โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอเด็กแนะ! ควรปลุกลูกกินนมทุก 3 ชั่วโมงถึงเมื่อไหร่?

PPTV HD 36

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
หมอม็อดแนะให้ปลุกทารกแรกเกิดกินนมทุก 3-4 ชั่วโมงในช่วงแรก ก่อนเปลี่ยนเป็นการให้นมตามสัญญาณหิว-อิ่ม เมื่อเด็กน้ำหนักขึ้นดีและเติบโตตามเกณฑ์ เพื่อลดความเสี่ยงให้นมเกินและส่งเสริมพัฒนาการตามธรรมชาติ

นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ แพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เจ้าของเพจ หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า อธิบายว่า คำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาความพร้อมและการเจริญเติบโตของเด็กเป็นสำคัญ

ช่วงแรกเกิดควรปลุกลูกมากินนม

ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังคลอด เด็กแทบทุกคนจะมีน้ำหนักลดลงจากน้ำหนักแรกเกิด ก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนกลับมาเท่ากับน้ำหนักแรกเกิดอีกครั้ง

ช่วงเวลานี้ แนะนำให้ปลุกลูกมากินนมทุก 3-4 ชั่วโมง แม้ว่าจะกำลังหลับอยู่ เนื่องจากหากได้รับนมไม่เพียงพอ อาจทำให้น้ำหนักขึ้นไม่ดี ภาวะตัวเหลืองเป็นมากขึ้นหรือหายช้าลง และในเด็กบางราย โดยเฉพาะทารกแรกเกิด ยังเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

นอกจากนี้ เด็กวัยแรกเกิดยังแสดงสัญญาณหิวได้ไม่ชัดเจน บางคนง่วงมากจนไม่ยอมตื่น ทั้งที่ถึงเวลากินนมแล้ว หรือดูดนมเพียงไม่นานก็หลับคาเต้า ทั้งที่ยังได้รับนมไม่เพียงพอ จึงควรปลุกให้กินนมตามเวลาในช่วงแรก

ต้องปลุกลูกถึงอายุเท่าไหร่?

หมอม็อดระบุว่า การพิจารณาเลิกปลุกลูกกินนมไม่ได้อาศัยอายุเพียงอย่างเดียว แต่ดูจากความพร้อมของเด็ก ได้แก่

  • น้ำหนักกลับมาเกินน้ำหนักแรกเกิดแล้ว
  • น้ำหนักเพิ่มขึ้นต่อเนื่องประมาณ 30 กรัมต่อวัน หรือราว 200 กรัมต่อสัปดาห์
  • ปัสสาวะได้ดี เปลี่ยนผ้าอ้อมประมาณ 6-8 ครั้งต่อวัน

เมื่อเด็กมีสัญญาณเหล่านี้ แสดงว่าได้รับนมเพียงพอ ซึ่งเด็กส่วนใหญ่จะเป็นในช่วงเดือนแรกของชีวิต โดยในทางปฏิบัติ แพทย์มักแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ปลุกลูกกินนมทุก 3-4 ชั่วโมงต่อไปจนถึงอายุประมาณ 1 เดือน เพื่อรอการตรวจติดตามกับกุมารแพทย์ ซึ่งจะประเมินน้ำหนัก ส่วนสูง เส้นรอบศีรษะ รวมถึงจำนวนปัสสาวะและอุจจาระ หากทุกอย่างเป็นไปตามเกณฑ์ จึงสามารถเลิกปลุกลูกได้

เด็กกลุ่มไหนอาจต้องปลุกนานกว่าปกติ?

คำแนะนำข้างต้นใช้กับเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรงเท่านั้น หากเป็นเด็กคลอดก่อนกำหนด เด็กน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ หรือมีโรคประจำตัว อาจจำเป็นต้องปลุกกินนมต่อไปนานกว่าปกติ จึงควรปรึกษากุมารแพทย์ที่ดูแลเด็กโดยตรง

หลังเลิกปลุก ควรให้นมแบบไหน?

เมื่อเด็กเติบโตได้ดีและไม่จำเป็นต้องปลุกกินนมแล้ว ควรเปลี่ยนมาใช้การให้นมแบบ Responsive Feeding หรือ On-demand Feeding คือ ให้นมเมื่อเด็กแสดงสัญญาณหิว และหยุดเมื่อเด็กแสดงสัญญาณอิ่ม แนวทางนี้เลียนแบบธรรมชาติ เพราะคนเราไม่ได้กินตามนาฬิกา แต่กินเมื่อหิวและหยุดเมื่ออิ่ม เด็กก็เช่นเดียวกัน

เรียนรู้สัญญาณหิวและสัญญาณอิ่มของลูก

สมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (AAP) แนะนำให้พ่อแม่สังเกตพฤติกรรมของลูก มากกว่าการยึดติดกับเวลาให้นม

สัญญาณเด็กหิว

  • ดูดมือหรือดูดนิ้ว
  • แลบลิ้น ทำเสียงดูดปาก
  • อ้าปากหาเต้าหรือขวดนม
  • หันหน้าหาสิ่งที่จะดูด (Rooting)
  • ร้องไห้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณหิวระยะท้าย

สัญญาณอิ่ม

  • ดูดช้าลง
  • ปล่อยหัวนมหรือขวดนมเอง
  • หันหน้าหนีหรือส่ายศีรษะ
  • หลับอย่างผ่อนคลาย
  • ใช้มือปัดหัวนมหรือขวดนมออก

เมื่อพ่อแม่สามารถอ่านสัญญาณของลูกได้ การให้นมจะเป็นไปอย่างเหมาะสมและง่ายขึ้น

หากยังปลุกทุก 3 ชั่วโมง ทั้งที่ไม่จำเป็น อาจเกิดผลเสีย

แพทย์อธิบายว่า เมื่อเด็กเติบโตดีแล้ว หากยังปลุกกินนมทุก 3 ชั่วโมง อาจรบกวนการเรียนรู้เรื่อง "ความหิวและความอิ่ม" ของเด็ก AAP ระบุว่า Responsive Feeding ช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะส่งสัญญาณเมื่อหิว และหยุดกินเมื่ออิ่ม ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการควบคุมการกินไปตลอดชีวิต

ในทางกลับกัน หากผู้ใหญ่เป็นผู้กำหนดเวลาให้นมตลอด อาจทำให้เด็กได้รับนมมากเกินความต้องการ (Overfeeding) ส่งผลให้แหวะนม อาเจียน ท้องอืด หรือร้องกวนจากการอิ่มเกินไป และในระยะยาวอาจรบกวนความสามารถในการควบคุมการกินของตนเอง รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วนได้

ลูกจะเลิกกินมื้อดึกเมื่อไหร่?

โดยธรรมชาติ หากเด็กได้รับนมเพียงพอในช่วงกลางวัน และได้รับการเลี้ยงแบบ Responsive Feeding เมื่อเด็กเริ่มนอนยาวขึ้น มื้อดึกจะค่อย ๆ หายไปเอง และเปลี่ยนไปกินชดเชยในเวลากลางวันแทน โดยไม่จำเป็นต้องเร่งฝึกหรืองดมื้อดึก

ประสบการณ์จากคุณหมอ

หมอม็อด เล่าว่า ลูกของตนเองเลิกปลุกกินนมเมื่ออายุประมาณ 3 สัปดาห์ เนื่องจากน้ำหนักขึ้นดี ปัสสาวะปกติ และการเจริญเติบโตเป็นไปตามเกณฑ์ โดยมีการชั่งน้ำหนักและบันทึกข้อมูลการกิน การนอน ปัสสาวะ และอุจจาระไว้ทุกวัน หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนมาใช้ Responsive Feeding โดยบางครั้งลูกหิวทุก 2 ชั่วโมง บางครั้ง 4 ชั่วโมง หรือบางครั้งนอนยาวถึง 5 ชั่วโมง ซึ่งไม่ได้ปลุก เพราะสิ่งที่ติดตามคือสัญญาณหิว สัญญาณอิ่ม น้ำหนัก และการขับถ่าย ไม่ใช่นาฬิกาเมื่อเด็กโตขึ้นและนอนยาวได้ 6-8 ชั่วโมง มื้อดึกก็หายไปเองตามธรรมชาติ และย้ายไปกินมากขึ้นในช่วงกลางวัน

หมอม็อดทิ้งท้ายว่า เด็กเปลี่ยนแปลงทุกวัน บางช่วงอาจนอนยาว แต่เมื่อฟันขึ้นหรือไม่สบาย ก็อาจกลับมาตื่นกินนมบ่อยขึ้นได้อีก ดังนั้น พ่อแม่ไม่ควรพยายามให้ลูกทำตามตารางเวลาเพียงอย่างเดียว แต่ควรเรียนรู้และตอบสนองต่อสัญญาณของลูกในแต่ละวัน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการให้นมแบบ Responsive Feeding

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หมอม็อดแนะพ่อแม่เข้าใจ “พื้นอารมณ์เด็ก” หยุดเปรียบเทียบกับลูกบ้านอื่น

หมอม็อดแนะพ่อแม่ อย่ารีบตีพื้นเมื่อลูกล้ม อาจปลูกฝังนิสัยโทษคนอื่นโดยไม่รู้ตัว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอเด็กแนะ! ควรปลุกลูกกินนมทุก 3 ชั่วโมงถึงเมื่อไหร่?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...