้
อีกเรื่องพิมรี่ไม่ค่อยเข้าใจ หน้าเฟซบุ๊กของพี่ส้มบอกว่าอยากได้ความช่วยเหลือ อยากเดินได้ อยากได้ค่าข้าวสาร อยากได้ค่าทิชชู่เปียก ค่าสำลี ค่ารักษา เขาพูดกับทีมงานว่าตั้งแต่พิมรี่เข้าไป เงินบริจาคน้อยลง และบอกว่าพิมรี่เปิดบัญชีรับบริจาคแล้วไม่ยอมเอาเงินให้เขา ซึ่งเขาบอกว่าปกติเขาจะมียอดเงินบริจาคมากกว่านี้ พิมรี่ก็ช็อก
ซึ่งพิมรี่ไม่เคยรับเงินบริจาค อาชีพเดียวที่มีคือขายของ พิมรี่ขอชี้แจงทุกเรื่องเพียงแค่นี้และจะดำเนินความช่วยเหลือให้กับเคสที่ต้องการให้ได้รับความช่วยเหลือต่อไป”