ลูกเรือ “มยุรี นารี” ยื่นฟ้องเจ้าของเรือ-บริษัทเดินเรือ เรียกค่าเสียหายปมสั่งฝ่าช่องแคบฮอร์มุซช่วงสู้รบสหรัฐฯ-อิหร่าน
ลูกเรือ “มยุรี นารี” ยื่นฟ้องเจ้าของเรือ-บริษัทเดินเรือ เรียกค่าเสียหายปมสั่งฝ่าช่องแคบฮอร์มุซช่วงสู้รบสหรัฐฯ-อิหร่าน จนถูกโจมตีและป่วย PTSD ด้านศาลแรงงานกลางรับฟ้องแล้ว นัดกำหนดประเด็นข้อพิพาท 18 ก.ย.นี้
นายกัณต์พัศฐ์ สิงห์ทอง ทนายความ นำลูกเรือเรือ มยุรี นารี (M/V Mayuree Naree) จำนวน 3 คน พร้อมครอบครัว เดินทางมายังศาลแรงงานกลาง เพื่อยื่นฟ้อง บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) (PSL), บริษัท พรีเชียส ฟลาวเวอร์ส จำกัด, เจ้าของเรือ M/V Mayuree Naree, บริษัท เกรท เซอร์เคิล ชิปปิ้ง เอเยนซี่ จำกัด และ นายสถาพร หกสี่ กัปตันเรือ ในข้อหาละเมิดจากการสั่งให้เรือเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งที่อยู่ในสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
โดยทนายความระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ และห้ามเรือต่างชาติหรือเรือที่ไม่ได้รับอนุญาตเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว แต่บริษัทกลับยังคงสั่งให้เรือ มยุรี นารี เดินเรือต่อ ส่งผลให้เรือถูกโจมตี มีลูกเรือเสียชีวิต และลูกเรือที่รอดชีวิตได้รับผลกระทบทางร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง
หลังเกิดเหตุ บริษัทได้เลิกจ้างลูกเรือโดยไม่เป็นธรรม พร้อมทั้งปฏิเสธการจ่ายค่าชดเชยและค่ารักษาพยาบาล ทั้งที่ลูกเรือหลายรายได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรค PTSD (โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ) ส่งผลให้ไม่สามารถใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติ
นายกัณต์พัศฐ์ ยังบอกอีกว่า การฟ้องร้องครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากบริษัทและผู้เกี่ยวข้อง จากการละเมิดหน้าที่ในการคุ้มครองสวัสดิภาพแรงงานไทยที่ปฏิบัติงานในน่านน้ำสากล โดยลูกเรือทั้ง 3 คนที่มายื่นฟ้องในวันนี้ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์แล้วว่าป่วยเป็นโรค PTSD ต้องใช้เวลารักษาเป็นเวลานาน และไม่สามารถกลับไปทำงานเป็นคนประจำเรือได้อีก เนื่องจากมีภาวะหวาดกลัวและความเครียดจากเหตุการณ์ถูกโจมตี ซึ่งก่อนหน้านี้ลูกเรือได้พยายามเจรจากับบริษัทมาก่อน แต่บริษัทปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยอ้างว่าอาการ PTSD มีความรุนแรงหลังถูกเลิกจ้าง จึงไม่ใช่ผลโดยตรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายลูกเรือเห็นว่า บริษัทเป็นผู้ประเมินสถานการณ์ผิดพลาดและนำลูกเรือเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง ทั้งที่ไม่ควรเกิดขึ้น จึงต้องรับผิดชอบตามสัญญาจ้าง ทั้งนี้ ลูกเรือมีสัญญาจ้างระยะเวลา 9 เดือน แต่ได้ทำงานจริงเพียง 2 เดือน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2569 ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่การรักษาโรค PTSD คาดว่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี จึงมีการเรียกร้องค่าเสียหาย ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยจากการเจ็บป่วย และค่าเสียโอกาสจากการไม่สามารถประกอบอาชีพได้ในระหว่างการรักษา ตามพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2558
ด้าน นายปณิธิ ตุ้มแก้ว หนึ่งในลูกเรือผู้ยื่นฟ้อง เปิดเผยว่า ตนทำงานบนเรือลำนี้มานานกว่า 11 ปี โดยปกติจะทำสัญญาออกเรือครั้งละ 9 เดือน และได้รับค่าจ้างครบถ้วนทุกครั้ง แต่หลังเกิดเหตุ ตนป่วยเป็นโรค PTSD มีอาการเครียด หวาดระแวง ตกใจง่าย หากได้ยินเสียงดังจะมีอาการใจสั่น หน้ามืด และหมดแรง ส่งผลให้ไม่สามารถทำงานหรือใช้ชีวิตได้ตามปกติ ปัจจุบันต้องรับประทานยากล่อมประสาทตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง และยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะรักษาหายเมื่อใด
ภายหลังยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานกลาง นายกัณต์พัศฐ์ เปิดเผยว่า ศาลได้รับคำฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ ร.2990/2569 ซึ่งเป็นคดีเรียกร้องค่าเสียหายจากโรค PTSD อันเกิดจากการนำลูกเรือไปเผชิญความเสี่ยงอันตราย โดยศาลนัดกำหนดประเด็นข้อพิพาทในวันที่ 18 กันยายน 2569 ก่อนเข้าสู่กระบวนการสืบพยานของทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลย ทั้งนี้ คดีดังกล่าวจะไม่มีการไกล่เกลี่ย และจะเข้าสู่การพิจารณาคดีโดยตรง
นอกจากนี้ ทนายความยังฝากถึงลูกเรือรายอื่นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เดียวกัน และป่วยเป็นโรค PTSD หากประสงค์จะเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัท สามารถติดต่อเพื่อเข้าร่วมฟ้องคดีได้ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและสิทธิที่พึงได้รับร่วมกัน