โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ลูกเรือ “มยุรี นารี” ยื่นฟ้องเจ้าของเรือ-บริษัทเดินเรือ เรียกค่าเสียหายปมสั่งฝ่าช่องแคบฮอร์มุซช่วงสู้รบสหรัฐฯ-อิหร่าน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ลูกเรือ “มยุรี นารี” ยื่นฟ้องเจ้าของเรือ-บริษัทเดินเรือ เรียกค่าเสียหายปมสั่งฝ่าช่องแคบฮอร์มุซช่วงสู้รบสหรัฐฯ-อิหร่าน จนถูกโจมตีและป่วย PTSD ด้านศาลแรงงานกลางรับฟ้องแล้ว นัดกำหนดประเด็นข้อพิพาท 18 ก.ย.นี้

นายกัณต์พัศฐ์ สิงห์ทอง ทนายความ นำลูกเรือเรือ มยุรี นารี (M/V Mayuree Naree) จำนวน 3 คน พร้อมครอบครัว เดินทางมายังศาลแรงงานกลาง เพื่อยื่นฟ้อง บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) (PSL), บริษัท พรีเชียส ฟลาวเวอร์ส จำกัด, เจ้าของเรือ M/V Mayuree Naree, บริษัท เกรท เซอร์เคิล ชิปปิ้ง เอเยนซี่ จำกัด และ นายสถาพร หกสี่ กัปตันเรือ ในข้อหาละเมิดจากการสั่งให้เรือเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งที่อยู่ในสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

โดยทนายความระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ และห้ามเรือต่างชาติหรือเรือที่ไม่ได้รับอนุญาตเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว แต่บริษัทกลับยังคงสั่งให้เรือ มยุรี นารี เดินเรือต่อ ส่งผลให้เรือถูกโจมตี มีลูกเรือเสียชีวิต และลูกเรือที่รอดชีวิตได้รับผลกระทบทางร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง

หลังเกิดเหตุ บริษัทได้เลิกจ้างลูกเรือโดยไม่เป็นธรรม พร้อมทั้งปฏิเสธการจ่ายค่าชดเชยและค่ารักษาพยาบาล ทั้งที่ลูกเรือหลายรายได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรค PTSD (โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ) ส่งผลให้ไม่สามารถใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติ

นายกัณต์พัศฐ์ ยังบอกอีกว่า การฟ้องร้องครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากบริษัทและผู้เกี่ยวข้อง จากการละเมิดหน้าที่ในการคุ้มครองสวัสดิภาพแรงงานไทยที่ปฏิบัติงานในน่านน้ำสากล โดยลูกเรือทั้ง 3 คนที่มายื่นฟ้องในวันนี้ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์แล้วว่าป่วยเป็นโรค PTSD ต้องใช้เวลารักษาเป็นเวลานาน และไม่สามารถกลับไปทำงานเป็นคนประจำเรือได้อีก เนื่องจากมีภาวะหวาดกลัวและความเครียดจากเหตุการณ์ถูกโจมตี ซึ่งก่อนหน้านี้ลูกเรือได้พยายามเจรจากับบริษัทมาก่อน แต่บริษัทปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยอ้างว่าอาการ PTSD มีความรุนแรงหลังถูกเลิกจ้าง จึงไม่ใช่ผลโดยตรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายลูกเรือเห็นว่า บริษัทเป็นผู้ประเมินสถานการณ์ผิดพลาดและนำลูกเรือเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง ทั้งที่ไม่ควรเกิดขึ้น จึงต้องรับผิดชอบตามสัญญาจ้าง ทั้งนี้ ลูกเรือมีสัญญาจ้างระยะเวลา 9 เดือน แต่ได้ทำงานจริงเพียง 2 เดือน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2569 ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่การรักษาโรค PTSD คาดว่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี จึงมีการเรียกร้องค่าเสียหาย ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยจากการเจ็บป่วย และค่าเสียโอกาสจากการไม่สามารถประกอบอาชีพได้ในระหว่างการรักษา ตามพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2558

ด้าน นายปณิธิ ตุ้มแก้ว หนึ่งในลูกเรือผู้ยื่นฟ้อง เปิดเผยว่า ตนทำงานบนเรือลำนี้มานานกว่า 11 ปี โดยปกติจะทำสัญญาออกเรือครั้งละ 9 เดือน และได้รับค่าจ้างครบถ้วนทุกครั้ง แต่หลังเกิดเหตุ ตนป่วยเป็นโรค PTSD มีอาการเครียด หวาดระแวง ตกใจง่าย หากได้ยินเสียงดังจะมีอาการใจสั่น หน้ามืด และหมดแรง ส่งผลให้ไม่สามารถทำงานหรือใช้ชีวิตได้ตามปกติ ปัจจุบันต้องรับประทานยากล่อมประสาทตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง และยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะรักษาหายเมื่อใด

ภายหลังยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานกลาง นายกัณต์พัศฐ์ เปิดเผยว่า ศาลได้รับคำฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ ร.2990/2569 ซึ่งเป็นคดีเรียกร้องค่าเสียหายจากโรค PTSD อันเกิดจากการนำลูกเรือไปเผชิญความเสี่ยงอันตราย โดยศาลนัดกำหนดประเด็นข้อพิพาทในวันที่ 18 กันยายน 2569 ก่อนเข้าสู่กระบวนการสืบพยานของทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลย ทั้งนี้ คดีดังกล่าวจะไม่มีการไกล่เกลี่ย และจะเข้าสู่การพิจารณาคดีโดยตรง

นอกจากนี้ ทนายความยังฝากถึงลูกเรือรายอื่นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เดียวกัน และป่วยเป็นโรค PTSD หากประสงค์จะเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัท สามารถติดต่อเพื่อเข้าร่วมฟ้องคดีได้ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและสิทธิที่พึงได้รับร่วมกัน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...